เราทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกันที่จะมีชีวิตรอด!

The Issue

การเข้าถึงยาที่เท่าเทียมไม่มีอยู่จริง

ในปี 2538 ข้อตกลงขององค์การการค้าโลกที่ว่าด้วยการค้าที่เกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาหรือข้อตกลงทริปส์กำหนดให้มีการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญากับยาวัคซีนและเทคโนโลยีด้านสุขภาพเพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกิดการประดิษฐ์คิดค้นโดยให้มีการตอบแทนสำหรับการลงทุนในวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์

แต่การระบาดของโควิด-19 ทำให้เห็นว่าระบบสิทธิบัตรที่เป็นอยู่พิกลพิการใช้การไม่ได้  ในความเป็นจริง ระบบนี้ไม่เคยทำได้ตามวัตถุประสงค์

ในปัจจุบัน ประเทศร่ำรวยพยายามฉีดวัคซีนให้ประชาชนของตนเองได้ครบทุกคนภายในสิ้นปี 2564  ขณะที่ประเทศอื่นอาจต้องรอนานจนถึงปลายปี 2566 หรือต้นปี 2567  ระบบที่ทำให้ความร่ำรวยของประเทศเป็นตัวกำหนดสุขภาพของประชาชนในภาวะโรคระบาดระดับโลกเช่นนี้ต้องถูกปฏิรูป เพราะเราทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกันที่จะมีชีวิตรอด!

แม้ว่าในความเป็นจริงประเทศไทยเริ่มฉีดวัคซีนให้ประชาชนในเดือนเมษายน 2564 แต่การฉีดวัคซีนทำได้ล่าช้า มีเพียงประชากรจำนวนน้อยที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว เพราะมีวัคซีนไม่เพียงพอกับคนทั้งโลก  เพราะฉะนั้น จึงเป็นไปไม่ได้ที่ประเทศไทยจะฉีดวัคซีนให้ประชาชนจนทำให้เกิดภาวะภูมิคุ้มกันหมู่ได้จนกว่าจะถึงปี 2565/2566  ทั้งนี้ ยังไม่รวมถึงกรณีที่อาจจะต้องฉีดวัคซีนเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันอีกทุกปีด้วย

ประเทศใดยิ่งรอนานเพื่อให้มีวัคซีนฉีดให้กับประชาชนประเทศนั้นยิ่งมีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับการระบาดครั้งใหญ่อีกในช่วงสองปีต่อจากนี้ซึ่งจะส่งผลกระทบร้ายแรงต่อระบบเศรษฐกิจและระบบรักษาพยาบาลของประเทศรวมถึงชีวิตความเป็นอยู่ของคนนับล้านในประเทศไทยด้วย

หลายประเทศพยายามแก้ไขปัญหาด้วยการสนับสนุนข้อเสนอให้ระงับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาในภาวะโควิด-19 ที่เสนอในองค์การการค้าโลก (TRIPs Waiver Proposal)  การที่มีข้อเสนอเช่นนี้เกิดขึ้นแสดงให้เห็นชัดแล้วว่า รากเหง้าของปัญหาที่แท้จริงคือข้อตกลงทริปส์ ที่เอื้อประโยชน์ให้บรรษัทยาขนาดใหญ่ควบคุมการซื้อขายยาที่จำเป็นของโลกไว้ในมือได้

ความล้มเหลวเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะบรรษัทยาสามารถกำหนดได้ว่ากำไรสำคัญกว่าชีวิตคน  เชื้อไวรัสเอชไอวีคร่าชีวิตมาแล้วกว่าครึ่งล้านคนในประเทศไทย เพราะคนเข้าไม่ถึงการรักษา

หลายประเทศตกอยู่ในภาวะเดียวกับไทย ที่ทำได้เพียงแต่รอ ทั้งนี้เพราะข้อตกลงทริปส์  เราจะปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้

ถึงเวลาแล้วที่จะทวงคืนยาให้กลับมาเป็นสินค้าเพื่อสาธารณะ  เราทุกคนมีสิทธิที่จะมีชีวิตรอดและเราต้องสู้เพื่อให้มีชีวิตรอด!

ดังนั้น ผู้ร่วมสนับสนุนการณรงค์นี้จึงขอให้ท่านรัฐมนตรีฯ ช่วยผลักดันให้องค์การการค้าโลก ที่มีนางโอคอนโจ-อิเวียลาเป็นผู้อำนวยการใหญ่คนใหม่ให้มีการทบทวนข้อตกลงทริปส์โดยให้ยกเลิกการคุ้มครองสิทธิบัตรกับยาวัคซีนและเทคโนโลยีด้านสุขภาพที่จำเป็น

avatar of the starter
Medicine Equality Now!Petition Starter
This petition had 49 supporters

The Issue

การเข้าถึงยาที่เท่าเทียมไม่มีอยู่จริง

ในปี 2538 ข้อตกลงขององค์การการค้าโลกที่ว่าด้วยการค้าที่เกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาหรือข้อตกลงทริปส์กำหนดให้มีการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญากับยาวัคซีนและเทคโนโลยีด้านสุขภาพเพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกิดการประดิษฐ์คิดค้นโดยให้มีการตอบแทนสำหรับการลงทุนในวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์

แต่การระบาดของโควิด-19 ทำให้เห็นว่าระบบสิทธิบัตรที่เป็นอยู่พิกลพิการใช้การไม่ได้  ในความเป็นจริง ระบบนี้ไม่เคยทำได้ตามวัตถุประสงค์

ในปัจจุบัน ประเทศร่ำรวยพยายามฉีดวัคซีนให้ประชาชนของตนเองได้ครบทุกคนภายในสิ้นปี 2564  ขณะที่ประเทศอื่นอาจต้องรอนานจนถึงปลายปี 2566 หรือต้นปี 2567  ระบบที่ทำให้ความร่ำรวยของประเทศเป็นตัวกำหนดสุขภาพของประชาชนในภาวะโรคระบาดระดับโลกเช่นนี้ต้องถูกปฏิรูป เพราะเราทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกันที่จะมีชีวิตรอด!

แม้ว่าในความเป็นจริงประเทศไทยเริ่มฉีดวัคซีนให้ประชาชนในเดือนเมษายน 2564 แต่การฉีดวัคซีนทำได้ล่าช้า มีเพียงประชากรจำนวนน้อยที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว เพราะมีวัคซีนไม่เพียงพอกับคนทั้งโลก  เพราะฉะนั้น จึงเป็นไปไม่ได้ที่ประเทศไทยจะฉีดวัคซีนให้ประชาชนจนทำให้เกิดภาวะภูมิคุ้มกันหมู่ได้จนกว่าจะถึงปี 2565/2566  ทั้งนี้ ยังไม่รวมถึงกรณีที่อาจจะต้องฉีดวัคซีนเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันอีกทุกปีด้วย

ประเทศใดยิ่งรอนานเพื่อให้มีวัคซีนฉีดให้กับประชาชนประเทศนั้นยิ่งมีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับการระบาดครั้งใหญ่อีกในช่วงสองปีต่อจากนี้ซึ่งจะส่งผลกระทบร้ายแรงต่อระบบเศรษฐกิจและระบบรักษาพยาบาลของประเทศรวมถึงชีวิตความเป็นอยู่ของคนนับล้านในประเทศไทยด้วย

หลายประเทศพยายามแก้ไขปัญหาด้วยการสนับสนุนข้อเสนอให้ระงับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาในภาวะโควิด-19 ที่เสนอในองค์การการค้าโลก (TRIPs Waiver Proposal)  การที่มีข้อเสนอเช่นนี้เกิดขึ้นแสดงให้เห็นชัดแล้วว่า รากเหง้าของปัญหาที่แท้จริงคือข้อตกลงทริปส์ ที่เอื้อประโยชน์ให้บรรษัทยาขนาดใหญ่ควบคุมการซื้อขายยาที่จำเป็นของโลกไว้ในมือได้

ความล้มเหลวเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะบรรษัทยาสามารถกำหนดได้ว่ากำไรสำคัญกว่าชีวิตคน  เชื้อไวรัสเอชไอวีคร่าชีวิตมาแล้วกว่าครึ่งล้านคนในประเทศไทย เพราะคนเข้าไม่ถึงการรักษา

หลายประเทศตกอยู่ในภาวะเดียวกับไทย ที่ทำได้เพียงแต่รอ ทั้งนี้เพราะข้อตกลงทริปส์  เราจะปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้

ถึงเวลาแล้วที่จะทวงคืนยาให้กลับมาเป็นสินค้าเพื่อสาธารณะ  เราทุกคนมีสิทธิที่จะมีชีวิตรอดและเราต้องสู้เพื่อให้มีชีวิตรอด!

ดังนั้น ผู้ร่วมสนับสนุนการณรงค์นี้จึงขอให้ท่านรัฐมนตรีฯ ช่วยผลักดันให้องค์การการค้าโลก ที่มีนางโอคอนโจ-อิเวียลาเป็นผู้อำนวยการใหญ่คนใหม่ให้มีการทบทวนข้อตกลงทริปส์โดยให้ยกเลิกการคุ้มครองสิทธิบัตรกับยาวัคซีนและเทคโนโลยีด้านสุขภาพที่จำเป็น

avatar of the starter
Medicine Equality Now!Petition Starter

The Decision Makers

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์: นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์: นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์

Petition Updates