ยกเลิกการบังคับเรียนลูกเสือวิสามัญ ในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4


ยกเลิกการบังคับเรียนลูกเสือวิสามัญ ในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4
ประเด็นรณรงค์
สืบเนื่องจากการที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี บังคับให้นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกปีที่ 4 ทุกคนที่ไม่ได้ฝึกนักศึกษาวิชาทหาร (รักษาดินแดน - รด.) ต้องเรียนลูกเสือวิสามัญ โดยกล่าวว่าเป็นนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ การเรียนการสอนวิชาลูกเสือในสถานศึกษา นับว่าเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ศึกษา โดยการเรียนลูกเสือภาคบังคับแต่เดิม จะสิ้นสุดการบังคับเรียนที่ระดับ "ลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่" หรือในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยในระดับที่สูงขึ้นไป คือ "ลูกเสือวิสามัญ" จะเน้นให้ผู้เรียนสมัครใจเข้าศึกษาด้วยตนเอง
เมื่อพ้นจากหลักสูตรภาคบังคับตามกฎหมายแล้ว แม้จะกล่าวอ้างถึงคุณประโยชน์มากมายที่ผู้เรียนจะได้รับจากการศึกษาวิชาลูกเสือ ว่าจะทำให้เกิดผลดีในทางปฏิบัติ สร้างเสริมทักษะการดำรงชีพต่างๆ ก็ไม่ใช่เหตุอันสมควรในการที่จะใช้อำนาจของผู้บริหารสถานศึกษา หรือผู้ใหญ่ในกระทรวงศึกษาธิการ จัดการบังคับให้นักเรียนต้องปฏิบัติตามความพอใจของท่านเหล่านั้น เนื่องจากผู้เรียนแต่ละคนเองก็มีความคิดเห็นเป็นของตนเอง อาจคิดเห็นแตกต่างไปว่าวิชาลูกเสือนั้นไม่อาจตอบโจทย์สำคัญในชีวิตของพวกเขา บ้างอาจคิดว่ามีสิ่งอื่นที่จะนำทางชีวิตของพวกเขาไปได้ดีกว่า หรือเป็นไปได้ว่าวิชาลูกเสืออาจเคยเป็นประโยชน์อย่างยิ่งเฉพาะในอดีตเท่านั้น แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ความสำคัญของบางสิ่งก็เริ่มถดถอยไปตามกาลเวลา เช่นเดียวกับการพัฒนาของเทคโนโลยี ที่ทำให้เครื่องมือเก่าๆมากมายถูกลดหลั่นความสำคัญลงไป
นอกจากนี้ ราชอาณาจักรไทยยังเป็นรัฐภาคีในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (Convention on the Rights of the Child) ซึ่งอนุสัญญานี้มีการบัญญัติไว้อย่างชัดแจ้งในข้อที่ 12 วรรค 1 ว่า "รัฐภาคีจะประกันแกเด็ก ที่สามารถมีความคิดเห็นเปนของตนไดแลว ซึ่งสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็นเหลานั้นโดยเสรีในทุกๆเรื่องที่มีผลกระทบตอเด็ก ทั้งนี้ ความคิดเห็นดังกลาวของเด็กจะไดรับการพิจารณาตามสมควรแกอายุและวุฒิภาวะของเด็กนั้น" และรวมถึงในข้อที่ 13 วรรค 1 ว่า "เด็กจะมีสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออก สิทธินี้จะรวมถึงเสรีภาพที่จะแสวงหา ไดรับ หรือถายทอดขอมูลขาวสารและความคิดทุกลักษณะโดยไมถูกจํากัดโดยเขตแดน ไมวาจะโดยวาจาลายลักษณอักษร หรือการตีพิมพในรูปศิลปะหรือผานสื่ออื่นใดตามที่เด็กเลือก" ดังนั้น การไม่รับฟังความคิดเห็นของเด็ก ในเรื่องที่เด็กต้องได้รับผลกระทบ จึงถือเป็นการละเมิดอนุสัญญาฉบับดังกล่าวด้วย
แม้จะกล่าวอ้างถึงเจตนารมณ์ในการถือกำเนิดลูกเสือโลกของลอร์ด เบเดน โพเอลล์ และลูกเสือไทย คือพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ท่านทั้งสองก็คงมิได้ยินดีหากทราบว่าเจตนารมณ์แรกเริ่มของท่านถูกนำมาบังคับใช้กับเยาวชน โดยปราศจากการไต่ถามถึงความคิดเห็นว่าสมัครใจยินยอมหรือไม่ แทนที่จะใช้วิธีการประชาสัมพันธ์ หรือใช้ความสามารถในการโฆษณาชวนเชื่อ (Propaganda) จูงใจให้ผู้เรียนหันมาสนใจใคร่รู้ในเคล็ดวิชาต่างๆ ด้วยตนเอง เพราะถ้าหากวิชาลูกเสือนั้นดี และจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตในปัจจุบันจริงๆ ก็คงไม่มีใครกล้าปฏิเสธถึงความสำคัญในการศึกษา
อีกประการหนึ่งที่สำคัญ คือการเรียนการสอนระดับมัธยมปลายในสถานศึกษาของรัฐ ก็มีความตึงเครียดเนื่องจากปริมาณเนื้อหาสาระที่อัดแน่นในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานมากเกินพออยู่แล้ว การได้มีช่วงเวลาพักในภาคบ่ายเผื่อการผ่อนคลาย หรือเพื่อสะสางภาระงานต่างๆจากการศึกษาจึงเป็นเรื่องดี เช่นเดียวกันกับในหลายๆประเทศพัฒนาแล้วที่ระบบการศึกษาประสบความสำเร็จ ซึ่งมีช่วงว่างในภาคบ่าย (Free afternoon) และการเปรียบเทียบกับนักเรียนกลุ่มที่ต้องไปฝึกวิชาทหารก็ไม่ใช่เรื่องสมควร เพราะนักเรียนกลุ่มดังกล่าวสมัครใจไปฝึกด้วยตัวเอง
ด้วยเหตุผลทุกประการที่ได้ยกมาอธิบาย จึงขอเรียกร้องให้โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ยุติการบังคับเรียนลูกเสือวิสามัญ ในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4 แล้วกลับไปใช้ระบบการเรียนด้วยความสมัครใจดังเดิม
ประเด็นรณรงค์
สืบเนื่องจากการที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี บังคับให้นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกปีที่ 4 ทุกคนที่ไม่ได้ฝึกนักศึกษาวิชาทหาร (รักษาดินแดน - รด.) ต้องเรียนลูกเสือวิสามัญ โดยกล่าวว่าเป็นนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ การเรียนการสอนวิชาลูกเสือในสถานศึกษา นับว่าเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ศึกษา โดยการเรียนลูกเสือภาคบังคับแต่เดิม จะสิ้นสุดการบังคับเรียนที่ระดับ "ลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่" หรือในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยในระดับที่สูงขึ้นไป คือ "ลูกเสือวิสามัญ" จะเน้นให้ผู้เรียนสมัครใจเข้าศึกษาด้วยตนเอง
เมื่อพ้นจากหลักสูตรภาคบังคับตามกฎหมายแล้ว แม้จะกล่าวอ้างถึงคุณประโยชน์มากมายที่ผู้เรียนจะได้รับจากการศึกษาวิชาลูกเสือ ว่าจะทำให้เกิดผลดีในทางปฏิบัติ สร้างเสริมทักษะการดำรงชีพต่างๆ ก็ไม่ใช่เหตุอันสมควรในการที่จะใช้อำนาจของผู้บริหารสถานศึกษา หรือผู้ใหญ่ในกระทรวงศึกษาธิการ จัดการบังคับให้นักเรียนต้องปฏิบัติตามความพอใจของท่านเหล่านั้น เนื่องจากผู้เรียนแต่ละคนเองก็มีความคิดเห็นเป็นของตนเอง อาจคิดเห็นแตกต่างไปว่าวิชาลูกเสือนั้นไม่อาจตอบโจทย์สำคัญในชีวิตของพวกเขา บ้างอาจคิดว่ามีสิ่งอื่นที่จะนำทางชีวิตของพวกเขาไปได้ดีกว่า หรือเป็นไปได้ว่าวิชาลูกเสืออาจเคยเป็นประโยชน์อย่างยิ่งเฉพาะในอดีตเท่านั้น แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ความสำคัญของบางสิ่งก็เริ่มถดถอยไปตามกาลเวลา เช่นเดียวกับการพัฒนาของเทคโนโลยี ที่ทำให้เครื่องมือเก่าๆมากมายถูกลดหลั่นความสำคัญลงไป
นอกจากนี้ ราชอาณาจักรไทยยังเป็นรัฐภาคีในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (Convention on the Rights of the Child) ซึ่งอนุสัญญานี้มีการบัญญัติไว้อย่างชัดแจ้งในข้อที่ 12 วรรค 1 ว่า "รัฐภาคีจะประกันแกเด็ก ที่สามารถมีความคิดเห็นเปนของตนไดแลว ซึ่งสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็นเหลานั้นโดยเสรีในทุกๆเรื่องที่มีผลกระทบตอเด็ก ทั้งนี้ ความคิดเห็นดังกลาวของเด็กจะไดรับการพิจารณาตามสมควรแกอายุและวุฒิภาวะของเด็กนั้น" และรวมถึงในข้อที่ 13 วรรค 1 ว่า "เด็กจะมีสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออก สิทธินี้จะรวมถึงเสรีภาพที่จะแสวงหา ไดรับ หรือถายทอดขอมูลขาวสารและความคิดทุกลักษณะโดยไมถูกจํากัดโดยเขตแดน ไมวาจะโดยวาจาลายลักษณอักษร หรือการตีพิมพในรูปศิลปะหรือผานสื่ออื่นใดตามที่เด็กเลือก" ดังนั้น การไม่รับฟังความคิดเห็นของเด็ก ในเรื่องที่เด็กต้องได้รับผลกระทบ จึงถือเป็นการละเมิดอนุสัญญาฉบับดังกล่าวด้วย
แม้จะกล่าวอ้างถึงเจตนารมณ์ในการถือกำเนิดลูกเสือโลกของลอร์ด เบเดน โพเอลล์ และลูกเสือไทย คือพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ท่านทั้งสองก็คงมิได้ยินดีหากทราบว่าเจตนารมณ์แรกเริ่มของท่านถูกนำมาบังคับใช้กับเยาวชน โดยปราศจากการไต่ถามถึงความคิดเห็นว่าสมัครใจยินยอมหรือไม่ แทนที่จะใช้วิธีการประชาสัมพันธ์ หรือใช้ความสามารถในการโฆษณาชวนเชื่อ (Propaganda) จูงใจให้ผู้เรียนหันมาสนใจใคร่รู้ในเคล็ดวิชาต่างๆ ด้วยตนเอง เพราะถ้าหากวิชาลูกเสือนั้นดี และจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตในปัจจุบันจริงๆ ก็คงไม่มีใครกล้าปฏิเสธถึงความสำคัญในการศึกษา
อีกประการหนึ่งที่สำคัญ คือการเรียนการสอนระดับมัธยมปลายในสถานศึกษาของรัฐ ก็มีความตึงเครียดเนื่องจากปริมาณเนื้อหาสาระที่อัดแน่นในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานมากเกินพออยู่แล้ว การได้มีช่วงเวลาพักในภาคบ่ายเผื่อการผ่อนคลาย หรือเพื่อสะสางภาระงานต่างๆจากการศึกษาจึงเป็นเรื่องดี เช่นเดียวกันกับในหลายๆประเทศพัฒนาแล้วที่ระบบการศึกษาประสบความสำเร็จ ซึ่งมีช่วงว่างในภาคบ่าย (Free afternoon) และการเปรียบเทียบกับนักเรียนกลุ่มที่ต้องไปฝึกวิชาทหารก็ไม่ใช่เรื่องสมควร เพราะนักเรียนกลุ่มดังกล่าวสมัครใจไปฝึกด้วยตัวเอง
ด้วยเหตุผลทุกประการที่ได้ยกมาอธิบาย จึงขอเรียกร้องให้โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ยุติการบังคับเรียนลูกเสือวิสามัญ ในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4 แล้วกลับไปใช้ระบบการเรียนด้วยความสมัครใจดังเดิม
ปิดแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
ผู้มีอำนาจตัดสินใจ
สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 30 พฤษภาคม ค.ศ. 2015 แล้ว