

ลงชื่อขอให้ Cute Press & Oriental Princess แสดงความรับผิดชอบกรณีไม่รับคนข้ามเพศเข้าทำงาน


ลงชื่อขอให้ Cute Press & Oriental Princess แสดงความรับผิดชอบกรณีไม่รับคนข้ามเพศเข้าทำงาน
ประเด็นรณรงค์
Update 2 กันยา: ขอบคุณทาง SSUP และทุมท่านที่ร่วมลงชื่อสนับสนุนการรณรงค์สิทธิในอัตลักษณ์ทางเพศและการคุ้มครองคนข้ามเพศในโลกของการทำงาน #ให้มันจบที่จูน ปิดฉากอย่างงดงาม [อ่านต่อได้ที่นี่ค่ะ]
----
น้องจูน นิยามตัวเองว่าเป็นผู้หญิงข้ามเพศ เธอไม่ปฏิเสธว่าหากใครจะเรียกขานเธอว่ากะเทย หากไม่ได้เรียกขานกันด้วยความเย้ยหยันและแสดงเคารพกันและกันก็ไม่เป็นไร แต่ที่ยอมไม่ได้คือเธอถูกเลือกปฏิบัติในการสมัครงานตำแหน่งพนักงานขายเครื่องสำอางค์แบรนด์ Cute Press และ Oriental Princess ในเครือ SSUP Beauty and Wellness บริษัทด้านสุขภาพ ความงาม และผิวพรรณชั้นนำแถวหน้าและเป็นตำนานของเมืองไทย
จูนเล่าว่าเธอเคยประกอบอาชีพสายงานด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว หนึ่งในพนักงานต้อนรับและดูแลนักท่องเที่ยวชาวจีนบนเรือสำราญ เธอคือหนึ่งในสาวงามผู้มีใจรักการแสดงและงานบริการลูกค้า เมื่อมีการปิดประเทศจากภาวะวิกฤตไวรัสระบาด บริษัทมีความจำเป็นพักการจ้างงานนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธุ์ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบทางตรงต่อเธอ ชีวิตของเธอเป็นคนปากกัดตีนถีบ ไม่ใช่แค่ตัวคนเดียวแต่เธอเป็นกำลังหลักในการหาเลี้ยงครอบครัว เมื่อไม่มีทัวร์ ไม่มีลูกค้า เท่ากับไม่มีรายได้
เมื่อวันที่พฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา จูนตัดสินใจหางานใหม่และพบกับประกาศรับสมัครพนักงานขายเครื่องสำอางบริษัทในเครือ SSUP ดังกล่าว จูนจึงรีบเตรียมเอกสารและทำ Resume เพราะเธอเชื่อว่าประสบการณ์ด้านบริการของเธอกว่า 7 ปี ยังไม่นับทักษะด้านการแต่งหน้า ความสวยความงาม พร้อมวุฒิการศึกษาปริญญาด้านนิเทศศาสตร์ บวกกับรูปร่างหน้าตา ผิวพรรณ ที่เรียกได้ว่าพร้อมและเหมาะสม เธอเชื่อว่าคืออีกจุดเด่นสำคัญที่จะทำให้บริษัทได้รับประโยชน์จากยอดขายและทำกำไรได้เป็นอย่างดี
เมื่อจัดเตรียมเอกสารประกอบการสมัครเสร็จ จูนติดต่อบริษัทไปยังไลน์สำหรับ recruitment ของ SSUP โดยเฉพาะเพื่อส่งเอกสารและแสดงความประสงค์ที่จะสมัครงาน แต่สิ่งที่เธอรับกลับมาคือ #ขอโทษค่ะรับผู้หญิงค่ะ จูนบอกว่ารู้สึกเหมือนถูกตบหน้าอย่างแรงมาก เธอจุกมาก น้ำตาไหล เพราะไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า ประโยคปฏิเสธสั้น ๆ ประโยคเดียวนี้ ทำให้เธอกลับมาตั้งคำถามกับตัวเองว่า #ไม่มีความเป็นผู้หญิงพอที่จะปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งงานนี้ได้ ทำไมแบรนด์ผลิตภัณฑ์ความงาม เครื่องสำอางระดับโลกแบรนด์ หรือ counter brand ก็มีพนักงานเป็นผู้หญิงข้ามเพศมากมาย แต่ทำไมบริษัท SSUP ถึงไม่ยอมรับผู้หญิงข้ามเพศเข้ามาทำงานเป็นพนักงานขายเครื่องสำอางค์ของบริษัท
การปฏิเสธการโอกาสในการสมัครงานต่อจูน ไม่ใช่แค่การตบหน้าจูนเดียว แต่มันคือการตบหน้ากะเทยทั้งประเทศ สำหรับนาดาทั้งในฐานะคนทำงานด้านสิทธิมนุษยชนของบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศ และเคยเป็นสมาชิกอุดหนุนสินค้าผลิตภัณฑ์ของทั้งสองแบรนด์นี้ บอกได้คำเดียวว่า #เจ็บปวด ยิ่งไปกว่านั้นหากบริษัท SSUP มีนโยบายกีดกันไม่รับผู้หญิงข้ามเพศ สาวประเภทสอง หรือ กะเทย เป็นพนักงานขายเครื่องสำอางจริง นั่นหมายความว่า บริษัทมีความเชื่อ หรือ อคติทางเพศ เกี่ยวกับภาพลักษณ์ของผู้หญิงข้ามเพศ ใช่หรือไม่? SSUP ไม่ทราบเลยหรือว่าการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายในบ้านนี้เมืองนี้เพราะ
- ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญที่คุ้มครองไม่ให้มีการเลือกปฏิบัติต่อบุคคล
- ประเทศไทยมีการบังคับใช้พระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ.2558
- ประเทศไทยประกาศใช้แผนปฏิบัติการแห่งชาติว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชน
- ประเทศไทยเป็นภาคีตามอนุสัญญาขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ ILO ฉบับที่ 111 ว่าด้วยการห้ามเลือกปฏิบัติในจ้างแรงงาน
- ประเทศไทยเป็นภาคีตามกติกาสากลว่าด้วยสิทธิพลเมืองสิทธิทางการเมือ
- ประเทศไทยเป็นภาคีตามกติกาสากลว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และ วัฒนธรรม
- ประเทศไทยเป็นภาคีตามอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีทุกรูปแบบ
บริษัทประกาศเจตนารมณ์ถึงวัฒนธรรมองค์กรของตนเองว่า “Happy Customers, Happy Employees and Happy Society are the three meaningful goals and relationship that drive SSUP people and Culture” แปลยังไงก็ได้ความว่า “ลูกค้าเป็นสุข, พนักงานเป็นสุข และสังคมเป็นสุข คือเป้าหมายหลักสามประการที่ขับเคลื่อนและเชื่อมร้อยความสัมพันธ์และวัฒนธรรมองค์กรของ SSUP ไว้ด้วยกัน” แต่มาวันนี้ น้ำตาของน้องจูนต่อคำปฏิเสธโอกาสแค่เพียงจะยื่นใบสมัครงานด้วยเหตุผลที่ว่า #รับแต่ผู้หญิง คือคำตอบสำคัญที่ทำให้บริษัท SSUP ต้องตระหนักรู้ว่า บริษัทของคุณล้มเหลวต่อเจตนารมณ์ที่คุณประกาศไว้
เราจึงอยากแสดงความจริงใจต่อบริษัท SSUP ด้วยการออกมาเรียกร้องสิทธิเพื่อไม่ให้มีการเลือกปฏิบัติแก่บุคคลข้ามเพศในการเข้าทำงาน ขอทุกท่านที่เห็นด้วยร่วมลงชื่อสนับสนุนในแคมเปญนี้ พลังและกำลังใจของทุกคนจะถูกส่งต่อผ่านคำร้องที่เราเตรียมมอบให้กับคณะกรรมการวินิจฉัยการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ พร้อมทั้งยื่นหนังสือต่อกระทรวงยุติธรรม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะเป็นองค์กรรัฐหลักที่มีหน้าที่สร้างหลักประกันให้องค์กรภาคธุรกิจปฏิบัติตามหลักการชี้แนะขององค์กรสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชน

แคมเปญประสบความสำเร็จ
ประเด็นรณรงค์
Update 2 กันยา: ขอบคุณทาง SSUP และทุมท่านที่ร่วมลงชื่อสนับสนุนการรณรงค์สิทธิในอัตลักษณ์ทางเพศและการคุ้มครองคนข้ามเพศในโลกของการทำงาน #ให้มันจบที่จูน ปิดฉากอย่างงดงาม [อ่านต่อได้ที่นี่ค่ะ]
----
น้องจูน นิยามตัวเองว่าเป็นผู้หญิงข้ามเพศ เธอไม่ปฏิเสธว่าหากใครจะเรียกขานเธอว่ากะเทย หากไม่ได้เรียกขานกันด้วยความเย้ยหยันและแสดงเคารพกันและกันก็ไม่เป็นไร แต่ที่ยอมไม่ได้คือเธอถูกเลือกปฏิบัติในการสมัครงานตำแหน่งพนักงานขายเครื่องสำอางค์แบรนด์ Cute Press และ Oriental Princess ในเครือ SSUP Beauty and Wellness บริษัทด้านสุขภาพ ความงาม และผิวพรรณชั้นนำแถวหน้าและเป็นตำนานของเมืองไทย
จูนเล่าว่าเธอเคยประกอบอาชีพสายงานด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว หนึ่งในพนักงานต้อนรับและดูแลนักท่องเที่ยวชาวจีนบนเรือสำราญ เธอคือหนึ่งในสาวงามผู้มีใจรักการแสดงและงานบริการลูกค้า เมื่อมีการปิดประเทศจากภาวะวิกฤตไวรัสระบาด บริษัทมีความจำเป็นพักการจ้างงานนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธุ์ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบทางตรงต่อเธอ ชีวิตของเธอเป็นคนปากกัดตีนถีบ ไม่ใช่แค่ตัวคนเดียวแต่เธอเป็นกำลังหลักในการหาเลี้ยงครอบครัว เมื่อไม่มีทัวร์ ไม่มีลูกค้า เท่ากับไม่มีรายได้
เมื่อวันที่พฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา จูนตัดสินใจหางานใหม่และพบกับประกาศรับสมัครพนักงานขายเครื่องสำอางบริษัทในเครือ SSUP ดังกล่าว จูนจึงรีบเตรียมเอกสารและทำ Resume เพราะเธอเชื่อว่าประสบการณ์ด้านบริการของเธอกว่า 7 ปี ยังไม่นับทักษะด้านการแต่งหน้า ความสวยความงาม พร้อมวุฒิการศึกษาปริญญาด้านนิเทศศาสตร์ บวกกับรูปร่างหน้าตา ผิวพรรณ ที่เรียกได้ว่าพร้อมและเหมาะสม เธอเชื่อว่าคืออีกจุดเด่นสำคัญที่จะทำให้บริษัทได้รับประโยชน์จากยอดขายและทำกำไรได้เป็นอย่างดี
เมื่อจัดเตรียมเอกสารประกอบการสมัครเสร็จ จูนติดต่อบริษัทไปยังไลน์สำหรับ recruitment ของ SSUP โดยเฉพาะเพื่อส่งเอกสารและแสดงความประสงค์ที่จะสมัครงาน แต่สิ่งที่เธอรับกลับมาคือ #ขอโทษค่ะรับผู้หญิงค่ะ จูนบอกว่ารู้สึกเหมือนถูกตบหน้าอย่างแรงมาก เธอจุกมาก น้ำตาไหล เพราะไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า ประโยคปฏิเสธสั้น ๆ ประโยคเดียวนี้ ทำให้เธอกลับมาตั้งคำถามกับตัวเองว่า #ไม่มีความเป็นผู้หญิงพอที่จะปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งงานนี้ได้ ทำไมแบรนด์ผลิตภัณฑ์ความงาม เครื่องสำอางระดับโลกแบรนด์ หรือ counter brand ก็มีพนักงานเป็นผู้หญิงข้ามเพศมากมาย แต่ทำไมบริษัท SSUP ถึงไม่ยอมรับผู้หญิงข้ามเพศเข้ามาทำงานเป็นพนักงานขายเครื่องสำอางค์ของบริษัท
การปฏิเสธการโอกาสในการสมัครงานต่อจูน ไม่ใช่แค่การตบหน้าจูนเดียว แต่มันคือการตบหน้ากะเทยทั้งประเทศ สำหรับนาดาทั้งในฐานะคนทำงานด้านสิทธิมนุษยชนของบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศ และเคยเป็นสมาชิกอุดหนุนสินค้าผลิตภัณฑ์ของทั้งสองแบรนด์นี้ บอกได้คำเดียวว่า #เจ็บปวด ยิ่งไปกว่านั้นหากบริษัท SSUP มีนโยบายกีดกันไม่รับผู้หญิงข้ามเพศ สาวประเภทสอง หรือ กะเทย เป็นพนักงานขายเครื่องสำอางจริง นั่นหมายความว่า บริษัทมีความเชื่อ หรือ อคติทางเพศ เกี่ยวกับภาพลักษณ์ของผู้หญิงข้ามเพศ ใช่หรือไม่? SSUP ไม่ทราบเลยหรือว่าการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายในบ้านนี้เมืองนี้เพราะ
- ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญที่คุ้มครองไม่ให้มีการเลือกปฏิบัติต่อบุคคล
- ประเทศไทยมีการบังคับใช้พระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ.2558
- ประเทศไทยประกาศใช้แผนปฏิบัติการแห่งชาติว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชน
- ประเทศไทยเป็นภาคีตามอนุสัญญาขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ ILO ฉบับที่ 111 ว่าด้วยการห้ามเลือกปฏิบัติในจ้างแรงงาน
- ประเทศไทยเป็นภาคีตามกติกาสากลว่าด้วยสิทธิพลเมืองสิทธิทางการเมือ
- ประเทศไทยเป็นภาคีตามกติกาสากลว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และ วัฒนธรรม
- ประเทศไทยเป็นภาคีตามอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีทุกรูปแบบ
บริษัทประกาศเจตนารมณ์ถึงวัฒนธรรมองค์กรของตนเองว่า “Happy Customers, Happy Employees and Happy Society are the three meaningful goals and relationship that drive SSUP people and Culture” แปลยังไงก็ได้ความว่า “ลูกค้าเป็นสุข, พนักงานเป็นสุข และสังคมเป็นสุข คือเป้าหมายหลักสามประการที่ขับเคลื่อนและเชื่อมร้อยความสัมพันธ์และวัฒนธรรมองค์กรของ SSUP ไว้ด้วยกัน” แต่มาวันนี้ น้ำตาของน้องจูนต่อคำปฏิเสธโอกาสแค่เพียงจะยื่นใบสมัครงานด้วยเหตุผลที่ว่า #รับแต่ผู้หญิง คือคำตอบสำคัญที่ทำให้บริษัท SSUP ต้องตระหนักรู้ว่า บริษัทของคุณล้มเหลวต่อเจตนารมณ์ที่คุณประกาศไว้
เราจึงอยากแสดงความจริงใจต่อบริษัท SSUP ด้วยการออกมาเรียกร้องสิทธิเพื่อไม่ให้มีการเลือกปฏิบัติแก่บุคคลข้ามเพศในการเข้าทำงาน ขอทุกท่านที่เห็นด้วยร่วมลงชื่อสนับสนุนในแคมเปญนี้ พลังและกำลังใจของทุกคนจะถูกส่งต่อผ่านคำร้องที่เราเตรียมมอบให้กับคณะกรรมการวินิจฉัยการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ พร้อมทั้งยื่นหนังสือต่อกระทรวงยุติธรรม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะเป็นองค์กรรัฐหลักที่มีหน้าที่สร้างหลักประกันให้องค์กรภาคธุรกิจปฏิบัติตามหลักการชี้แนะขององค์กรสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชน

แคมเปญประสบความสำเร็จ
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
ผู้มีอำนาจตัดสินใจ
อัปเดตเกี่ยวแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 23 สิงหาคม ค.ศ. 2020 แล้ว