

หลังจากเครือข่ายภาคประชาสังคม ประชาชน และเกษตรกรร่วมกันผลักดันการแบนสารเคมีร้ายแรง พาราควอต-คลอร์ไพริฟอส สำเร็จจนมีผลใช้บังคับตั้งแต่ 1 มิ.ย. ที่ผ่านมา ก็มีความพยาพยามที่จะล้มคำสั่งแบนมาโดยตลอด ไม่น่าแปลกใจ เพราะเรากำลังพูดถึงผลประโยชน์มหาศาล แค่มูลค่าตลาดของพาราควอตในประเทศไทย ก็มีการคาดการณ์ว่าอาจสูงถึงหนึ่งหมื่นล้านบาทต่อปี...
ล่าสุด เกิดความเคลื่อนไหวสำคัญ เป็นที่มาให้เราต้องกลับมาเปิดแคมเปญนี้อีกครั้งเพื่อเผยแพร่ข้อมูล สร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง
ปลายสัปดาห์ที่แล้ว มีการเผยแพร่หนังสือภายในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินการรับลูกให้มีการทบทวนการแบนพาราควอต ตามหนังสือ ลงวันที่ 25 สิงหาคม 2563 เรื่องขอให้นำส่งข้อมูลไปยังคณะกรรมการวัตถุอันตราย อ้างถึงคำร้องขอให้มีการนำเอกสารข้อมูลไปยังคณะกรรมการวัตถุอันตรายเพื่อทบทวนมติการยกเลิกพาราควอตและคลอร์ไพริฟอส
นายเฉลิมชัยได้สั่งการในท้ายหนังสือดังกล่าว โดยเขียนเป็นลายมือว่า "มอบปลัดกษ.ดำเนินการตามที่ร้องขอ" พร้อมลายเซ็น ลงชื่อ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงวันที่ 26 สิงหาคม 2563
พาราควอตเป็นสารเคมีกำจัดวัชพืชพิษเฉียบพลันสูงและพิษระยะยาวก่อให้เกิดโรคพาร์กินสัน ปัจจุบันมี 60 ประเทศยกเลิกการใช้แล้ว รวมทั้งประเทศไทย ตามมติของคณะกรรมการวัตถุอันตรายเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2562
บริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายรายใหญ่คือบริษัทซินเจนทา โดยประเทศผู้คิดค้นได้แก่สหราชอาณาจักร ประเทศที่เป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ คือสวิสเซอร์แลนด์ และผู้ผลิตรายใหญ่คือ จีน ได้ยกเลิกการใช้แล้ว
กระทรวงสาธารณสุข และองค์กรด้านสาธารณสุข เช่น แพทยสภา สภาเภสัชกรรม สภาวิจัยแห่งชาติ คณะกรรมการปฏิรูปประเทศ 2 คณะ ได้แก่ด้านสาธารณสุข และด้านทรัพยากรธรรมชาติ ผู้ตรวจการแผ่นดิน รวมทั้งมติของกรรมาธิการวิสามัญของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งผ่านความเห็นชอบโดยสภาผู้แทนราษฎรด้วยเสียงเป็นเอกฉันท์ เรียกร้องให้มีการแบนสารพิษดังกล่าว
สิ่งที่นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ควรจะรีบดำเนินการ คือการหามาตรการและแนวทางสนับสนุนเพื่อให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนจากการใช้สารเคมีอันตรายร้ายแรงไปสู่วิธีการที่ปลอดภัยกว่า ไม่ใช่การฉวยโอกาสเสนอให้มีการยกเลิกการแบน เรื่องนี้ไม่ควรเป็นเรื่องขัดแย้งกันระหว่างเกษตรกรที่ใช้สารเคมีดังกล่าวกับประชาชนส่วนใหญ่ (ซึ่งรวมถึงเกษตรกรจำนวนมากด้วยที่สนับสนุนการแบน)