
สวัสดีผู้ร่วมลงชื่อสนับสนุนทุกท่าน
หลังจากการต่อสู้ทางนโยบายมาอย่างยาวนานกว่า 3 ปี ในที่สุดพาราควอต สารพิษร้ายแรงที่ 58 ประเทศยกเลิกการใช้แล้ว ถูกประกาศแบนอย่างเป็นทางการในประเทศไทย - ขอขอบคุณการขับเคลื่อนและแรงสนับสนุนจากทุกฝ่าย ทั้งเครือข่ายสนับสนุนการแบนสารพิษฯ เกษตรกรที่ยึดมั่นในเกษตรยั่งยืน ผู้บริโภคที่สนับสนุนอาหารปลอดภัย ภาคประชาชน ฯลฯ และอีก 5 หมื่นเสียงสนับสนุนบน Change.org/paraquat ….พวกเราที่ทำให้เรื่องนี้สำเร็จได้จริง!
ก่อนหน้านี้ จีน เวียดนาม กัมพูชา ลาว และมาเลเซีย ประเทศเพื่อนบ้านของไทย ก็ประกาศแบนสารพิษดังกล่าวแล้วเช่นกัน
คลอร์ไพริฟอส สารพิษกำจัดแมลงที่มีผลกระทบต่อพัฒนาการทางสมองของเด็กและทารก ถูกประกาศแบนแล้วเช่นเดียวกัน โดยจะมีผลพร้อมกันในวันที่ 1 มิถุนายน 2563 นี้ หลังจากสารพิษนี้ถูกยกเลิกการใช้โดยสหภาพยุโรปอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา
หลังการประกาศแบนมีผล กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องมีบทบาทหลักในการสนับสนุนเกษตรกรทั้งในรูปการฝึกอบรม การให้ข้อมูลความรู้ทางวิชาการ หรือการสนับสนุนในรูปแบบอื่นๆ เพื่อให้เกษตรกรใช้วิธีการทางเลือกอื่น เช่น การใช้เครื่องตัดหญ้า เครื่องจักรกลการเกษตร การปลูกพืชคลุมดิน และการจัดระบบการปลูกพืช เป็นต้น ในการกำจัดวัชพืช
โดยควรใช้โอกาสที่ประชาชนจำนวนมากนับล้านคนที่หลั่งไหลกลับภาคเกษตรกรรมอันเกิดจากวิกฤต COVID-19 สร้างอาชีพ เช่น หน่วยบริการกำจัดวัชพืช โดยอาจสนับสนุนเงินทุนและทรัพยากรเพื่อการนี้แก่กลุ่มต่างๆที่สนใจ รวมไปถึงการปฏิรูประบบเกษตรกรรม ที่ส่วนใหญ่เน้นการผลิตเชิงเดี่ยวผลิตวัตถุดิบราคาถูก ไปสู่ระบบเกษตรผสมผสานที่ให้ความสำคัญกับเรื่องความมั่นคงทางอาหาร มากขึ้น เพื่อลดปัญหาการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชในระยะยาว และรองรับการเปลี่ยนแปลงรับมือยุคหลังไวรัสระบาด
รัฐบาลอาจแบ่งงบประมาณ 400,000 ล้านบาท สำหรับการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม เพื่อรองรับเกษตรกรรายย่อยที่ประสงค์จะปรับเปลี่ยนวิถีเกษตรกรรมไปสู่วิถีเกษตรวิธีใหม่
ไทยแพนวางแผนเผยแพร่คลิปวิดีโอ ซึ่งเป็นการสัมภาษณ์บุคคลสำคัญเกี่ยวกับเกษตรกรรมและอาหารของไทยหลังการแบนสารพิษร้ายแรง และเผยแพร่ประสบการณ์การจัดการวัชพืชของเกษตรกรต่างๆ จำนวนมากที่ไม่พึ่งพาพาราควอต โปรดติดตามที่ https://www.facebook.com/ThaiPesticideAlertNetwork
เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม 5 รายการ “พาราควอต-คลอร์ไพริฟอส” ขึ้นบัญชีวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 อ่านต่อได้ที่ https://www.thansettakij.com/content/Macro_econ/435101