ร่วมกันลงชื่อถอดถอน กกต.


ร่วมกันลงชื่อถอดถอน กกต.
ประเด็นรณรงค์
ขออำนาจพลังประชาชนร่วมกันลงชื่อสนับสนุนแคมเปญล่ารายชื่อถอดถอนกรรมการการเลือกตั้งที่ดูมีมลทินมากที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย
( อัพเดทล่าสุด ) วันพฤหัสบดีที่ 11 พฤษภาคม
เครือข่ายคนรุ่นใหม่เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคม, People Network, กลุ่มทะลุฟ้า และ iLaw ได้รวบรวมหลักฐานการกระทำความผิดของ กกต. พร้อมรายชื่อที่ลงใน Change.org/EC จำนวน 1.2 ล้าน รายชื่อเพื่อยื่นฟ้องร้อง กกต. ต่อ สำนักงานปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) โดยมีรายละเอียดดังนี้
ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้จัดให้มีการเลือกตั้งล่วงหน้า และการเลือกตั้งนอกเขตขึ้นเมื่อวันที่ ๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ ซึ่งเป็นการลงคะแนนเสียงล่วงหน้าในเขตและลงคะแนนเสียงนอกเขตของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศ
ข้าพเจ้าเห็นว่าการดำเนินการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต ในวันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๖๖ ดังกล่าวเป็นการจงใจปฏิบัติหน้าที่โดยไม่สุจริต หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๒๒๔ (๒) จึงขอให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญฯ มาตรา ๒๓๔ (๑) โดยมีรายละเอียดการดังต่อไปนี้
๑. การปฏิบัติหน้าที่โดยความบกพร่องในการเปิดให้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต ส่งผลให้ผู้มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนไม่สามารถลงทะเบียนการใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตตามกฎหมายได้
๒. การปฏิบัติหน้าที่โดยความบกพร่องของเจ้าหน้าที่ในวันเลือกตั้งล่วงหน้ากระทบสิทธิทางการเมืองของประชาชนอย่างร้ายแรง
๒.๑ ผู้ที่ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตแล้วแต่เสียสิทธิในการเลือกตั้งเนื่องจากไม่ปรากฏชื่อในบัญชี
๒.๒ กรรมการการเลือกตั้งประจำหน่วยเขียนเขต และรหัสหน้าซองเลือกตั้งผิด ซึ่งอาจทำให้ผลคะแนนอาจไม่สะท้อนเจตนารมณ์ของผู้ใช้สิทธิอย่างแท้จริงและเกิด “บัตรเขย่ง” เนื่องจากบัตรที่ถูกส่งไปผิดเขต
๒.๓ ข้อมูลผู้สมัครและพรรคไม่ครบหรือสร้างความสับสนแก่ผู้ไปใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน
๒.๔ กรรมการการเลือกตั้งประจำหน่วยขัดขวางการสังเกตการณ์ของประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน
๒.๕ การปิดผนึกซองบรรจุบัตรออกเสียงลงคะแนนไม่ถูกต้อง
ดังนั้น จึงร้องขอให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว ว่าเป็นการขัดต่อบทบัญญัติกฎหมายข้างต้นหรือไม่ และเนื่องด้วยเหตุนี้ข้าพเจ้าในฐานะประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย จึงขอกล่าวหาคณะกรรมการการเลือกตั้ง อันประกอบด้วย
๑. นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
๒. นายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ กรรมการการเลือกตั้ง
๓. นายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี กรรมการการเลือกตั้ง
๔. นายปกรณ์ มหรรณพ
กรรมการการเลือกตั้ง
๕. นายเลิศ โกวัฒนะ
กรรมการการเลือกตั้ง
๖. นายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ
กรรมการการเลือกตั้ง
แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่จำนวนรายชื่อ เนื่องจาก กกต. เป็นองค์กรอิสระที่ตั้งโดย สนช. และสนช. ก็ตั้งโดย คสช. จึงจำเป้นต้องร้องเรียนผ่าน ปปช. (ปปช. ก็ตั้งโดย สนช. อีกที) จึงทำให้เราตั้งการอาสาสมัครเพื่อจับตาการเลือกตั้งประจำแต่ละหน่วยให้ได้มากที่สุด สามารถลงทะเบียนเป็นอาสาสมัครได้ที่ www.vote62.com และส่งหลักฐานการทุจริตหรือประพฤติมิชอบตามกฎหมายได้ที่ www.electionwatchth.org
[อัพเดทเพิ่มเติมวันที่ 7 เมษายน 2566]
We love Thailand คือเครือข่ายภาคประชาชนที่ไม่เเสวงหาอำนาจหรือโอกาสทางการเมืองเรามีเจตจำนงที่ชัดเจนในการขับเคลื่อนประเทศเพื่อนำไปสู่การปฏิรูปเชิงโครงสร้างของประเทศไทย ปัญหาเชิงโครงสร้างอันเนื่องมาจากองกรค์อิสระที่มีการเเต่งตั้งเเละใช้อำนาจโดยไม่ยึดโยงจากอำนาจของประชาชน
การลงชื่อของท่านจะไม่สูญเปล่า เราจะรวบรวมหลักฐานการทุจริตเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์เพื่อนำไปสู่การถอดถอนเเละลงโทษ กกต.
We Love Thailand ขอเรียนให้ประชาชนทุกท่านทราบว่าหากท่านต้องการส่งเสียงถึงผู้มีอำนาจอันมิชอบในสังคม การมีจำนวนรายชื่อให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้จะช่วยให้การถอดถอนนี้มีความเป็นไปได้ที่จะสำเร็จมากยิ่งขึ้นและถือว่าเป็นการแสดงออกครั้งประวัติศาสตร์ของประชาชนคนไทยที่ต้องการเเสดงถึงการไม่ยอมจำนนต่อการทุจริตเเละคอรัปชั่นในทุกรูปเเบบ หลังจากขั้นตอนนี้เเล้วจะมีการนำรายชื่อทั้งหมดไปยื่นถอดถอน เเละ ลงโทษ กกต. ตามกฏหมายเเละรัฐธรรมนูญไทย
[อัพเดทเพิ่มเติมวันที่ 11 เมษายน 2563] -----------------------------------
หลายคนอาจจะสงสัยว่าแล้วหลังจากที่ไปยื่นหนังสือและหลักฐานที่ ป.ป.ช. แล้ว ทำไมดูเหมือนไม่มีความคืบหน้าอะไรเลย เราเลยอยากจะมาอัพเดทด้วยว่าตอนนี้ผ่านไป 1 ปีเต็มแล้ว คืบหน้าไปยังไงบ้าง โดยเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมาเราได้โทรไปสอบถามจากเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ได้ความว่ารอทาง กกต. ส่งเอกสารชี้แจงตามข้อกล่าวหาที่เรายื่นไป และทาง ป.ป.ช. แจ้งมาว่า กกต. ได้ส่งรายละเอียดเพื่อชี้แจงข้อกล่าวหาทั้งหมดมาแล้ว ทางป.ป.ช. จะพิจารณาเอกสารทั้งหมดและทำเรื่องส่งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาว่าจะส่งฟ้องในคดีใดบ้าง
และล่าสุดในวันที่ 7 เมษายน ที่ผ่านมาทางเราได้ตอบเรื่องจากทาง ป.ป.ช. อีกครั้ง ทาง ป.ป.ช. แจ้งว่าได้ประสานขอให้ กกต. ชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องบัตรนิวซีแลนด์ โดยให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวน หรือส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องมา เพื่อเตรียมส่งให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาต่อไป...(อ่านต่อได้ในอัพเดทแคมเปญ)
เปิด Timeline 1 ปี ร่วมลงชื่อยื่นถอดถอน #กกตโป๊ะแตก ที่เพจ Youth & direct democracy TH
[อัพเดทเพิ่มเติมวันที่ 27 มีนาคม 2562] --------------------------------------
ขณะนี้แคมเปญนี้คือเรื่องที่มีคนลงชื่อมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Change.org ประเทศไทย ขอบคุณทุกคนมากๆ ที่มาร่วมกันแสดงพลังและความต้องการของประชาชนครับ
แม้การลงชื่อออนไลน์และการเคลื่อนไหวของประชาชนจะไม่ได้มีข้อผูกมัดทางกฏหมาย แต่เราเชื่อว่ามันส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางกฏหมายและนโยบายได้ครับ
เมื่อพูดถึงกระบวนการทางกฏหมาย มีหลายคนเสนอว่าให้รวบรวมเอกสารหน้าบัตรประชาชนด้วย เราขอชี้แจงแบบนี้นะครับ
- ตามรัฐธรรมนูญปี 50 (ของเก่า) มาตรา 271 ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่า 20,000 คน มีสิทธิเข้าชื่อร้องขอให้ถอดถอน กกต. ออกจากตำแหน่งได้
- ตามรัฐธรรมนูญปี 60 (ฉบับปัจจุบัน) มาตรา 235 ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยหรือมีการกล่าวหาผู้ดํารงตําแหน่งในองค์กรอิสระ (เช่น กกต.) ให้ป.ป.ช.ไต่สวนข้อเท็จจริง หาก ป.ป.ช. มีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่เห็นว่าผู้นั้น มีพฤติการณ์หรือกระทําความผิดตามที่ไต่สวนให้ดําเนินการต่อ
เราได้สอบถามผู้เชี่ยวชาญทางกฏหมาย รวมทั้งโทรถาม ป.ป.ช. เองด้วย ได้รับคำแนะนำว่า ภายใต้รธน. ปัจจุบัน ประชาชนสามารถยื่นหนังสือร้องเรียนไปยังส่วนราชการ (ป.ป.ช.) ได้ตามขั้นตอนปกติ ตามมาตรา 235 ข้างต้น คือคนๆ เดียวก็ร้องเรียนได้ครับ
ดังนั้น พวกเราและ ‘เครือข่ายคนรุ่นใหม่เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคม’ จะเป็นตัวแทนนำรายชื่อทุกคนไปร้องเรียนกับ ป.ป.ช. ส่วนรายละเอียดและวันเวลาเข้ายื่น โปรดติดตามนะครับ
[เนื้อหาแคมเปญเดิม]------------------------------------------------
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง :
1) รัฐธรรมนูญ มาตรา 164 ว่าด้วยสิทธิการมีส่วนร่วมทางการเมืองโดยตรงของประชาชน
2) รัฐธรรมนูญมาตรา 270-274 ว่าด้วยการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงอื่นๆ
3) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 (พ.ร.บ.ป.ป.ช.) มาตรา 58-65 ว่าด้วย การถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงอื่นๆ
ตำแหน่งที่อาจถูกถอดถอนได้ :
1) นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี
2) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.)
3) ประธานศาลฎีกา รองประธานศาลฎีกา และผู้พิพากษาที่ป.ป.ช.กำหนด
4) ประธานศาลปกครองสูงสุด รองประธานศาลปกครองสูงสุด และผู้พิพากษาที่ป.ป.ช.กำหนด
5) ประธานศาลรัฐธรรมนูญ และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้งหลาย
6) อัยการสูงสุด รองอัยการสูงสุด และอัยการทั้งหลายที่ป.ป.ช.กำหนด
7) กรรมการการเลือกตั้ง (ก.ก.ต.)
8) ผู้ตรวจการแผ่นดิน
9) ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน
10) หัวหน้าสํานักตุลาการทหาร
11) ปลัดกระทรวง อธิบดีกรม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ปลัดกรุงเทพมหานคร
12) หัวหน้าหน่วยงานอิสระตามรัฐธรรมนูญ ที่มีฐานะเป็น
นิติบุคคล
13) กรรมการและผู้บริหารสูงสุดของรัฐวิสาหกิจ
ฯลฯ
เหตุในการถอดถอน :
1) มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ
2) ส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่
3) ส่อว่ากระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ / หน้าที่ในการยุติธรรม
4) ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย
5) ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
ขั้นตอน :
1) ผู้ริเริ่มไม่เกิน 100 คน ไปแสดงตนต่อประธานวุฒิสภาก่อนเริ่มต้นรวบรวมรายชื่อ
2) ผู้ริเริ่มรวบรวมลายมือชื่อประชาชน พร้อมเอกสารระบุชื่อ อายุ ที่อยู่ เลขบัตรประชาชน สำเนาบัตรประชาชนหรือเอกสารที่มีรูปถ่ายที่ทางราชการออกให้ ให้ครบ 20,000 คน ภายใน 180 วัน
3) ผู้ริเริ่มนำรายชื่อประชาชน พร้อมระบุพฤติการที่กล่าวหาผู้ที่จะถูกถอดถอน และพยานหลักฐานตามสมควรยื่นต่อประธานวุฒิสภา
4) ประธานวุฒิสภาส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไต่สวนโดยเร็ว
5) หากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เห็นว่ามีมูลให้ทำรายงานเสนอต่อวุฒิสภา ระหว่างนี้ผู้ถูกกล่าวหาจะปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งต่อไปไม่ได้ และให้ประธานวุฒิสภาจัดประชุมวุฒิสภาโดยเร็วเพื่อลงมติ
6) สมาชิกวุฒิสภาลงมติให้ถอดถอนผู้ถูกกล่าวหาออกจากตำแหน่ง โดยอาศัยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 5 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด
ผล : ผู้ที่ถูกถอดถอนให้พ้นจากตำแหน่งหรือให้ออกจากราชการนับตั้งแต่วันที่วุฒิสภาลงมติ และให้ตัดสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองและสิทธิรับราชการ 5 ปี มติของวุฒิสภาให้เป็นที่สุด ใครจะมาร้องบุคคลเดิมด้วยเหตุเดิมอีกไม่ได้
ผู้ที่มีบทบาทมาก : คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
ผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจจริงๆ : วุฒิสภา โดยมติ 3 ใน 5 ของจำนวนสมาชิกวุฒิสภาทั้งหมด

1,316,264
ประเด็นรณรงค์
ขออำนาจพลังประชาชนร่วมกันลงชื่อสนับสนุนแคมเปญล่ารายชื่อถอดถอนกรรมการการเลือกตั้งที่ดูมีมลทินมากที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย
( อัพเดทล่าสุด ) วันพฤหัสบดีที่ 11 พฤษภาคม
เครือข่ายคนรุ่นใหม่เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคม, People Network, กลุ่มทะลุฟ้า และ iLaw ได้รวบรวมหลักฐานการกระทำความผิดของ กกต. พร้อมรายชื่อที่ลงใน Change.org/EC จำนวน 1.2 ล้าน รายชื่อเพื่อยื่นฟ้องร้อง กกต. ต่อ สำนักงานปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) โดยมีรายละเอียดดังนี้
ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้จัดให้มีการเลือกตั้งล่วงหน้า และการเลือกตั้งนอกเขตขึ้นเมื่อวันที่ ๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ ซึ่งเป็นการลงคะแนนเสียงล่วงหน้าในเขตและลงคะแนนเสียงนอกเขตของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศ
ข้าพเจ้าเห็นว่าการดำเนินการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต ในวันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๖๖ ดังกล่าวเป็นการจงใจปฏิบัติหน้าที่โดยไม่สุจริต หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๒๒๔ (๒) จึงขอให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญฯ มาตรา ๒๓๔ (๑) โดยมีรายละเอียดการดังต่อไปนี้
๑. การปฏิบัติหน้าที่โดยความบกพร่องในการเปิดให้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต ส่งผลให้ผู้มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนไม่สามารถลงทะเบียนการใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตตามกฎหมายได้
๒. การปฏิบัติหน้าที่โดยความบกพร่องของเจ้าหน้าที่ในวันเลือกตั้งล่วงหน้ากระทบสิทธิทางการเมืองของประชาชนอย่างร้ายแรง
๒.๑ ผู้ที่ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตแล้วแต่เสียสิทธิในการเลือกตั้งเนื่องจากไม่ปรากฏชื่อในบัญชี
๒.๒ กรรมการการเลือกตั้งประจำหน่วยเขียนเขต และรหัสหน้าซองเลือกตั้งผิด ซึ่งอาจทำให้ผลคะแนนอาจไม่สะท้อนเจตนารมณ์ของผู้ใช้สิทธิอย่างแท้จริงและเกิด “บัตรเขย่ง” เนื่องจากบัตรที่ถูกส่งไปผิดเขต
๒.๓ ข้อมูลผู้สมัครและพรรคไม่ครบหรือสร้างความสับสนแก่ผู้ไปใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน
๒.๔ กรรมการการเลือกตั้งประจำหน่วยขัดขวางการสังเกตการณ์ของประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน
๒.๕ การปิดผนึกซองบรรจุบัตรออกเสียงลงคะแนนไม่ถูกต้อง
ดังนั้น จึงร้องขอให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว ว่าเป็นการขัดต่อบทบัญญัติกฎหมายข้างต้นหรือไม่ และเนื่องด้วยเหตุนี้ข้าพเจ้าในฐานะประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย จึงขอกล่าวหาคณะกรรมการการเลือกตั้ง อันประกอบด้วย
๑. นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
๒. นายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ กรรมการการเลือกตั้ง
๓. นายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี กรรมการการเลือกตั้ง
๔. นายปกรณ์ มหรรณพ
กรรมการการเลือกตั้ง
๕. นายเลิศ โกวัฒนะ
กรรมการการเลือกตั้ง
๖. นายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ
กรรมการการเลือกตั้ง
แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่จำนวนรายชื่อ เนื่องจาก กกต. เป็นองค์กรอิสระที่ตั้งโดย สนช. และสนช. ก็ตั้งโดย คสช. จึงจำเป้นต้องร้องเรียนผ่าน ปปช. (ปปช. ก็ตั้งโดย สนช. อีกที) จึงทำให้เราตั้งการอาสาสมัครเพื่อจับตาการเลือกตั้งประจำแต่ละหน่วยให้ได้มากที่สุด สามารถลงทะเบียนเป็นอาสาสมัครได้ที่ www.vote62.com และส่งหลักฐานการทุจริตหรือประพฤติมิชอบตามกฎหมายได้ที่ www.electionwatchth.org
[อัพเดทเพิ่มเติมวันที่ 7 เมษายน 2566]
We love Thailand คือเครือข่ายภาคประชาชนที่ไม่เเสวงหาอำนาจหรือโอกาสทางการเมืองเรามีเจตจำนงที่ชัดเจนในการขับเคลื่อนประเทศเพื่อนำไปสู่การปฏิรูปเชิงโครงสร้างของประเทศไทย ปัญหาเชิงโครงสร้างอันเนื่องมาจากองกรค์อิสระที่มีการเเต่งตั้งเเละใช้อำนาจโดยไม่ยึดโยงจากอำนาจของประชาชน
การลงชื่อของท่านจะไม่สูญเปล่า เราจะรวบรวมหลักฐานการทุจริตเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์เพื่อนำไปสู่การถอดถอนเเละลงโทษ กกต.
We Love Thailand ขอเรียนให้ประชาชนทุกท่านทราบว่าหากท่านต้องการส่งเสียงถึงผู้มีอำนาจอันมิชอบในสังคม การมีจำนวนรายชื่อให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้จะช่วยให้การถอดถอนนี้มีความเป็นไปได้ที่จะสำเร็จมากยิ่งขึ้นและถือว่าเป็นการแสดงออกครั้งประวัติศาสตร์ของประชาชนคนไทยที่ต้องการเเสดงถึงการไม่ยอมจำนนต่อการทุจริตเเละคอรัปชั่นในทุกรูปเเบบ หลังจากขั้นตอนนี้เเล้วจะมีการนำรายชื่อทั้งหมดไปยื่นถอดถอน เเละ ลงโทษ กกต. ตามกฏหมายเเละรัฐธรรมนูญไทย
[อัพเดทเพิ่มเติมวันที่ 11 เมษายน 2563] -----------------------------------
หลายคนอาจจะสงสัยว่าแล้วหลังจากที่ไปยื่นหนังสือและหลักฐานที่ ป.ป.ช. แล้ว ทำไมดูเหมือนไม่มีความคืบหน้าอะไรเลย เราเลยอยากจะมาอัพเดทด้วยว่าตอนนี้ผ่านไป 1 ปีเต็มแล้ว คืบหน้าไปยังไงบ้าง โดยเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมาเราได้โทรไปสอบถามจากเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ได้ความว่ารอทาง กกต. ส่งเอกสารชี้แจงตามข้อกล่าวหาที่เรายื่นไป และทาง ป.ป.ช. แจ้งมาว่า กกต. ได้ส่งรายละเอียดเพื่อชี้แจงข้อกล่าวหาทั้งหมดมาแล้ว ทางป.ป.ช. จะพิจารณาเอกสารทั้งหมดและทำเรื่องส่งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาว่าจะส่งฟ้องในคดีใดบ้าง
และล่าสุดในวันที่ 7 เมษายน ที่ผ่านมาทางเราได้ตอบเรื่องจากทาง ป.ป.ช. อีกครั้ง ทาง ป.ป.ช. แจ้งว่าได้ประสานขอให้ กกต. ชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องบัตรนิวซีแลนด์ โดยให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวน หรือส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องมา เพื่อเตรียมส่งให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาต่อไป...(อ่านต่อได้ในอัพเดทแคมเปญ)
เปิด Timeline 1 ปี ร่วมลงชื่อยื่นถอดถอน #กกตโป๊ะแตก ที่เพจ Youth & direct democracy TH
[อัพเดทเพิ่มเติมวันที่ 27 มีนาคม 2562] --------------------------------------
ขณะนี้แคมเปญนี้คือเรื่องที่มีคนลงชื่อมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Change.org ประเทศไทย ขอบคุณทุกคนมากๆ ที่มาร่วมกันแสดงพลังและความต้องการของประชาชนครับ
แม้การลงชื่อออนไลน์และการเคลื่อนไหวของประชาชนจะไม่ได้มีข้อผูกมัดทางกฏหมาย แต่เราเชื่อว่ามันส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางกฏหมายและนโยบายได้ครับ
เมื่อพูดถึงกระบวนการทางกฏหมาย มีหลายคนเสนอว่าให้รวบรวมเอกสารหน้าบัตรประชาชนด้วย เราขอชี้แจงแบบนี้นะครับ
- ตามรัฐธรรมนูญปี 50 (ของเก่า) มาตรา 271 ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่า 20,000 คน มีสิทธิเข้าชื่อร้องขอให้ถอดถอน กกต. ออกจากตำแหน่งได้
- ตามรัฐธรรมนูญปี 60 (ฉบับปัจจุบัน) มาตรา 235 ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยหรือมีการกล่าวหาผู้ดํารงตําแหน่งในองค์กรอิสระ (เช่น กกต.) ให้ป.ป.ช.ไต่สวนข้อเท็จจริง หาก ป.ป.ช. มีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่เห็นว่าผู้นั้น มีพฤติการณ์หรือกระทําความผิดตามที่ไต่สวนให้ดําเนินการต่อ
เราได้สอบถามผู้เชี่ยวชาญทางกฏหมาย รวมทั้งโทรถาม ป.ป.ช. เองด้วย ได้รับคำแนะนำว่า ภายใต้รธน. ปัจจุบัน ประชาชนสามารถยื่นหนังสือร้องเรียนไปยังส่วนราชการ (ป.ป.ช.) ได้ตามขั้นตอนปกติ ตามมาตรา 235 ข้างต้น คือคนๆ เดียวก็ร้องเรียนได้ครับ
ดังนั้น พวกเราและ ‘เครือข่ายคนรุ่นใหม่เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคม’ จะเป็นตัวแทนนำรายชื่อทุกคนไปร้องเรียนกับ ป.ป.ช. ส่วนรายละเอียดและวันเวลาเข้ายื่น โปรดติดตามนะครับ
[เนื้อหาแคมเปญเดิม]------------------------------------------------
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง :
1) รัฐธรรมนูญ มาตรา 164 ว่าด้วยสิทธิการมีส่วนร่วมทางการเมืองโดยตรงของประชาชน
2) รัฐธรรมนูญมาตรา 270-274 ว่าด้วยการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงอื่นๆ
3) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 (พ.ร.บ.ป.ป.ช.) มาตรา 58-65 ว่าด้วย การถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงอื่นๆ
ตำแหน่งที่อาจถูกถอดถอนได้ :
1) นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี
2) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.)
3) ประธานศาลฎีกา รองประธานศาลฎีกา และผู้พิพากษาที่ป.ป.ช.กำหนด
4) ประธานศาลปกครองสูงสุด รองประธานศาลปกครองสูงสุด และผู้พิพากษาที่ป.ป.ช.กำหนด
5) ประธานศาลรัฐธรรมนูญ และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้งหลาย
6) อัยการสูงสุด รองอัยการสูงสุด และอัยการทั้งหลายที่ป.ป.ช.กำหนด
7) กรรมการการเลือกตั้ง (ก.ก.ต.)
8) ผู้ตรวจการแผ่นดิน
9) ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน
10) หัวหน้าสํานักตุลาการทหาร
11) ปลัดกระทรวง อธิบดีกรม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ปลัดกรุงเทพมหานคร
12) หัวหน้าหน่วยงานอิสระตามรัฐธรรมนูญ ที่มีฐานะเป็น
นิติบุคคล
13) กรรมการและผู้บริหารสูงสุดของรัฐวิสาหกิจ
ฯลฯ
เหตุในการถอดถอน :
1) มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ
2) ส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่
3) ส่อว่ากระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ / หน้าที่ในการยุติธรรม
4) ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย
5) ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
ขั้นตอน :
1) ผู้ริเริ่มไม่เกิน 100 คน ไปแสดงตนต่อประธานวุฒิสภาก่อนเริ่มต้นรวบรวมรายชื่อ
2) ผู้ริเริ่มรวบรวมลายมือชื่อประชาชน พร้อมเอกสารระบุชื่อ อายุ ที่อยู่ เลขบัตรประชาชน สำเนาบัตรประชาชนหรือเอกสารที่มีรูปถ่ายที่ทางราชการออกให้ ให้ครบ 20,000 คน ภายใน 180 วัน
3) ผู้ริเริ่มนำรายชื่อประชาชน พร้อมระบุพฤติการที่กล่าวหาผู้ที่จะถูกถอดถอน และพยานหลักฐานตามสมควรยื่นต่อประธานวุฒิสภา
4) ประธานวุฒิสภาส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไต่สวนโดยเร็ว
5) หากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เห็นว่ามีมูลให้ทำรายงานเสนอต่อวุฒิสภา ระหว่างนี้ผู้ถูกกล่าวหาจะปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งต่อไปไม่ได้ และให้ประธานวุฒิสภาจัดประชุมวุฒิสภาโดยเร็วเพื่อลงมติ
6) สมาชิกวุฒิสภาลงมติให้ถอดถอนผู้ถูกกล่าวหาออกจากตำแหน่ง โดยอาศัยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 5 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด
ผล : ผู้ที่ถูกถอดถอนให้พ้นจากตำแหน่งหรือให้ออกจากราชการนับตั้งแต่วันที่วุฒิสภาลงมติ และให้ตัดสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองและสิทธิรับราชการ 5 ปี มติของวุฒิสภาให้เป็นที่สุด ใครจะมาร้องบุคคลเดิมด้วยเหตุเดิมอีกไม่ได้
ผู้ที่มีบทบาทมาก : คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
ผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจจริงๆ : วุฒิสภา โดยมติ 3 ใน 5 ของจำนวนสมาชิกวุฒิสภาทั้งหมด

1,316,264
ผู้มีอำนาจตัดสินใจ
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 17 มีนาคม ค.ศ. 2019 แล้ว