เรียกร้องให้สิทธิประกันตัว 'รินดา' ผู้ต้องหาในคดีโพสต์(ต่อ) 'พล.อ.ประยุทธ์' โอนเงินไปสิงคโปร์


เรียกร้องให้สิทธิประกันตัว 'รินดา' ผู้ต้องหาในคดีโพสต์(ต่อ) 'พล.อ.ประยุทธ์' โอนเงินไปสิงคโปร์
ประเด็นรณรงค์
จากกรณีศาลทหารไม่อนุญาตให้ประกันตัว ‘รินดา’ แม่เลี้ยงเดี่ยว ที่มีลูกสาวและลูกชายวัย13 และ 7 ปี ซึ่งเธอตกเป็นผู้ต้องหาในคดีโพสต์(ต่อ)ในเฟซบุ๊ก กล่าวหา พล.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และภรรยาโอนเงินไปสิงคโปร์หมื่นล้าน แม้ตำรวจจะไม่ได้คัดค้านการประกันตัว และเธอเองก็ยืนเงินสด 100,000 บาทเป็นหลักทรัพย์ในการประกันตัวแล้วก็ตาม
โดยศาลทหารให้เหตุผลว่าหากปล่อยชั่วคราวอาจเป็นอุปสรรคหรือก่อให้เกิดความเสียหายแก่การสอบสวน จึงไม่อนุญาต
สำหรับ ‘รินดา’ เธอถูกเจ้าหน้าที่ทหารนอกเครื่องแบบบุกจับกุมที่บ้านพักจังหวัดปทุมธานีเมื่อวันที่ 8 ก.ค.ไปควบคุมตัวที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ 1 คืนก่อนนำส่งกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ในวันต่อมา ตำรวจแจ้งข้อหาว่าว่า ‘รินดา’ กระทำความผิดโพสต์ข้อความดังกล่าวในเฟซบุ๊ก วันที่ 6 ก.ค.เวลา 06.41 น. มีความผิด 3 ข้อหา คือ มาตรา 14(2) พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ,มาตรา 116 ประมวลกฎหมายอาญา กระทำให้ปรากฎแก่ประชาชน ด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีอื่น อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญหรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริตเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบให้เกิดในราชอาณาจักร โทษจำคุกสูงสุด 7 ปี , มาตรา 348 ประมวลกฎหมายอาญา แกล้งบอกเล่าความเท็จให้เลื่องลือจนเป็นเหตุให้ประชาชนตื่นตกใจ (อ่านรายละเอียดที่ : http://prachatai.org/journal/2015/07/60289)
เราเห็นว่า
1. การโพสต์ต่อของเธอเบา ไม่กระทบความมั่นคง : สิ่งที่เธอโพสต์ต่อดังกล่าวนอกจากจะไม่ร้ายแรงหรือกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ เนื่องจากขณะนี้(19.00 น. 10 ก.ค.58)ข้อความที่เธอโพสต์ต่อดังกล่าวมีผู้แชร์ต่อเพียง 50 แชร์และ 50 ไลค์เท่านั้นแล้ว ซึ่งถือว่ามีผู้รับรู้น้อยมาก รัฐเองก็มีเครื่องมืออื่นการแก้ปัญหา เช่น การชี้แจงต่อสื่อมวลชนเพื่อสร้างความเข้าใจต่อสาธารณะชนได้
2. พลเรือนต้องไม่ขึ้นศาลทหาร : การนำพลเรือนขึ้นศาลทหารนั้นเป็นสิ่งที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ (ชั่วคราว) พ.ศ.2557 มาตรา 4 ที่ระบุว่า "ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพและความเสมอภาค บรรดาที่ชนชาวไทยเคยได้รับการคุ้มครองตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและตามพันธกรณีระหว่างประเทศที่ประเทศไทยมีอยู่แล้ว ย่อมได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญนี้"
เนื่องจาก "พันธกรณีระหว่างประเทศ" ที่ระบุไว้ย่อมหมายถึงตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ข้อ 14 (5) ที่ไทยได้ให้พันธกรณีไว้ ก็ระบุว่า “บุคคลทุกคนที่ต้องคำพิพากษาลงโทษในความผิดอาญา ย่อมมีสิทธิที่จะให้คณะตุลาการระดับ เหนือขึ้นไปพิจารณาทบทวนการลงโทษและคำพิพากษาโดยเป็นไปตามกฎหมาย” หรือ สิทธิที่จะอุทธรณ์การลงโทษ นั่นเอง ซึ่งศาลทหารไม่ได้รับสิทธิดังกล่าว
3. การไม่ให้สิทธิการปล่อยตัวชั่วคราวหรือการประกันตัว นอกจากขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนแล้ว ยังทำลายหลักประกันความยุติธรรมอีก เพราะเป็นการลงโทษผู้ต้องหาก่อนมีการพิพากษาและยังเป็นการตัดโอกาส ลดทอนความสามารถในการต่อสู้คดีของผู้ถูกกล่าวหา เราอาจไม่สามารถรู้ได้เลยว่าผู้ต้องหาที่ถูกขังอยู่หากเธอจะแพ้คดี แพ้เพราะเธอทำผิดจริงหรือแพ้เพราะเธอถูกทำให้ด้อยความสามารถในการสู้คดีเนื่องจากถูกขังอยู่
ดังนั้นเราจึงขอเรียกร้องดังนี้
1. ยุติการดำเนินคดีกับคุณรินดา
2. ยุติการนำพลเรือนขึ้นศาลทหาร
3. หรือขั้นต่ำสุดคือให้คุณรินดาได้สิทธิในการประกันตัว
#เราคือเพื่อนกัน

ประเด็นรณรงค์
จากกรณีศาลทหารไม่อนุญาตให้ประกันตัว ‘รินดา’ แม่เลี้ยงเดี่ยว ที่มีลูกสาวและลูกชายวัย13 และ 7 ปี ซึ่งเธอตกเป็นผู้ต้องหาในคดีโพสต์(ต่อ)ในเฟซบุ๊ก กล่าวหา พล.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และภรรยาโอนเงินไปสิงคโปร์หมื่นล้าน แม้ตำรวจจะไม่ได้คัดค้านการประกันตัว และเธอเองก็ยืนเงินสด 100,000 บาทเป็นหลักทรัพย์ในการประกันตัวแล้วก็ตาม
โดยศาลทหารให้เหตุผลว่าหากปล่อยชั่วคราวอาจเป็นอุปสรรคหรือก่อให้เกิดความเสียหายแก่การสอบสวน จึงไม่อนุญาต
สำหรับ ‘รินดา’ เธอถูกเจ้าหน้าที่ทหารนอกเครื่องแบบบุกจับกุมที่บ้านพักจังหวัดปทุมธานีเมื่อวันที่ 8 ก.ค.ไปควบคุมตัวที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ 1 คืนก่อนนำส่งกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ในวันต่อมา ตำรวจแจ้งข้อหาว่าว่า ‘รินดา’ กระทำความผิดโพสต์ข้อความดังกล่าวในเฟซบุ๊ก วันที่ 6 ก.ค.เวลา 06.41 น. มีความผิด 3 ข้อหา คือ มาตรา 14(2) พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ,มาตรา 116 ประมวลกฎหมายอาญา กระทำให้ปรากฎแก่ประชาชน ด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีอื่น อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญหรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริตเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบให้เกิดในราชอาณาจักร โทษจำคุกสูงสุด 7 ปี , มาตรา 348 ประมวลกฎหมายอาญา แกล้งบอกเล่าความเท็จให้เลื่องลือจนเป็นเหตุให้ประชาชนตื่นตกใจ (อ่านรายละเอียดที่ : http://prachatai.org/journal/2015/07/60289)
เราเห็นว่า
1. การโพสต์ต่อของเธอเบา ไม่กระทบความมั่นคง : สิ่งที่เธอโพสต์ต่อดังกล่าวนอกจากจะไม่ร้ายแรงหรือกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ เนื่องจากขณะนี้(19.00 น. 10 ก.ค.58)ข้อความที่เธอโพสต์ต่อดังกล่าวมีผู้แชร์ต่อเพียง 50 แชร์และ 50 ไลค์เท่านั้นแล้ว ซึ่งถือว่ามีผู้รับรู้น้อยมาก รัฐเองก็มีเครื่องมืออื่นการแก้ปัญหา เช่น การชี้แจงต่อสื่อมวลชนเพื่อสร้างความเข้าใจต่อสาธารณะชนได้
2. พลเรือนต้องไม่ขึ้นศาลทหาร : การนำพลเรือนขึ้นศาลทหารนั้นเป็นสิ่งที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ (ชั่วคราว) พ.ศ.2557 มาตรา 4 ที่ระบุว่า "ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพและความเสมอภาค บรรดาที่ชนชาวไทยเคยได้รับการคุ้มครองตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและตามพันธกรณีระหว่างประเทศที่ประเทศไทยมีอยู่แล้ว ย่อมได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญนี้"
เนื่องจาก "พันธกรณีระหว่างประเทศ" ที่ระบุไว้ย่อมหมายถึงตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ข้อ 14 (5) ที่ไทยได้ให้พันธกรณีไว้ ก็ระบุว่า “บุคคลทุกคนที่ต้องคำพิพากษาลงโทษในความผิดอาญา ย่อมมีสิทธิที่จะให้คณะตุลาการระดับ เหนือขึ้นไปพิจารณาทบทวนการลงโทษและคำพิพากษาโดยเป็นไปตามกฎหมาย” หรือ สิทธิที่จะอุทธรณ์การลงโทษ นั่นเอง ซึ่งศาลทหารไม่ได้รับสิทธิดังกล่าว
3. การไม่ให้สิทธิการปล่อยตัวชั่วคราวหรือการประกันตัว นอกจากขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนแล้ว ยังทำลายหลักประกันความยุติธรรมอีก เพราะเป็นการลงโทษผู้ต้องหาก่อนมีการพิพากษาและยังเป็นการตัดโอกาส ลดทอนความสามารถในการต่อสู้คดีของผู้ถูกกล่าวหา เราอาจไม่สามารถรู้ได้เลยว่าผู้ต้องหาที่ถูกขังอยู่หากเธอจะแพ้คดี แพ้เพราะเธอทำผิดจริงหรือแพ้เพราะเธอถูกทำให้ด้อยความสามารถในการสู้คดีเนื่องจากถูกขังอยู่
ดังนั้นเราจึงขอเรียกร้องดังนี้
1. ยุติการดำเนินคดีกับคุณรินดา
2. ยุติการนำพลเรือนขึ้นศาลทหาร
3. หรือขั้นต่ำสุดคือให้คุณรินดาได้สิทธิในการประกันตัว
#เราคือเพื่อนกัน

ยืนยันการรณรงค์ได้ประสบความสำเร็จ
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
ผู้มีอำนาจตัดสินใจ
อัปเดตเกี่ยวแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 10 กรกฎาคม ค.ศ. 2015 แล้ว