เปิดพื้นที่ให้แสดงออก และหยุดคุกคามนักเรียน นิสิต นักศึกษา ทั่วประเทศ


เปิดพื้นที่ให้แสดงออก และหยุดคุกคามนักเรียน นิสิต นักศึกษา ทั่วประเทศ
ประเด็นรณรงค์
เพิ่มเติมเนื้อหา 18 สิงหาคม 2563: หลังจากวันที่ 18 กรกฎาคมเป็นต้นมามีการจัดกิจกรรมของน้องๆ นักเรียน นักศึกษา รวมถึงประชาชนในหลายพื้นที่เป็นจำนวนมาก โดยเจ้าหน้าที่รัฐก็ยังคงติดตาม คุกคาม และปิดกั้นสิทธิเสรีภาพอย่างต่อเนื่อง ในสถานศึกษาหลายแห่งก็มีการข่มขู่คุกคามนักเรียนนักศึกษาผ่านครูและผู้มีอิทธิพลในโรงเรียน
โดยในวันที่ 17 สิงหาคมมีการนัดทำกิจกรรมชูสามนิ้วและนัดผูกโบว์สีขาวเพื่อแสดงออกในการต่อต้านเผด็จการในหลายโรงเรียนทั่วประเทศ ตามมาด้วยการแชร์ภาพครูพยายามดึงตัวนักเรียนของโรงเรียนแห่งหนึ่งที่กำลังชูสามนิ้วบนเวที หรือภาพครูคนหนึ่งดึงโบว์สีขาวผูกคอนักเรียนแทน รวมทั้งมีคลิปบันทึกเหตุการณ์ในโรงเรียนแห่งหนึ่งที่ครูสั่งให้นักเรียนลบคลิปและยุติกิจกรรมแสดงออกต่อต้านเผด็จการ นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปตรวจภายในโรงเรียน และยึดโบว์ขาวของนักเรียนด้วย ซึ่งการถูกครูห้ามแสดงสัญลักษณ์ดังกล่าวโดยบางโรงเรียนใช้วิธีการห้ามที่รุนแรง ทำให้นักเรียนต่างทวิตข้อความว่า ถูกคุกคามและละเมิดสิทธิจำนวนมาก
เครือข่ายคนรุ่นใหม่เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคมจึงขอเรียกร้องต่อรัฐบาล และผู้บริหารสถานศึกษาทั่วประเทศ หยุดคุกคามและเปิดพื้นที่ให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา ได้แสดงออกอย่างเต็มที่ ไม่ปิดกั้นริดรอนสิทธิเสรีภาพ
“จากการชุมนุมของเราครั้งแรกตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคม และมีการชุมนุมต่อเนื่องทั่วประเทศ ทุกจังหวัด ทุกมหาวิทยาลัย แทรกซึมไปถึงน้องๆ มัธยม...ตอนนี้น้องๆ มัธยมของพวกเราเป็นวัยเยาว์ที่ถูกคุกคามมากที่สุด มีตำรวจไปคุกคามถึงบ้าน ถ้ามีน้องๆ มัธยมคนหนึ่งคนใดเป็นอะไรไป อย่าหวังว่าประยุทธ์ จันทร์โอชา จะมีที่ยืนในประเทศนี้” - อานนท์ นำภา ทนายความสิทธิมนุษยชน บางส่วนจากคำปราศรัยบนเวที #ขีดเส้นตายไล่เผด็จการ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย 16 สิงหาคม 2563
----------------
เป็นที่ทราบกันดีว่าเมื่อวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๓ ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่และเพิกถอนสิทธิ์ทางการเมืองคณะกรรมการบริหารพรรคเป็นเวลา ๑๐ ปี
หลักจากนั้นก็มีข้อสังเกตต่อประเด็นปัญหาหลายประการในคำวินิจฉัยดังกล่าว ทั้งในวงวิชาการ ด้านนิติศาสตร์ นักกฎหมาย ตลอดจนในหน้าสื่อทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างกว้างขวาง และได้มีการแสดงจุดยืนของประชาชนผ่านการแสดงความคิดเห็นในโลกออนไลน์ จนนำไปสู่การจัดกิจกรรมในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ที่แสดงออกถึงความไม่พอใจต่อกระบวนการดังกล่าว โดยยืนยันหนักแน่นถึงสิทธิเสรีภาพตามวิถีประชาธิปไตย โดยเฉพาะการจัดกิจกรรมภายในมหาวิทยาลัย ทั่วประเทศ ซึ่งกิจกรรมส่วนใหญ่เกิดจากกลุ่มคนรุ่นใหม่เป็นผู้ริเริ่ม โดยที่ไม่หวั่นเกรงต่อการติดตาม คุกคาม และพยายามปิดกั้นสิทธิเสรีภาพโดยเจ้าหน้าที่รัฐ การเคลื่อนไหวในหลายพื้นที่ล้วนมาจากพลังบริสุทธิ์ของคนรุ่นใหม่ ประชาชนผู้เชื่อมั่นศรัทธา ในหลักการประชาธิปไตย ที่ไม่ยอมก้มหัวให้กับความอยุติธรรมในประเทศอย่างกล้าหาญ แม้จะตระหนักดีว่าจะต้อง ดำเนินกิจกรรมท่ามกลางความพยายามข่มขู่คุกคาม ปิดกั้นการแสดงออกของนักเรียน นิสิต นักศึกษาในสถาบันการศึกษาด้วยวิธีการต่าง ๆ ดังเช่นที่มีมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ภายหลังการรัฐประหาร 2557 เป็นต้นมา
เครือข่ายคนรุ่นใหม่เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคมขอเรียกร้องต่อรัฐบาล และผู้บริหารสถานศึกษาทั่วประเทศ เปิดพื้นที่ให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา ได้แสดงออกอย่างเต็มที่ ไม่ปิดกั้นลิดรอนสิทธิ์ รวมถึงในพื้นที่อื่นนอกสถานศึกษาก็ควรที่จะต้องเปิดให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงออกอย่างเต็มที่ในฐานะพลเมืองเจ้าของอำนาจอธิปไตยเช่นเดียวกันเพราะพวกเขากำลัง “แสดงตัวตนต่ออนาคตของคนรุ่นใหม่” ที่ยึดมั่นในการสร้างสรรค์อนาคตของพวกเขาเองบนหลักการประชาธิปไตย
เครือข่ายคนรุ่นใหม่เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคม ในฐานะของเครือข่ายที่ทำงานสนับสนุนและส่งเสริมศักยภาพ ของคนรุ่นใหม่ทั่วประเทศ ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนการเคลื่อนไหวที่เชื่อมั่นศรัทธาต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน คนรุ่นใหม่ เราขอแสดงจุดยืนต่อกรณีการสนับสนุนการเคลื่อนไหวดังกล่าว เนื่องด้วยเรามีความเชื่อมั่นว่าคนรุ่นใหม่มีความคิดที่อยากจะวาดฝันและร่วมออกแบบอนาคตของประเทศ ให้ก้าวหน้าและเป็นธรรม ซึ่งการมีพรรคการเมืองก็เป็นช่องทางหนึ่งที่เป็นการแสดงออกถึงเจตจำนงทางการเมืองของประชาชน ตลอดจนเป็นตัวแทนของประชาชนในการเข้าไปตรวจสอบอำนาจรัฐในสภาผู้แทนราษฎรให้เป็นไปตามหลักนิติธรรม ถ้าหากกลไกดังกล่าวถูกทำลายลงได้โดยง่าย หรือถูกบ่อนเซาะให้อ่อนแอลงอย่างไม่เป็นธรรม ระบบการเมืองที่เอื้อต่อการสืบทอดอำนาจ ขาดพร่องความเป็นประชาธิปไตย ดังเช่นสภาพที่สังคมไทยในปัจจุบันกำลังเผชิญอยู่ ก็ย่อมที่จะขาดโอกาสปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นได้ และหากชาติบ้านเมืองยังคงเป็นเช่นนี้อยู่ต่อไปก็เท่ากับว่า ความฝันใฝ่ เจตจำนง ความมุ่งหวังในความก้าวหน้าของคนรุ่นใหม่ ตลอดจนชะตากรรมของคนในชาติ ย่อมจะต้องถูกผู้มีอำนาจลากจูงไปตามอำเภอใจอย่างไรก็ได้ ไร้อำนาจ ไร้โอกาสเลือกเส้นทางการพัฒนาประเทศอย่างเปิดกว้างและมีส่วนร่วม ไร้ความเชื่อมั่นต่อสถาบันรัฐ และถึงที่สุดแล้วสังคมเช่นนั้น ก็ย่อมไร้อนาคต
สนับสนุนคนรุ่นใหม่เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคมให้เป็นสังคมของเราอย่างแท้จริง
เครือข่ายคนรุ่นใหม่เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคม
๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓
ความเคลื่อนไหวกำลังปรากฏ

ประเด็นรณรงค์
เพิ่มเติมเนื้อหา 18 สิงหาคม 2563: หลังจากวันที่ 18 กรกฎาคมเป็นต้นมามีการจัดกิจกรรมของน้องๆ นักเรียน นักศึกษา รวมถึงประชาชนในหลายพื้นที่เป็นจำนวนมาก โดยเจ้าหน้าที่รัฐก็ยังคงติดตาม คุกคาม และปิดกั้นสิทธิเสรีภาพอย่างต่อเนื่อง ในสถานศึกษาหลายแห่งก็มีการข่มขู่คุกคามนักเรียนนักศึกษาผ่านครูและผู้มีอิทธิพลในโรงเรียน
โดยในวันที่ 17 สิงหาคมมีการนัดทำกิจกรรมชูสามนิ้วและนัดผูกโบว์สีขาวเพื่อแสดงออกในการต่อต้านเผด็จการในหลายโรงเรียนทั่วประเทศ ตามมาด้วยการแชร์ภาพครูพยายามดึงตัวนักเรียนของโรงเรียนแห่งหนึ่งที่กำลังชูสามนิ้วบนเวที หรือภาพครูคนหนึ่งดึงโบว์สีขาวผูกคอนักเรียนแทน รวมทั้งมีคลิปบันทึกเหตุการณ์ในโรงเรียนแห่งหนึ่งที่ครูสั่งให้นักเรียนลบคลิปและยุติกิจกรรมแสดงออกต่อต้านเผด็จการ นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปตรวจภายในโรงเรียน และยึดโบว์ขาวของนักเรียนด้วย ซึ่งการถูกครูห้ามแสดงสัญลักษณ์ดังกล่าวโดยบางโรงเรียนใช้วิธีการห้ามที่รุนแรง ทำให้นักเรียนต่างทวิตข้อความว่า ถูกคุกคามและละเมิดสิทธิจำนวนมาก
เครือข่ายคนรุ่นใหม่เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคมจึงขอเรียกร้องต่อรัฐบาล และผู้บริหารสถานศึกษาทั่วประเทศ หยุดคุกคามและเปิดพื้นที่ให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา ได้แสดงออกอย่างเต็มที่ ไม่ปิดกั้นริดรอนสิทธิเสรีภาพ
“จากการชุมนุมของเราครั้งแรกตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคม และมีการชุมนุมต่อเนื่องทั่วประเทศ ทุกจังหวัด ทุกมหาวิทยาลัย แทรกซึมไปถึงน้องๆ มัธยม...ตอนนี้น้องๆ มัธยมของพวกเราเป็นวัยเยาว์ที่ถูกคุกคามมากที่สุด มีตำรวจไปคุกคามถึงบ้าน ถ้ามีน้องๆ มัธยมคนหนึ่งคนใดเป็นอะไรไป อย่าหวังว่าประยุทธ์ จันทร์โอชา จะมีที่ยืนในประเทศนี้” - อานนท์ นำภา ทนายความสิทธิมนุษยชน บางส่วนจากคำปราศรัยบนเวที #ขีดเส้นตายไล่เผด็จการ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย 16 สิงหาคม 2563
----------------
เป็นที่ทราบกันดีว่าเมื่อวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๓ ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่และเพิกถอนสิทธิ์ทางการเมืองคณะกรรมการบริหารพรรคเป็นเวลา ๑๐ ปี
หลักจากนั้นก็มีข้อสังเกตต่อประเด็นปัญหาหลายประการในคำวินิจฉัยดังกล่าว ทั้งในวงวิชาการ ด้านนิติศาสตร์ นักกฎหมาย ตลอดจนในหน้าสื่อทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างกว้างขวาง และได้มีการแสดงจุดยืนของประชาชนผ่านการแสดงความคิดเห็นในโลกออนไลน์ จนนำไปสู่การจัดกิจกรรมในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ที่แสดงออกถึงความไม่พอใจต่อกระบวนการดังกล่าว โดยยืนยันหนักแน่นถึงสิทธิเสรีภาพตามวิถีประชาธิปไตย โดยเฉพาะการจัดกิจกรรมภายในมหาวิทยาลัย ทั่วประเทศ ซึ่งกิจกรรมส่วนใหญ่เกิดจากกลุ่มคนรุ่นใหม่เป็นผู้ริเริ่ม โดยที่ไม่หวั่นเกรงต่อการติดตาม คุกคาม และพยายามปิดกั้นสิทธิเสรีภาพโดยเจ้าหน้าที่รัฐ การเคลื่อนไหวในหลายพื้นที่ล้วนมาจากพลังบริสุทธิ์ของคนรุ่นใหม่ ประชาชนผู้เชื่อมั่นศรัทธา ในหลักการประชาธิปไตย ที่ไม่ยอมก้มหัวให้กับความอยุติธรรมในประเทศอย่างกล้าหาญ แม้จะตระหนักดีว่าจะต้อง ดำเนินกิจกรรมท่ามกลางความพยายามข่มขู่คุกคาม ปิดกั้นการแสดงออกของนักเรียน นิสิต นักศึกษาในสถาบันการศึกษาด้วยวิธีการต่าง ๆ ดังเช่นที่มีมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ภายหลังการรัฐประหาร 2557 เป็นต้นมา
เครือข่ายคนรุ่นใหม่เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคมขอเรียกร้องต่อรัฐบาล และผู้บริหารสถานศึกษาทั่วประเทศ เปิดพื้นที่ให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา ได้แสดงออกอย่างเต็มที่ ไม่ปิดกั้นลิดรอนสิทธิ์ รวมถึงในพื้นที่อื่นนอกสถานศึกษาก็ควรที่จะต้องเปิดให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงออกอย่างเต็มที่ในฐานะพลเมืองเจ้าของอำนาจอธิปไตยเช่นเดียวกันเพราะพวกเขากำลัง “แสดงตัวตนต่ออนาคตของคนรุ่นใหม่” ที่ยึดมั่นในการสร้างสรรค์อนาคตของพวกเขาเองบนหลักการประชาธิปไตย
เครือข่ายคนรุ่นใหม่เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคม ในฐานะของเครือข่ายที่ทำงานสนับสนุนและส่งเสริมศักยภาพ ของคนรุ่นใหม่ทั่วประเทศ ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนการเคลื่อนไหวที่เชื่อมั่นศรัทธาต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน คนรุ่นใหม่ เราขอแสดงจุดยืนต่อกรณีการสนับสนุนการเคลื่อนไหวดังกล่าว เนื่องด้วยเรามีความเชื่อมั่นว่าคนรุ่นใหม่มีความคิดที่อยากจะวาดฝันและร่วมออกแบบอนาคตของประเทศ ให้ก้าวหน้าและเป็นธรรม ซึ่งการมีพรรคการเมืองก็เป็นช่องทางหนึ่งที่เป็นการแสดงออกถึงเจตจำนงทางการเมืองของประชาชน ตลอดจนเป็นตัวแทนของประชาชนในการเข้าไปตรวจสอบอำนาจรัฐในสภาผู้แทนราษฎรให้เป็นไปตามหลักนิติธรรม ถ้าหากกลไกดังกล่าวถูกทำลายลงได้โดยง่าย หรือถูกบ่อนเซาะให้อ่อนแอลงอย่างไม่เป็นธรรม ระบบการเมืองที่เอื้อต่อการสืบทอดอำนาจ ขาดพร่องความเป็นประชาธิปไตย ดังเช่นสภาพที่สังคมไทยในปัจจุบันกำลังเผชิญอยู่ ก็ย่อมที่จะขาดโอกาสปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นได้ และหากชาติบ้านเมืองยังคงเป็นเช่นนี้อยู่ต่อไปก็เท่ากับว่า ความฝันใฝ่ เจตจำนง ความมุ่งหวังในความก้าวหน้าของคนรุ่นใหม่ ตลอดจนชะตากรรมของคนในชาติ ย่อมจะต้องถูกผู้มีอำนาจลากจูงไปตามอำเภอใจอย่างไรก็ได้ ไร้อำนาจ ไร้โอกาสเลือกเส้นทางการพัฒนาประเทศอย่างเปิดกว้างและมีส่วนร่วม ไร้ความเชื่อมั่นต่อสถาบันรัฐ และถึงที่สุดแล้วสังคมเช่นนั้น ก็ย่อมไร้อนาคต
สนับสนุนคนรุ่นใหม่เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคมให้เป็นสังคมของเราอย่างแท้จริง
เครือข่ายคนรุ่นใหม่เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคม
๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓
ความเคลื่อนไหวกำลังปรากฏ

ปิดแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
อัปเดตเกี่ยวแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 27 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2020 แล้ว