ขอให้อุปกรณ์ของ Apple ที่จะวางขายในประเทศไทยมีที่ชาร์จรวมมาด้วย โดยไม่ผลักภาระให้ผู้บริโภค


ขอให้อุปกรณ์ของ Apple ที่จะวางขายในประเทศไทยมีที่ชาร์จรวมมาด้วย โดยไม่ผลักภาระให้ผู้บริโภค
ประเด็นรณรงค์
เดือนกันยายนนี้จะมีการเปิดตัวไอโฟน 14 ซึ่งก็คงสร้างความฮือฮาให้กับแฟน Appleทั่วโลก ผมก็เป็นคนที่ใช้ไอโฟน และมีแผนว่าโทรศัพท์เครื่องต่อไปก็คงจะใช้ไอโฟนเช่นเดียวกัน
แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นคำถามค้างคาใจก็คือ ดูเหมือน Apple จะผลักภาระให้กับผู้บริโภคมากขึ้นทุกวัน ก็คือคำกล่าวอ้างของ Apple ในการ ตั้งเป้าว่าภายในปี 2030 จะทำให้ธุรกิจทั้งหมดของ Apple ไม่มีการผลิตคาร์บอนโดยรวมเพิ่มขึ้น เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการจัดหาวัตถุดิบ การผลิตชิ้นส่วน การประกอบสินค้า ระบบขนส่ง ช่วงเวลาลูกค้าใช้งานและชาร์จไฟ ไปจนถึงการรีไซเคิลและเก็บวัตถุดิบกลับคืนมา
ซึ่งข้ออ้างดังกล่าวดูจะเป็นไปเพื่อการลดต้นทุนการผลิตของ Apple และฉวยโอกาสผูกขาดเสียมากกว่า เนื่องจาก Apple จะหยุดแถมที่ชาร์จ แต่สายชาร์จของไอโฟนรวมถึงไอโฟน 14 ยังคงเป็น lightning ในขณะที่มือถือแอนดรอยด์ส่วนใหญ่เริ่มปรับเปลี่ยนมาใช้ช่อง USB-C กันแล้ว การที่ Apple ยังใช้ lightning ทำให้บริษัทถูกตั้งคำถามว่าต้องการลดขยะอิเล็กทรอนิกส์จริงหรือ
นั่นเป็นการผลักภาระที่ทำให้ผู้บริโภค ต้องเสียเงินเกือบพันบาท ในการซื้อหัวอะแดปเตอร์จากทาง Apple อยู่ดี และการเอาอะแดปเตอร์ออกจากกล่อง ราคาสินค้ากลับไม่ได้ถูกลงด้วย
ในกรณีนี้เพิ่งมีคำตัดสินจากศาลในประเทศบราซิลยกเลิกใบอนุญาตขาย iPhone ทุกรุ่น ที่ไม่ให้ที่ชาร์จมาในกล่อง พร้อมสั่งปรับ Apple อีก 12.275 ล้านรีล หรือราว 85 ล้านบาท เพราะเป็นการขายสินค้าไม่สมบูรณ์ และมีผลเสียต่อลูกค้า ดังนั้นผมอยากให้คนไทย ตระหนักของสิทธิ์ผู้บริโภค ที่ถูกลิดรอนไปท่ามกลางข้ออ้างของบริษัททุนขนาดใหญ่
นอกจากกรณีที่บราซิลแล้ว สหภาพยุโรปยังมีคำสั่งให้ Apple แก้ปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์โดยให้ Apple จัดจำหน่ายโทรศัพท์มือถือพร้อมสายชาร์จ Type C ที่สามารถใช้ได้ในหลายรุ่น ส่วนในอินเดีย เจ้าหน้าที่รัฐก็กำลังหารือถึงความเป็นไปได้ในการออกกฎเกณฑ์ให้บริษัทผู้ผลิตต้องผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าที่สามารถใช้สาย USB-C ในการชาร์จได้
แต่ในปัจจุบัน โทรศัพท์ของ Apple ยังใช้สายชาร์จแบบ lightning ก็สะท้อนว่าแท้จริงแล้ว Apple เองต้องการผูกขาดทางการค้าและเพิ่มภาระให้ผู้บริโภคนั่นเอง
เรื่องนี้อยากให้ตัวแทนขององค์กรผู้บริโภค และประชาชนร่วมผลักดันให้มีการเปลี่ยนแปลง โดย
-ขอให้บริษัท apple ผู้จัดจำหน่าย และตัวแทนค่ายมือถือของประเทศไทยที่จะวางขายสินค้าของ Apple ให้มีการรวมสายชาร์จอะแดปเตอร์มาด้วย
-ขอให้ กสทช. ในฐานะองค์กรกำกับดูแลและคุ้มครองสิทธิ์ด้านโทรคมนาคมและเป็นผู้ออกใบอนุญาตจัดจำหน่ายเข้ามาควบคุมเรื่องนี้
-หรือเสนอทางเลือกโดยให้ทางบริษัทตัวแทนจำหน่าย หรือค่ายมือถือ ออกเป็นคูปองส่วนลดในการแลกซื้ออะแดปเตอร์สำหรับผู้ต้องการใช้
อย่าให้ข้ออ้างเรื่องของการแก้ไขปัญหาโลกร้อน ขยะพิษของ Apple มาลิดรอนสิทธิของผู้บริโภคอย่างเรา ๆ

ประเด็นรณรงค์
เดือนกันยายนนี้จะมีการเปิดตัวไอโฟน 14 ซึ่งก็คงสร้างความฮือฮาให้กับแฟน Appleทั่วโลก ผมก็เป็นคนที่ใช้ไอโฟน และมีแผนว่าโทรศัพท์เครื่องต่อไปก็คงจะใช้ไอโฟนเช่นเดียวกัน
แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นคำถามค้างคาใจก็คือ ดูเหมือน Apple จะผลักภาระให้กับผู้บริโภคมากขึ้นทุกวัน ก็คือคำกล่าวอ้างของ Apple ในการ ตั้งเป้าว่าภายในปี 2030 จะทำให้ธุรกิจทั้งหมดของ Apple ไม่มีการผลิตคาร์บอนโดยรวมเพิ่มขึ้น เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการจัดหาวัตถุดิบ การผลิตชิ้นส่วน การประกอบสินค้า ระบบขนส่ง ช่วงเวลาลูกค้าใช้งานและชาร์จไฟ ไปจนถึงการรีไซเคิลและเก็บวัตถุดิบกลับคืนมา
ซึ่งข้ออ้างดังกล่าวดูจะเป็นไปเพื่อการลดต้นทุนการผลิตของ Apple และฉวยโอกาสผูกขาดเสียมากกว่า เนื่องจาก Apple จะหยุดแถมที่ชาร์จ แต่สายชาร์จของไอโฟนรวมถึงไอโฟน 14 ยังคงเป็น lightning ในขณะที่มือถือแอนดรอยด์ส่วนใหญ่เริ่มปรับเปลี่ยนมาใช้ช่อง USB-C กันแล้ว การที่ Apple ยังใช้ lightning ทำให้บริษัทถูกตั้งคำถามว่าต้องการลดขยะอิเล็กทรอนิกส์จริงหรือ
นั่นเป็นการผลักภาระที่ทำให้ผู้บริโภค ต้องเสียเงินเกือบพันบาท ในการซื้อหัวอะแดปเตอร์จากทาง Apple อยู่ดี และการเอาอะแดปเตอร์ออกจากกล่อง ราคาสินค้ากลับไม่ได้ถูกลงด้วย
ในกรณีนี้เพิ่งมีคำตัดสินจากศาลในประเทศบราซิลยกเลิกใบอนุญาตขาย iPhone ทุกรุ่น ที่ไม่ให้ที่ชาร์จมาในกล่อง พร้อมสั่งปรับ Apple อีก 12.275 ล้านรีล หรือราว 85 ล้านบาท เพราะเป็นการขายสินค้าไม่สมบูรณ์ และมีผลเสียต่อลูกค้า ดังนั้นผมอยากให้คนไทย ตระหนักของสิทธิ์ผู้บริโภค ที่ถูกลิดรอนไปท่ามกลางข้ออ้างของบริษัททุนขนาดใหญ่
นอกจากกรณีที่บราซิลแล้ว สหภาพยุโรปยังมีคำสั่งให้ Apple แก้ปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์โดยให้ Apple จัดจำหน่ายโทรศัพท์มือถือพร้อมสายชาร์จ Type C ที่สามารถใช้ได้ในหลายรุ่น ส่วนในอินเดีย เจ้าหน้าที่รัฐก็กำลังหารือถึงความเป็นไปได้ในการออกกฎเกณฑ์ให้บริษัทผู้ผลิตต้องผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าที่สามารถใช้สาย USB-C ในการชาร์จได้
แต่ในปัจจุบัน โทรศัพท์ของ Apple ยังใช้สายชาร์จแบบ lightning ก็สะท้อนว่าแท้จริงแล้ว Apple เองต้องการผูกขาดทางการค้าและเพิ่มภาระให้ผู้บริโภคนั่นเอง
เรื่องนี้อยากให้ตัวแทนขององค์กรผู้บริโภค และประชาชนร่วมผลักดันให้มีการเปลี่ยนแปลง โดย
-ขอให้บริษัท apple ผู้จัดจำหน่าย และตัวแทนค่ายมือถือของประเทศไทยที่จะวางขายสินค้าของ Apple ให้มีการรวมสายชาร์จอะแดปเตอร์มาด้วย
-ขอให้ กสทช. ในฐานะองค์กรกำกับดูแลและคุ้มครองสิทธิ์ด้านโทรคมนาคมและเป็นผู้ออกใบอนุญาตจัดจำหน่ายเข้ามาควบคุมเรื่องนี้
-หรือเสนอทางเลือกโดยให้ทางบริษัทตัวแทนจำหน่าย หรือค่ายมือถือ ออกเป็นคูปองส่วนลดในการแลกซื้ออะแดปเตอร์สำหรับผู้ต้องการใช้
อย่าให้ข้ออ้างเรื่องของการแก้ไขปัญหาโลกร้อน ขยะพิษของ Apple มาลิดรอนสิทธิของผู้บริโภคอย่างเรา ๆ

ปิดแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
อัพเดทล่าสุดเกี่ยวแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 8 กันยายน ค.ศ. 2022 แล้ว