ร่วมลงชื่อสนับสนุนกระทรวงสาธารณสุขในการเพิ่มภาพคำเตือนบนซองบุหรี่ 85% ได้ ที่ www.facebook/ashthailand.or.th


ร่วมลงชื่อสนับสนุนกระทรวงสาธารณสุขในการเพิ่มภาพคำเตือนบนซองบุหรี่ 85% ได้ ที่ www.facebook/ashthailand.or.th
ประเด็นรณรงค์
เพื่อสนับสนุนกระทรวงสาธารณสุขในการออกประกาศคำเตือนบนซองบุหรี่ชุดใหม่ที่มีขนาด 85% และเพื่อป้องกันเด็กและเยาวชนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ และนักสูบหน้าใหม่ของบริษัทบุหรี่
ทำไมคำเตือนบนซองบุหรี่ต้องมีขนาดเพิ่มขึ้นเป็น 85%
มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ : www.ashthailand.or.th
ทำไมต้องเพิ่มขนาดคำเตือนบนซองบุหรี่
รัฐบาลไทยจำเป็นที่จะต้องเพิ่มความจริงจังในการควบคุมการบริโภคยาสูบ เนื่องจากการสูบบุหรี่ หรือการใช้ยาสูบเป็นสาเหตุสำคัญอันดับสองที่ทำให้คนไทยเจ็บป่วยและเสียชีวิตโดยขณะนี้มีคนไทยเสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ถึง 50,700 คน/ปี
การเพิ่มขนาดของภาพคำเตือน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเตือนพิษภัยของการสูบบุหรี่ เป็นหนึ่งในมาตรการที่จำเป็นในการให้การศึกษาแก่ประชาชนถึงอันตรายของการสูบบุหรี่ เนื่องจากบุหรี่ไม่ใช่สินค้าธรรมดา แต่เป็นสินค้าเสพติด ที่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้และผู้ใกล้ชิด อีกทั้งปัญหาการสูบบุหรี่ของคนไทยยังอยู่ในภาวะที่รุนแรง โดยชายไทยถึง 42% ยังสูบบุหรี่ และมีคนไทยที่ยังสูบบุหรี่ถึง 13 ล้านคน จำนวนผู้สูบบุหรี่ที่ค่อนข้างสูงในขณะนี้ หมายถึงภาระโรคที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้า ขณะที่ในปัจจุบันผู้ป่วยก็ล้นโรงพยาบาลทั่วประเทศอยู่แล้ว
85% ใหญ่เกินไปไหม
จริงๆ แล้ว คำเตือนบนซองบุหรี่ควรมีขนาด 100% เต็มพื้นที่ด้วยซ้ำไป เพราะอันตรายจากบุหรี่นั้นมีมากมายเหลือเกิน กระทรวงสาธารณสุขเพิ่มขนาดคำเตือนจาก 55% เป็น 85% ของพื้นที่ซองบุหรี่ เพื่อให้สามารถแสดงข้อเท็จจริงได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น และเพื่อเตือนผู้บริโภคและสังคมถึงพิษภัยของการสูบบุหรี่ที่สำคัญครึ่งหนึ่งของคนไทยที่สูบบุหรี่ หรือประมาณหกล้านคน มีระดับการศึกษาชั้น ป.4 หรือต่ำกว่า ดังนั้น การมีมาตรการที่เข้มแข็งขึ้นกว่าเดิมจึงมีความจำเป็น
มีประเทศไหนทำแบบนี้บ้าง
ขณะนี้ประเทศออสเตรเลียมีคำเตือนบนซองบุหรี่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เฉลี่ย 87.5% (75% ด้านหน้า และ ด้านหลัง 100%-รวมคำเตือนเรื่องไฟไหม้จากการทิ้งก้นบุหรี่)
ประเทศอุรุกวัย กำหนดให้คำเตือนมีขนาด 80% และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2553
ประเทศศรีลังกา กำหนดให้คำเตือนมีขนาด 80% เช่นกัน แต่ยังไม่มีผลบังคับใช้ เพราะบริษัทบุหรี่ ไปฟ้องศาล แต่แพ้ความในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ขณะนี้อยู่ในระหว่างรอศาลฎีกาตัดสิน
ประเทศบรูไนและแคนาดากำหนดให้มีขนาด 75%
ส่วนอีกเกือบ 60 ประเทศ กำหนดขนาดภาพคำเตือนอยู่ที่เฉลี่ย 50% เหตุผลสำคัญที่ทำให้หลายประเทศไม่สามารถออกคำเตือนขนาดใหญ่กว่านี้ได้ เพราะอุตสาหกรรมยาสูบขัดขวางอย่างหนัก ทั้งนี้ด้วยบริษัทรู้ดีว่ามาตรการนี้จะส่งผลต่อยอดขายของตน
สาระสำคัญของกรอบอนุสัญญาควบคุมการบริโภคยาสูบ (FCTC) มาตรา 11
คำเตือนบนซองบุหรี่
- ข้อความและภาพคำเตือนเกี่ยวกับสุขภาพที่ได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดีคือมาตรการหนึ่งที่มีประสิทธิภาพในการประชาสัมพันธ์ให้เห็นถึงความเสี่ยงต่อสุขภาพจากการบริโภคยาสูบและช่วยลดการบริโภคยาสูบ
>หลักฐานที่ผ่านมาได้แสดงให้เห็นว่าประสิทธิภาพของข้อความและภาพคำเตือนเกี่ยวกับสุขภาพจะเพิ่มขึ้นเมื่อมีการแสดงไว้อย่างเด่นชัดบนซองเมื่อเปรียบเทียบกับการแสดงข้อความเตือนขนาดเล็กเพียงอย่างเดียวข้อความเตือนขนาดใหญ่ที่มีภาพประกอบจะได้รับความสนใจมากกว่าสามารถสื่อสารความเสี่ยงเกี่ยวกับสุขภาพได้ดีกว่ากระตุ้นความรู้สึกและความต้องการของผู้สูบบุหรี่ที่จะเลิกสูบและลดปริมาณการบริโภคยาสูบลงได้ภาพเตือนขนาดใหญ่ยังจะมีประสิทธิผลมากกว่าในระยะยาวโดยเฉพาะจะเป็นช่องทางการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพมากกว่าสำหรับกลุ่มประชากรที่มีข้อจำกัดด้านการอ่านเด็กและเยาวชน
-->เนื่องจากหลักฐานทางวิชาการที่ระบุว่า ประสิทธิภาพของข้อความและภาพคำเตือนเกี่ยวกับสุขภาพจะเพิ่มขึ้นตามขนาด ประเทศสมาชิกควรพิจารณากำหนดให้ข้อความและภาพคำเตือนเกี่ยวกับสุขภาพมีขนาดมากกว่า 50% ของพื้นที่ซองด้านหลักและควรมีขนาดใหญ่มากที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้
>การหมุนเวียนสลับสับเปลี่ยนข้อความและภาพคำเตือนเกี่ยวกับสุขภาพมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง จากหลักฐานชี้ให้เห็นว่าผลกระทบในการลดการบริโภคยาสูบจะลดลงตามระยะเวลา ในขณะที่การเปลี่ยนแปลงข้อความและภาพคำเตือนเกี่ยวกับสุขภาพจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพได้มากขึ้น การหมุนเวียนเปลี่ยนข้อความและภาพคำเตือนเกี่ยวกับสุขภาพและเปลี่ยนรูปแบบ จึงมีความจำเป็นต่อการคงความโดดเด่นสะดุดตาและเพิ่มผลกระทบในการลดการบริโภคยาสูบได้เป็นอย่างดี
Reference WHO FCTC Art 11 guidelines http://www.who.int/fctc/guidelines/adopted/article_11/en/index.html
------------------------------------------------------------------------
แฉบริษัทบุหรี่เตรียมล้มคำสั่งพิมพ์คำเตือนขนาดใหญ่
นักวิชาการชี้คำเตือนบนซองบุหรี่จะได้ผลต้องขนาดใหญ่ ออสเตรเลียและอุรุกวัยเริ่มแล้ว หลังศาล ตัดสินว่าไม่ละเมิดเครื่องหมายการค้า เผยบริษัทบุหรี่ฟ้องศาลเพราะกลัวกำไรหด
ตามที่บริษัทบุหรี่ได้ยื่นฟ้องกระทรวงสาธารณสุขที่ออกมาตรการให้พิมพ์คำเตือนบนซองบุหรี่ขนาด 85% ของพื้นที่ซอง น.ส.บังอร ฤทธิภักดี ผู้อำนวยการเครือข่ายควบคุมการบริโภคยาสูบในอาเซียน กล่าวว่า “ไม่ว่าบริษัทบุหรี่จะอ้างเหตุผลหรือกฎหมายใดมาฟ้อง แต่โดยแท้จริงแล้ว เหตุผลสำคัญคือเพราะบริษัทบุหรี่ รู้ดีว่า การพิมพ์คำเตือนขนาดใหญ่นั้นจะมีผลทำให้ยอดขายของเขาลดลง และมีผลทำให้บุหรี่กลายเป็นสินค้าที่น่าขยะแขยงมากยิ่งขึ้น”
บริษัทบุหรี่ เคยฟ้องรัฐบาลออสเตรเลีย และอุรุกวัย ที่กำหนดมาตรการให้พิมพ์คำเตือนขนาดใหญ่ บนซองบุหรี่ แต่แพ้คดี โดยศาลตัดสินว่ามาตรการเรื่องนี้ของรัฐไม่ได้ละเมิดกฎหมายเครื่องหมายการค้า ตามที่บริษัทบุหรี่อ้าง โดยเมื่อปีที่แล้ว บริษัทบุหรี่ 4 บริษัท และสมาคมร้านค้าปลีก แพ้คดีที่ยื่นฟ้องรัฐบาลออสเตรเลีย ทำให้ไม่สามารถล้มกฎหมายที่รัฐบาลกำหนดให้พิมพ์ขนาดภาพคำเตือนด้านหน้า 75% และด้านหลัง 90% บวกกับคำเตือนเรื่องการทิ้งก้นบุหรี่เสี่ยงต่อไฟไหม้อีก 10% ทำให้คำเตือนบนซองบุหรี่ ในออสเตรเลียมีขนาดเฉลี่ย 87.5% และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา ในขณะที่อุรุกวัยใช้ภาพคำเตือน 80 % ตั้งแต่ พ.ศ.2553
น.ส.บังอร กล่าวว่า เป็นที่น่าสังเกตว่า เหตุผลที่บริษัทบุหรี่ฟ้องกระทรวงสาธารณสุขไทยนั้น ไม่ต่างจากที่บริษัทบุหรี่ฟ้องประเทศอื่น ๆ ซึ่งล้วนฟังไม่ขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่บอกว่า มาตรการนี้ทำให้บริษัทเสียหายทั้งที่โดยแท้จริงแล้วบริษัทบุหรี่ทั้งในและต่างประเทศสร้างความสูญเสียต่อประเทศไทย จากการที่ต้องใช้เงินไปกับการรักษาโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ถึงปีละ 52,200 ล้านบาทหรือคิดเป็น 0.5% ของ GDP ขณะที่บริษัทบุหรี่โกยกำไรมหาศาลจากการขายบุหรี่ ซึ่งเป็นสินค้าที่ทุกคนรู้ว่าเสพติดรุนแรงมีแต่โทษและฆ่าผู้บริโภคของตัวเอง โดยในประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตด้วยโรคจากการสูบบุหรี่ถึงปีละ 50,700 คน
ผศ.ดร.ลักขณา เติมศิริกุลชัย หัวหน้าภาควิชาสุขศึกษาและพฤติกรรมศาสตร์ คณะสาธารณสุข ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ภาพคำเตือนบนซองบุหรี่ เป็นมาตรการที่สำคัญในการเตือนทั้งผู้สูบและผู้ไม่สูบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและเยาวชนไม่ให้ริเริ่มการสูบบุหรี่ ให้ตระหนักถึงอันตรายของการสูบุหรี่ แม้ปัจจุบันประเทศไทยกำหนดให้มีภาพคำเตือนขนาด 55% แต่จากการศึกษาวิจัยพบว่าประสิทธิภาพในการเตือนลดลง เนื่องจากใช้มานานแล้ว ดังนั้นการที่กระทรวงสาธารณสุขออกประกาศฉบับใหม่ โดยเปลี่ยนรูปภาพใหม่หมดและเพิ่มขนาดเป็น 85% จึงเป็นสิ่งที่สมควรอย่างยิ่ง
ผศ.ดร.ลักขณา กล่าวว่า กรอบอนุสัญญาควบคุมการบริโภคยาสูบ ซึ่งเป็นกฎหมายโลกเรื่องนี้ ได้ชี้ชัดว่า ประสิทธิภาพของคำเตือนจะเพิ่มขึ้นตามขนาดของคำเตือน จึงได้กำหนดแนวปฏิบัติว่าประเทศภาคีของกรอบอนุสัญญานี้ควรกำหนดให้มีคำเตือนขนาดใหญ่มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะจะเป็นช่องทางการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพมากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับกลุ่มประชากรที่การศึกษาน้อย เด็กและเยาวชน
ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ :
->น.ส.บังอร ฤทธิภักดี ผู้อำนวยการเครือข่ายควบคุมการบริโภคในอาเซียนโทร.081-255-1280
->ผศ.ดร.ลักขณา เติมศิริกุลชัย หัวหน้าภาควิชาสุขศึกษาและพฤติกรรมศาสตร์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล โทร.081-143-9781

ประเด็นรณรงค์
เพื่อสนับสนุนกระทรวงสาธารณสุขในการออกประกาศคำเตือนบนซองบุหรี่ชุดใหม่ที่มีขนาด 85% และเพื่อป้องกันเด็กและเยาวชนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ และนักสูบหน้าใหม่ของบริษัทบุหรี่
ทำไมคำเตือนบนซองบุหรี่ต้องมีขนาดเพิ่มขึ้นเป็น 85%
มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ : www.ashthailand.or.th
ทำไมต้องเพิ่มขนาดคำเตือนบนซองบุหรี่
รัฐบาลไทยจำเป็นที่จะต้องเพิ่มความจริงจังในการควบคุมการบริโภคยาสูบ เนื่องจากการสูบบุหรี่ หรือการใช้ยาสูบเป็นสาเหตุสำคัญอันดับสองที่ทำให้คนไทยเจ็บป่วยและเสียชีวิตโดยขณะนี้มีคนไทยเสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ถึง 50,700 คน/ปี
การเพิ่มขนาดของภาพคำเตือน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเตือนพิษภัยของการสูบบุหรี่ เป็นหนึ่งในมาตรการที่จำเป็นในการให้การศึกษาแก่ประชาชนถึงอันตรายของการสูบบุหรี่ เนื่องจากบุหรี่ไม่ใช่สินค้าธรรมดา แต่เป็นสินค้าเสพติด ที่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้และผู้ใกล้ชิด อีกทั้งปัญหาการสูบบุหรี่ของคนไทยยังอยู่ในภาวะที่รุนแรง โดยชายไทยถึง 42% ยังสูบบุหรี่ และมีคนไทยที่ยังสูบบุหรี่ถึง 13 ล้านคน จำนวนผู้สูบบุหรี่ที่ค่อนข้างสูงในขณะนี้ หมายถึงภาระโรคที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้า ขณะที่ในปัจจุบันผู้ป่วยก็ล้นโรงพยาบาลทั่วประเทศอยู่แล้ว
85% ใหญ่เกินไปไหม
จริงๆ แล้ว คำเตือนบนซองบุหรี่ควรมีขนาด 100% เต็มพื้นที่ด้วยซ้ำไป เพราะอันตรายจากบุหรี่นั้นมีมากมายเหลือเกิน กระทรวงสาธารณสุขเพิ่มขนาดคำเตือนจาก 55% เป็น 85% ของพื้นที่ซองบุหรี่ เพื่อให้สามารถแสดงข้อเท็จจริงได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น และเพื่อเตือนผู้บริโภคและสังคมถึงพิษภัยของการสูบบุหรี่ที่สำคัญครึ่งหนึ่งของคนไทยที่สูบบุหรี่ หรือประมาณหกล้านคน มีระดับการศึกษาชั้น ป.4 หรือต่ำกว่า ดังนั้น การมีมาตรการที่เข้มแข็งขึ้นกว่าเดิมจึงมีความจำเป็น
มีประเทศไหนทำแบบนี้บ้าง
ขณะนี้ประเทศออสเตรเลียมีคำเตือนบนซองบุหรี่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เฉลี่ย 87.5% (75% ด้านหน้า และ ด้านหลัง 100%-รวมคำเตือนเรื่องไฟไหม้จากการทิ้งก้นบุหรี่)
ประเทศอุรุกวัย กำหนดให้คำเตือนมีขนาด 80% และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2553
ประเทศศรีลังกา กำหนดให้คำเตือนมีขนาด 80% เช่นกัน แต่ยังไม่มีผลบังคับใช้ เพราะบริษัทบุหรี่ ไปฟ้องศาล แต่แพ้ความในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ขณะนี้อยู่ในระหว่างรอศาลฎีกาตัดสิน
ประเทศบรูไนและแคนาดากำหนดให้มีขนาด 75%
ส่วนอีกเกือบ 60 ประเทศ กำหนดขนาดภาพคำเตือนอยู่ที่เฉลี่ย 50% เหตุผลสำคัญที่ทำให้หลายประเทศไม่สามารถออกคำเตือนขนาดใหญ่กว่านี้ได้ เพราะอุตสาหกรรมยาสูบขัดขวางอย่างหนัก ทั้งนี้ด้วยบริษัทรู้ดีว่ามาตรการนี้จะส่งผลต่อยอดขายของตน
สาระสำคัญของกรอบอนุสัญญาควบคุมการบริโภคยาสูบ (FCTC) มาตรา 11
คำเตือนบนซองบุหรี่
- ข้อความและภาพคำเตือนเกี่ยวกับสุขภาพที่ได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดีคือมาตรการหนึ่งที่มีประสิทธิภาพในการประชาสัมพันธ์ให้เห็นถึงความเสี่ยงต่อสุขภาพจากการบริโภคยาสูบและช่วยลดการบริโภคยาสูบ
>หลักฐานที่ผ่านมาได้แสดงให้เห็นว่าประสิทธิภาพของข้อความและภาพคำเตือนเกี่ยวกับสุขภาพจะเพิ่มขึ้นเมื่อมีการแสดงไว้อย่างเด่นชัดบนซองเมื่อเปรียบเทียบกับการแสดงข้อความเตือนขนาดเล็กเพียงอย่างเดียวข้อความเตือนขนาดใหญ่ที่มีภาพประกอบจะได้รับความสนใจมากกว่าสามารถสื่อสารความเสี่ยงเกี่ยวกับสุขภาพได้ดีกว่ากระตุ้นความรู้สึกและความต้องการของผู้สูบบุหรี่ที่จะเลิกสูบและลดปริมาณการบริโภคยาสูบลงได้ภาพเตือนขนาดใหญ่ยังจะมีประสิทธิผลมากกว่าในระยะยาวโดยเฉพาะจะเป็นช่องทางการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพมากกว่าสำหรับกลุ่มประชากรที่มีข้อจำกัดด้านการอ่านเด็กและเยาวชน
-->เนื่องจากหลักฐานทางวิชาการที่ระบุว่า ประสิทธิภาพของข้อความและภาพคำเตือนเกี่ยวกับสุขภาพจะเพิ่มขึ้นตามขนาด ประเทศสมาชิกควรพิจารณากำหนดให้ข้อความและภาพคำเตือนเกี่ยวกับสุขภาพมีขนาดมากกว่า 50% ของพื้นที่ซองด้านหลักและควรมีขนาดใหญ่มากที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้
>การหมุนเวียนสลับสับเปลี่ยนข้อความและภาพคำเตือนเกี่ยวกับสุขภาพมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง จากหลักฐานชี้ให้เห็นว่าผลกระทบในการลดการบริโภคยาสูบจะลดลงตามระยะเวลา ในขณะที่การเปลี่ยนแปลงข้อความและภาพคำเตือนเกี่ยวกับสุขภาพจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพได้มากขึ้น การหมุนเวียนเปลี่ยนข้อความและภาพคำเตือนเกี่ยวกับสุขภาพและเปลี่ยนรูปแบบ จึงมีความจำเป็นต่อการคงความโดดเด่นสะดุดตาและเพิ่มผลกระทบในการลดการบริโภคยาสูบได้เป็นอย่างดี
Reference WHO FCTC Art 11 guidelines http://www.who.int/fctc/guidelines/adopted/article_11/en/index.html
------------------------------------------------------------------------
แฉบริษัทบุหรี่เตรียมล้มคำสั่งพิมพ์คำเตือนขนาดใหญ่
นักวิชาการชี้คำเตือนบนซองบุหรี่จะได้ผลต้องขนาดใหญ่ ออสเตรเลียและอุรุกวัยเริ่มแล้ว หลังศาล ตัดสินว่าไม่ละเมิดเครื่องหมายการค้า เผยบริษัทบุหรี่ฟ้องศาลเพราะกลัวกำไรหด
ตามที่บริษัทบุหรี่ได้ยื่นฟ้องกระทรวงสาธารณสุขที่ออกมาตรการให้พิมพ์คำเตือนบนซองบุหรี่ขนาด 85% ของพื้นที่ซอง น.ส.บังอร ฤทธิภักดี ผู้อำนวยการเครือข่ายควบคุมการบริโภคยาสูบในอาเซียน กล่าวว่า “ไม่ว่าบริษัทบุหรี่จะอ้างเหตุผลหรือกฎหมายใดมาฟ้อง แต่โดยแท้จริงแล้ว เหตุผลสำคัญคือเพราะบริษัทบุหรี่ รู้ดีว่า การพิมพ์คำเตือนขนาดใหญ่นั้นจะมีผลทำให้ยอดขายของเขาลดลง และมีผลทำให้บุหรี่กลายเป็นสินค้าที่น่าขยะแขยงมากยิ่งขึ้น”
บริษัทบุหรี่ เคยฟ้องรัฐบาลออสเตรเลีย และอุรุกวัย ที่กำหนดมาตรการให้พิมพ์คำเตือนขนาดใหญ่ บนซองบุหรี่ แต่แพ้คดี โดยศาลตัดสินว่ามาตรการเรื่องนี้ของรัฐไม่ได้ละเมิดกฎหมายเครื่องหมายการค้า ตามที่บริษัทบุหรี่อ้าง โดยเมื่อปีที่แล้ว บริษัทบุหรี่ 4 บริษัท และสมาคมร้านค้าปลีก แพ้คดีที่ยื่นฟ้องรัฐบาลออสเตรเลีย ทำให้ไม่สามารถล้มกฎหมายที่รัฐบาลกำหนดให้พิมพ์ขนาดภาพคำเตือนด้านหน้า 75% และด้านหลัง 90% บวกกับคำเตือนเรื่องการทิ้งก้นบุหรี่เสี่ยงต่อไฟไหม้อีก 10% ทำให้คำเตือนบนซองบุหรี่ ในออสเตรเลียมีขนาดเฉลี่ย 87.5% และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา ในขณะที่อุรุกวัยใช้ภาพคำเตือน 80 % ตั้งแต่ พ.ศ.2553
น.ส.บังอร กล่าวว่า เป็นที่น่าสังเกตว่า เหตุผลที่บริษัทบุหรี่ฟ้องกระทรวงสาธารณสุขไทยนั้น ไม่ต่างจากที่บริษัทบุหรี่ฟ้องประเทศอื่น ๆ ซึ่งล้วนฟังไม่ขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่บอกว่า มาตรการนี้ทำให้บริษัทเสียหายทั้งที่โดยแท้จริงแล้วบริษัทบุหรี่ทั้งในและต่างประเทศสร้างความสูญเสียต่อประเทศไทย จากการที่ต้องใช้เงินไปกับการรักษาโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ถึงปีละ 52,200 ล้านบาทหรือคิดเป็น 0.5% ของ GDP ขณะที่บริษัทบุหรี่โกยกำไรมหาศาลจากการขายบุหรี่ ซึ่งเป็นสินค้าที่ทุกคนรู้ว่าเสพติดรุนแรงมีแต่โทษและฆ่าผู้บริโภคของตัวเอง โดยในประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตด้วยโรคจากการสูบบุหรี่ถึงปีละ 50,700 คน
ผศ.ดร.ลักขณา เติมศิริกุลชัย หัวหน้าภาควิชาสุขศึกษาและพฤติกรรมศาสตร์ คณะสาธารณสุข ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ภาพคำเตือนบนซองบุหรี่ เป็นมาตรการที่สำคัญในการเตือนทั้งผู้สูบและผู้ไม่สูบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและเยาวชนไม่ให้ริเริ่มการสูบบุหรี่ ให้ตระหนักถึงอันตรายของการสูบุหรี่ แม้ปัจจุบันประเทศไทยกำหนดให้มีภาพคำเตือนขนาด 55% แต่จากการศึกษาวิจัยพบว่าประสิทธิภาพในการเตือนลดลง เนื่องจากใช้มานานแล้ว ดังนั้นการที่กระทรวงสาธารณสุขออกประกาศฉบับใหม่ โดยเปลี่ยนรูปภาพใหม่หมดและเพิ่มขนาดเป็น 85% จึงเป็นสิ่งที่สมควรอย่างยิ่ง
ผศ.ดร.ลักขณา กล่าวว่า กรอบอนุสัญญาควบคุมการบริโภคยาสูบ ซึ่งเป็นกฎหมายโลกเรื่องนี้ ได้ชี้ชัดว่า ประสิทธิภาพของคำเตือนจะเพิ่มขึ้นตามขนาดของคำเตือน จึงได้กำหนดแนวปฏิบัติว่าประเทศภาคีของกรอบอนุสัญญานี้ควรกำหนดให้มีคำเตือนขนาดใหญ่มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะจะเป็นช่องทางการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพมากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับกลุ่มประชากรที่การศึกษาน้อย เด็กและเยาวชน
ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ :
->น.ส.บังอร ฤทธิภักดี ผู้อำนวยการเครือข่ายควบคุมการบริโภคในอาเซียนโทร.081-255-1280
->ผศ.ดร.ลักขณา เติมศิริกุลชัย หัวหน้าภาควิชาสุขศึกษาและพฤติกรรมศาสตร์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล โทร.081-143-9781

ปิดแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
อัปเดตเกี่ยวแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 4 กรกฎาคม ค.ศ. 2013 แล้ว