ร่วมกันลงชื่อ ยกเลิกประกาศที่ทำให้ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ GMO และ GEd

ร่วมกันลงชื่อ ยกเลิกประกาศที่ทำให้ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ GMO และ GEd

ผู้ลงชื่อสนับสนุนล่าสุด:
ถิรภร โชติวิจิตร และคนอื่นๆ อีก 19 คนได้ร่วมลงชื่อเมื่อเร็วๆ นี้

ประเด็นรณรงค์

 

 

 

ร่วมกันลงชื่อ ยกเลิกประกาศที่ทำให้ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ  GMO และ GEd 
หยุด “อนุทิน – ธรรมนัส” ก่อนเกษตรกรไทยจะสูญรายได้มหาศาลมากกว่านี้!

กว่า 15 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยกำลังสูญเสียทั้ง เศรษฐกิจ ความมั่นคงทางอาหาร และสุขภาพของประชาชน เพราะนักการเมืองบางคนเปิดทางให้นำเข้าพืชตัดต่อพันธุกรรม (GMO) และเทคโนโลยีปรับแต่งจีโนม (GEd) ทั้งที่ประเทศไทยมี พระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. 2507 กำหนดชัดเจนว่า ห้ามนำเข้าพืช GMO แต่กลับมีการออก ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กําหนดพืชจากแหล่งที่กําหนดเป็นสิ่งต้องห้าม ข้อยกเว้น และเงื่อนไข ตามพระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. 2507 (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2553 ที่ ขัดกับกฎหมายแม่บทเปิดทางให้นำเข้าได้โดยไม่ถูกตรวจสอบ
 
 ผลเสียที่เกิดขึ้นแล้ว
• เกษตรกรไทยสูญเสียรายได้กว่า 64,000 ล้านบาทต่อปี
• รวมความเสียหายของเกษตรกรไทย 15 ปีที่ผ่านมา = 900,000 ล้านบาท
• เกษตรกรถูกบังคับให้พึ่งพาเมล็ดพันธุ์ต่างชาติ ไม่สามารถเก็บพันธุ์เอง
• ต้นทุนสูงขึ้นจากการซื้อเมล็ดพันธุ์และสารเคมีควบคู่
• ประเทศเสี่ยงต่อความมั่นคงทางอาหาร และการผูกขาดโดยบริษัทยักษ์ใหญ่
• สิ่งแวดล้อมและสุขภาพประชาชนถูกกระทบจากการใช้สารเคมีมากขึ้น

ใครต้องรับผิดชอบ?
• นายอนุทิน ชาญวีรกูล – นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ผู้เคยมีส่วนในการปล่อยให้ประกาศเปิดทาง GMO เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2553
• ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า – รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ผู้ผลักดันการใช้เทคโนโลยี GEd โดยไม่เปิดเผยผลกระทบอย่างรอบด้าน

การเลือกพวกเขามาอีก
ประเทศไทยจะต้องสูญเสียเงิน อีกหลายแสนล้านบาท
เกษตรกรจะติดกับดักหนี้สินและอนาคตอาหารของชาติจะอยู่ในกำมือบริษัทต่างชาติ!

 

 

48

ผู้ลงชื่อสนับสนุนล่าสุด:
ถิรภร โชติวิจิตร และคนอื่นๆ อีก 19 คนได้ร่วมลงชื่อเมื่อเร็วๆ นี้

ประเด็นรณรงค์

 

 

 

ร่วมกันลงชื่อ ยกเลิกประกาศที่ทำให้ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ  GMO และ GEd 
หยุด “อนุทิน – ธรรมนัส” ก่อนเกษตรกรไทยจะสูญรายได้มหาศาลมากกว่านี้!

กว่า 15 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยกำลังสูญเสียทั้ง เศรษฐกิจ ความมั่นคงทางอาหาร และสุขภาพของประชาชน เพราะนักการเมืองบางคนเปิดทางให้นำเข้าพืชตัดต่อพันธุกรรม (GMO) และเทคโนโลยีปรับแต่งจีโนม (GEd) ทั้งที่ประเทศไทยมี พระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. 2507 กำหนดชัดเจนว่า ห้ามนำเข้าพืช GMO แต่กลับมีการออก ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กําหนดพืชจากแหล่งที่กําหนดเป็นสิ่งต้องห้าม ข้อยกเว้น และเงื่อนไข ตามพระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. 2507 (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2553 ที่ ขัดกับกฎหมายแม่บทเปิดทางให้นำเข้าได้โดยไม่ถูกตรวจสอบ
 
 ผลเสียที่เกิดขึ้นแล้ว
• เกษตรกรไทยสูญเสียรายได้กว่า 64,000 ล้านบาทต่อปี
• รวมความเสียหายของเกษตรกรไทย 15 ปีที่ผ่านมา = 900,000 ล้านบาท
• เกษตรกรถูกบังคับให้พึ่งพาเมล็ดพันธุ์ต่างชาติ ไม่สามารถเก็บพันธุ์เอง
• ต้นทุนสูงขึ้นจากการซื้อเมล็ดพันธุ์และสารเคมีควบคู่
• ประเทศเสี่ยงต่อความมั่นคงทางอาหาร และการผูกขาดโดยบริษัทยักษ์ใหญ่
• สิ่งแวดล้อมและสุขภาพประชาชนถูกกระทบจากการใช้สารเคมีมากขึ้น

ใครต้องรับผิดชอบ?
• นายอนุทิน ชาญวีรกูล – นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ผู้เคยมีส่วนในการปล่อยให้ประกาศเปิดทาง GMO เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2553
• ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า – รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ผู้ผลักดันการใช้เทคโนโลยี GEd โดยไม่เปิดเผยผลกระทบอย่างรอบด้าน

การเลือกพวกเขามาอีก
ประเทศไทยจะต้องสูญเสียเงิน อีกหลายแสนล้านบาท
เกษตรกรจะติดกับดักหนี้สินและอนาคตอาหารของชาติจะอยู่ในกำมือบริษัทต่างชาติ!

 

 

อัปเดตเกี่ยวแคมเปญรณรงค์

แชร์แคมเปญรณรงค์นี้

สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 28 กันยายน ค.ศ. 2025 แล้ว