ยุบเลิก สมศ. : คืนครูสู่นักเรียน


ยุบเลิก สมศ. : คืนครูสู่นักเรียน
ประเด็นรณรงค์
สืบเนื่องจากพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ได้กำหนดให้ตั้งสำนักรับรองมาตรฐาน และคุณภาพการศึกษา (สมศ.)ขึ้น เพื่อให้ดำเนินการประเมินคุณภาพการศึกษา แก่โรงเรียน และมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ผลที่ปรากฏคือ คุณภาพการศึกษาของไทยตกต่ำลงอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะวัดผลโดยการสอบมาตรฐานในประเทศเองอย่าง O-NET หรือการทดสอบที่จัดโดยองค์กรต่างประเทศ เช่น PISA
ทั้งนี้เพราะการวัดผลของ สมศ. ส่วนใหญ่ไม่ได้วัดตัวชี้วัดที่เป็นคุณภาพจริง แต่เน้นการสร้างเอกสาร และหลักฐานเพื่อการตรวจนับเป็นหลัก จึงทำให้ครู/อาจารย์แต่ละคนต้องเสียเวลาร้อยละ 10 ถึง 50 ของเวลางานไปในการเตรียมเอกสารดังกล่าว งานหลักซึ่งได้แก่งานสอนจึงลดความสำคัญลง โดยครูสอนไม่ครบ แต่จะให้นักเรียนไปเรียนรู้เอาเองจากการทำรายงาน โครงงาน หรือ แม้แต่เรียนพิเศษเอาเอง ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาจึงตกต่ำลง
สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ได้ทำการวิจัย และเผยแพร่บทความเรื่อง “ความล้มเหลวของระบบการประเมินผลการศึกษาไทย : สาเหตุและข้อเสนอแนะ” ลิงค์ http://thaipublica.org/2012/02/failure-thai-educational-system/ ยืนยันว่าวิธีการประเมินคุณภาพการศึกษาดังกล่าวเป็นวิธีการที่ผิดพลาด โดยผลการประเมินไม่มีความสอดคล้องกับผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน และแนะนำให้ยกเลิกวิธีการประเมินคุณภาพการศึกษาดังกล่าวเสีย
ล่าสุด งบประมาณประจำปี (พ.ศ. 2556) ของกระทรวงศึกษาธิการพุ่งขึ้นไปถึง 4.6 แสนล้านบาท คิดเป็นประมาณร้อยละ 20 ของงบประมาณแผ่นดินทั้งหมด ซึ่งเป็นสัดส่วนการลงทุนทางการศึกษาต่องบประมาณรวมที่สูงสุดเมื่อเทียบกับประเทศในกลุ่มประชาคมอาเซียน แต่ผลการจัดอันดับด้านคุณภาพการศึกษาโดย World Economic Forum ปี พ.ศ. 2556 ให้ไทยอยู่อันดับที่ 8 ในกลุ่มประชาคมอาเซียน ซึ่งถือเป็นกลุ่มรั้งท้ายในตาราง
หากประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้น เราสูญเสียงบประมาณด้านการศึกษาไปกับการทำงานไม่มีประสิทธิภาพเพราะระบบประกันคุณภาพชนิดนี้ผ่านกระทรวงศึกษาไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาทต่อปี ส่วนความสูญเสียที่เยาวชนไทยรุ่นนี้ไม่ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ ส่งผลให้ประเทศไทยอ่อนแอและไม่สามารถแข่งขันกับนาๆประเทศได้ในอนาคต นับเป็นความสูญเสียทางเศรษฐกิจและสังคมที่ไม่อาจประเมินค่าได้
ผมจึงขอเชิญชวนเพื่อน ครู/อาจารย์ นักเรียน/นักศึกษา ผู้ปกครอง และประชาชน ร่วมกันลงชื่อแสดงประชามติว่าพวกเราต้องการให้ ยกเลิกการประกันคุณภาพการศึกษาภายใต้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ที่ดำเนินการโดย สมศ. และกระทรวงศึกษาธิการ และให้เปลี่ยนวิธีการประเมิน และวัดผลกลับมาเน้นวัดผลสัมฤทธิ์เป็นหลักแทน

ประเด็นรณรงค์
สืบเนื่องจากพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ได้กำหนดให้ตั้งสำนักรับรองมาตรฐาน และคุณภาพการศึกษา (สมศ.)ขึ้น เพื่อให้ดำเนินการประเมินคุณภาพการศึกษา แก่โรงเรียน และมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ผลที่ปรากฏคือ คุณภาพการศึกษาของไทยตกต่ำลงอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะวัดผลโดยการสอบมาตรฐานในประเทศเองอย่าง O-NET หรือการทดสอบที่จัดโดยองค์กรต่างประเทศ เช่น PISA
ทั้งนี้เพราะการวัดผลของ สมศ. ส่วนใหญ่ไม่ได้วัดตัวชี้วัดที่เป็นคุณภาพจริง แต่เน้นการสร้างเอกสาร และหลักฐานเพื่อการตรวจนับเป็นหลัก จึงทำให้ครู/อาจารย์แต่ละคนต้องเสียเวลาร้อยละ 10 ถึง 50 ของเวลางานไปในการเตรียมเอกสารดังกล่าว งานหลักซึ่งได้แก่งานสอนจึงลดความสำคัญลง โดยครูสอนไม่ครบ แต่จะให้นักเรียนไปเรียนรู้เอาเองจากการทำรายงาน โครงงาน หรือ แม้แต่เรียนพิเศษเอาเอง ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาจึงตกต่ำลง
สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ได้ทำการวิจัย และเผยแพร่บทความเรื่อง “ความล้มเหลวของระบบการประเมินผลการศึกษาไทย : สาเหตุและข้อเสนอแนะ” ลิงค์ http://thaipublica.org/2012/02/failure-thai-educational-system/ ยืนยันว่าวิธีการประเมินคุณภาพการศึกษาดังกล่าวเป็นวิธีการที่ผิดพลาด โดยผลการประเมินไม่มีความสอดคล้องกับผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน และแนะนำให้ยกเลิกวิธีการประเมินคุณภาพการศึกษาดังกล่าวเสีย
ล่าสุด งบประมาณประจำปี (พ.ศ. 2556) ของกระทรวงศึกษาธิการพุ่งขึ้นไปถึง 4.6 แสนล้านบาท คิดเป็นประมาณร้อยละ 20 ของงบประมาณแผ่นดินทั้งหมด ซึ่งเป็นสัดส่วนการลงทุนทางการศึกษาต่องบประมาณรวมที่สูงสุดเมื่อเทียบกับประเทศในกลุ่มประชาคมอาเซียน แต่ผลการจัดอันดับด้านคุณภาพการศึกษาโดย World Economic Forum ปี พ.ศ. 2556 ให้ไทยอยู่อันดับที่ 8 ในกลุ่มประชาคมอาเซียน ซึ่งถือเป็นกลุ่มรั้งท้ายในตาราง
หากประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้น เราสูญเสียงบประมาณด้านการศึกษาไปกับการทำงานไม่มีประสิทธิภาพเพราะระบบประกันคุณภาพชนิดนี้ผ่านกระทรวงศึกษาไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาทต่อปี ส่วนความสูญเสียที่เยาวชนไทยรุ่นนี้ไม่ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ ส่งผลให้ประเทศไทยอ่อนแอและไม่สามารถแข่งขันกับนาๆประเทศได้ในอนาคต นับเป็นความสูญเสียทางเศรษฐกิจและสังคมที่ไม่อาจประเมินค่าได้
ผมจึงขอเชิญชวนเพื่อน ครู/อาจารย์ นักเรียน/นักศึกษา ผู้ปกครอง และประชาชน ร่วมกันลงชื่อแสดงประชามติว่าพวกเราต้องการให้ ยกเลิกการประกันคุณภาพการศึกษาภายใต้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ที่ดำเนินการโดย สมศ. และกระทรวงศึกษาธิการ และให้เปลี่ยนวิธีการประเมิน และวัดผลกลับมาเน้นวัดผลสัมฤทธิ์เป็นหลักแทน

ปิดแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
ผู้มีอำนาจตัดสินใจ
อัปเดตเกี่ยวแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 4 สิงหาคม ค.ศ. 2014 แล้ว