หยุดปลุกผีโครงการท่าเรือน้ำลึกปากบารา

ประเด็นรณรงค์

#หยุดท่าเรือน้ำลึกปากบารา #หยุดทำลายแหล่งทรัพยากร #แหล่งท่องเที่ยวมรดกโลก #SAVEPakbara

ด้วยหลายปีที่ผ่านมานี้ พวกเราชาวสตูลมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันของทุกภาคส่วนแล้วว่า "จังหวัดสตูล" เหมาะสมที่จะเป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวเท่านั้น ซึ่งความคิดดังกล่าวนี้ได้ถูกแปรมาเป็นวิสัยทัศน์การพัฒนาในปัจจุบัน ไว้ว่า "สตูล เมืองแห่งการท่องเที่ยวระดับโลก" เราเชื่อว่าเป้าหมายดังกล่าวนี้ไม่ไกลเกินเอื้อม หากรัฐบาลที่ดี มีวิสัยทัศน์ จะให้การสนับสนุนอย่างจริงจัง

ด้วยศักยภาพที่มีอยู่อย่างประจักษ์ทั้งทางทะเล และบนผืนแผ่นดินของจังหวัดสตูล เรามีความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งอาหารอย่างครบครัน เรามีความหลากหลายของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเรามีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามขึ้นชื่อระดับโลก หลักฐานยืนยันของสิ่งเหล่านี้คือ อุทยานแห่งชาติ 3 แห่ง (อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตา อุทยานแห่งชาติทะเลบัน) และยังมีเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอีก 1 แห่ง (โตนงาช้าง) ซึ่งไม่ใช้เรื่องธรรมดาที่จังหวัดเล็กๆเช่นนี้จะมีได้ และล่าสุดคือการถูกประกาศให้เป็นเมืองอุทยานธรณีโลก ที่ยูเนสโก้รับรองเป็นแห่งแรกของประเทศไทย จึงน่าจะมากเกินพอที่จะไปสู่เมืองแห่งการท่องเที่ยวของโลกได้ไม่ยากเย็นนัก

จากความพยายามของรัฐบาลก่อนหน้านี้ที่ต้องการจะเปลี่ยนบ้านแปลงเมืองแห่งนี้ให้เป็นเมืองอุตสาหกรรม ด้วยการจะสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบารา จะสร้างแลนด์บริดจ์ หรือเส้นทางรถไฟขนส่งสินค้าระหว่างฝั่งทะเลอันดามัน กับอ่าวไทย (ปากบารา - สวนกง) และจะต้องระเบิดภูเขาอีกหลายลูกเพื่อใช้ถมทะเลนับพันไร่ ได้พิสูจน์แล้วว่าความคิดในการพัฒนาลักษณะนี้ขัดแย้งกับศักยภาพที่มีอยู่จริง จนได้รับแรงคัดค้านอย่างหนักจากคนพื้นที่ในเวลานั้น เราจึงไม่คิดว่าความคิดเช่นนี้จะย้อนกลับมาอีกในรัฐบาลปัจจุบัน

เราจึงขอส่งสารนี้ไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และพลพรรคของ “ภูมิใจไทย” ทั้งหลาย ที่ได้ประกาศไว้เมื่อปลายปีที่ผ่านมาว่า จะฟื้นโครงการท่าเรือน้ำลึกปากบารา และจะนำไปสู่การฟื้นกิจการจากโครงการอื่นๆที่เกี่ยวเนื่องกันนั้นว่า “ขอให้ท่านได้โปรดพิจารณาเรื่องนี้ให้รอบด้าน และจะต้องคำนึงถึงความต้องการอันแท้จริงของคนจังหวัดสตูลที่พยายามจะสร้างบ้านเมืองแห่งนี้บนฐานของศักยภาพที่มีอยู่จริง ดังได้กล่าวไปแล้ว เพราะด้วยความคิดที่ว่า ความเจริญรุ่งเรืองไม่ใช่แค่การพัฒนาในเชิงวัตถุ (อุตสาหกรรม) เท่านั้น หากแต่ต้นทุนของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เรามีอยู่นี้ก็สามารถสร้างความรุ่งเรืองให้กับประเทศนี้ได้ หากได้รับการสนับสนุนส่งเสริมอย่างเข้าใจจากผู้นำ หรือผู้ปกครองที่มีวิสัยทัศน์

เราจึงขอเรียกร้องให้ท่าน และพลพรรคของท่านหยุดคิดเรื่องการฟื้นโครงการท่าเรือน้ำลึกปากบารานั้นเสีย และให้มาร่วมกันออกแบบสร้างเมืองสตูลแห่งนี้ ให้เป็น “เมืองแห่งการท่องเที่ยวระดับโลก” ร่วมกันกับพวกเรา

ด้วยความนับถือ
เครือข่ายประชาชนติดตามแผนพัฒนาจังหวัดสตูล

----

เมื่อปี 2556 พวกเราเคยมีแคมเปญ​ "หยุดการเพิกถอนอุทยานแห่งชาติเพื่อก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบารา รักษาอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตราและตะรุเตา" ที่ http://chng.it/5n5vNvS6 มีคนสนับสนุนกว่า 7,780 รายชื่อ ขอให้ท่านฟังเสียงประชาชนด้วย

ท่านที่อยากเห็นความสวยงามของสตูล อ่านบทความล่าสุดจาก National Geographic เรื่อง "ปากบารา : มรดกแบบไหนที่เราจะส่งต่อให้คนรุ่นต่อไป"ที่ https://ngthai.com/environment/26494/uncertain-future-of-pakbara

แคมเปญรณรงค์นี้ได้รับผู้สนับสนุนจำนวน 8,486 คน

ประเด็นรณรงค์

#หยุดท่าเรือน้ำลึกปากบารา #หยุดทำลายแหล่งทรัพยากร #แหล่งท่องเที่ยวมรดกโลก #SAVEPakbara

ด้วยหลายปีที่ผ่านมานี้ พวกเราชาวสตูลมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันของทุกภาคส่วนแล้วว่า "จังหวัดสตูล" เหมาะสมที่จะเป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวเท่านั้น ซึ่งความคิดดังกล่าวนี้ได้ถูกแปรมาเป็นวิสัยทัศน์การพัฒนาในปัจจุบัน ไว้ว่า "สตูล เมืองแห่งการท่องเที่ยวระดับโลก" เราเชื่อว่าเป้าหมายดังกล่าวนี้ไม่ไกลเกินเอื้อม หากรัฐบาลที่ดี มีวิสัยทัศน์ จะให้การสนับสนุนอย่างจริงจัง

ด้วยศักยภาพที่มีอยู่อย่างประจักษ์ทั้งทางทะเล และบนผืนแผ่นดินของจังหวัดสตูล เรามีความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งอาหารอย่างครบครัน เรามีความหลากหลายของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเรามีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามขึ้นชื่อระดับโลก หลักฐานยืนยันของสิ่งเหล่านี้คือ อุทยานแห่งชาติ 3 แห่ง (อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตา อุทยานแห่งชาติทะเลบัน) และยังมีเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอีก 1 แห่ง (โตนงาช้าง) ซึ่งไม่ใช้เรื่องธรรมดาที่จังหวัดเล็กๆเช่นนี้จะมีได้ และล่าสุดคือการถูกประกาศให้เป็นเมืองอุทยานธรณีโลก ที่ยูเนสโก้รับรองเป็นแห่งแรกของประเทศไทย จึงน่าจะมากเกินพอที่จะไปสู่เมืองแห่งการท่องเที่ยวของโลกได้ไม่ยากเย็นนัก

จากความพยายามของรัฐบาลก่อนหน้านี้ที่ต้องการจะเปลี่ยนบ้านแปลงเมืองแห่งนี้ให้เป็นเมืองอุตสาหกรรม ด้วยการจะสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบารา จะสร้างแลนด์บริดจ์ หรือเส้นทางรถไฟขนส่งสินค้าระหว่างฝั่งทะเลอันดามัน กับอ่าวไทย (ปากบารา - สวนกง) และจะต้องระเบิดภูเขาอีกหลายลูกเพื่อใช้ถมทะเลนับพันไร่ ได้พิสูจน์แล้วว่าความคิดในการพัฒนาลักษณะนี้ขัดแย้งกับศักยภาพที่มีอยู่จริง จนได้รับแรงคัดค้านอย่างหนักจากคนพื้นที่ในเวลานั้น เราจึงไม่คิดว่าความคิดเช่นนี้จะย้อนกลับมาอีกในรัฐบาลปัจจุบัน

เราจึงขอส่งสารนี้ไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และพลพรรคของ “ภูมิใจไทย” ทั้งหลาย ที่ได้ประกาศไว้เมื่อปลายปีที่ผ่านมาว่า จะฟื้นโครงการท่าเรือน้ำลึกปากบารา และจะนำไปสู่การฟื้นกิจการจากโครงการอื่นๆที่เกี่ยวเนื่องกันนั้นว่า “ขอให้ท่านได้โปรดพิจารณาเรื่องนี้ให้รอบด้าน และจะต้องคำนึงถึงความต้องการอันแท้จริงของคนจังหวัดสตูลที่พยายามจะสร้างบ้านเมืองแห่งนี้บนฐานของศักยภาพที่มีอยู่จริง ดังได้กล่าวไปแล้ว เพราะด้วยความคิดที่ว่า ความเจริญรุ่งเรืองไม่ใช่แค่การพัฒนาในเชิงวัตถุ (อุตสาหกรรม) เท่านั้น หากแต่ต้นทุนของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เรามีอยู่นี้ก็สามารถสร้างความรุ่งเรืองให้กับประเทศนี้ได้ หากได้รับการสนับสนุนส่งเสริมอย่างเข้าใจจากผู้นำ หรือผู้ปกครองที่มีวิสัยทัศน์

เราจึงขอเรียกร้องให้ท่าน และพลพรรคของท่านหยุดคิดเรื่องการฟื้นโครงการท่าเรือน้ำลึกปากบารานั้นเสีย และให้มาร่วมกันออกแบบสร้างเมืองสตูลแห่งนี้ ให้เป็น “เมืองแห่งการท่องเที่ยวระดับโลก” ร่วมกันกับพวกเรา

ด้วยความนับถือ
เครือข่ายประชาชนติดตามแผนพัฒนาจังหวัดสตูล

----

เมื่อปี 2556 พวกเราเคยมีแคมเปญ​ "หยุดการเพิกถอนอุทยานแห่งชาติเพื่อก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบารา รักษาอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตราและตะรุเตา" ที่ http://chng.it/5n5vNvS6 มีคนสนับสนุนกว่า 7,780 รายชื่อ ขอให้ท่านฟังเสียงประชาชนด้วย

ท่านที่อยากเห็นความสวยงามของสตูล อ่านบทความล่าสุดจาก National Geographic เรื่อง "ปากบารา : มรดกแบบไหนที่เราจะส่งต่อให้คนรุ่นต่อไป"ที่ https://ngthai.com/environment/26494/uncertain-future-of-pakbara

ผู้มีอำนาจตัดสินใจ

ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล
ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล
รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

อัปเดตเกี่ยวแคมเปญรณรงค์

แชร์แคมเปญรณรงค์นี้

สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 15 มกราคม ค.ศ. 2020 แล้ว