

ยกเลิกระบบการประเมินโรงเรียนและการศึกษาแบบเดิมๆ รัฐบาลควรเน้นสนับสนุนโรงเรียนที่มีปัญหา
ประเด็นรณรงค์
ทำไมรัฐบาลไม่ลองเลิกใช้วิธีการประเมินด้านการศึกษา/ประเมินโรงเรียน แล้วเปลี่ยนมาเป็นระบบที่ส่งเสริมให้ โรงเรียนและตัวระบบการศึกษาแข่งกันเผยปัญหาออกมา โดยมีรัฐบาลให้การสนับสนุน(โดยอาจแบ่งเขตหรือกำหนดเกณฑ์ตามความเหมาะสม) ที่ไหนยิ่งแย่ยิ่งมีปัญหายิ่งสมควรได้รับการสนับสนุนในหลายๆด้านจากรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น จัดสรรบุคลากรที่คัดกรองอย่างพิเศษหรือมีศักยภาพสูง ฝึกอบรมบุคลากรในสถาบันการศึกษา/โรงเรียนให้มีประภาพด้วยหลักสูตรที่มีมาตรฐาน,ประสิทธิภาพ,และเห็นผลจริง ด้วยเครื่องมือหลายๆอย่างจากภายนอก เช่น งานวิจัย หลักสูตรจากองค์กรอิสระที่ไม่หวังผลประโยชน์ เครื่องมือเหล่านี้มีอยู่ทั่วโลกและได้รับหารยอมรับในหลายๆที่ อีกอย่างคือเครื่องมือภายใน เช่น การส้รางสังคมของผู้ปกครองและนักเรียน มีเวทีกลางให้พวกเขานำเสนอแนวคิด และ บุคคลแนวคิดตัวอย่างในสังคม(ให้มีการพิจารณานำไปประยุกต์ใช้จริงด้วย) เครื่องมือเหล่านี้ถ้ารัฐบาลให้ความสำคัญและนำมาใช้กับการศึกษา 'อย่างจริงจัง' จะมีประสิทธิภาพมาก (สิ่งเหล่านี้เป็นแค่แนวคิดตัวอย่างในเบื้องต้นเท่านั้น)
มุ่งเน้นการแก้ปัญหาด้านการศึกษาโดยเล็งที่ภาคของบุคลากรแทนที่จะมุ่งเน้นในด้านงบประมาณพัฒนาสิ่งก่อสร้างหรืออื่นๆ สร้างให้การศึกษามีคุณภาพโดยเริ่มต้นที่นักเรียนและอาจารย์เป็นหลัก ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ที่สร้างสรร ใช้ได้จริง กระตุ้นให้นักเรียนมีความอยากเรียนรู้ เสริมสร้างความถนัดอย่างแท้จริง สิ่งเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นตามมาได้จากการมุ่งเน้นไปที่นักเรียนและบุคลากร
ตัวอย่างของโครงการที่ไม่ได้สร้างศึกยภาพให้นักเรียนอย่างแท้จริง คือ โครงการรักการอ่าน เด็กนักเรียนถือเป็นภาระเพราะต้องนั่งทำด้วยความไม่เต็มใจและไม่มีความอยากความตั้งใจในการอ่านหนังสือหลายๆคนอาจจะคัดลอกบทความต้นเล่มท้ายเล่มหรือแม่แต่บทสรุปตามที่หาได้จากสื่อต่างๆ
หัวข้อการรณรงค์นี้ต้องการสื่อถึง การส่งเสริมให้เกิดการแก้ปัญหาอย่างแท้จริงและเป็นการลงทุนและเอาใจใส่ในอนาคตของชาติ เพราะคนรุ่นใหม่นั้นคืออนาคตและชะตากรรมของประเทศชาติอย่างแท้จริง
ประเด็นรณรงค์
ทำไมรัฐบาลไม่ลองเลิกใช้วิธีการประเมินด้านการศึกษา/ประเมินโรงเรียน แล้วเปลี่ยนมาเป็นระบบที่ส่งเสริมให้ โรงเรียนและตัวระบบการศึกษาแข่งกันเผยปัญหาออกมา โดยมีรัฐบาลให้การสนับสนุน(โดยอาจแบ่งเขตหรือกำหนดเกณฑ์ตามความเหมาะสม) ที่ไหนยิ่งแย่ยิ่งมีปัญหายิ่งสมควรได้รับการสนับสนุนในหลายๆด้านจากรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น จัดสรรบุคลากรที่คัดกรองอย่างพิเศษหรือมีศักยภาพสูง ฝึกอบรมบุคลากรในสถาบันการศึกษา/โรงเรียนให้มีประภาพด้วยหลักสูตรที่มีมาตรฐาน,ประสิทธิภาพ,และเห็นผลจริง ด้วยเครื่องมือหลายๆอย่างจากภายนอก เช่น งานวิจัย หลักสูตรจากองค์กรอิสระที่ไม่หวังผลประโยชน์ เครื่องมือเหล่านี้มีอยู่ทั่วโลกและได้รับหารยอมรับในหลายๆที่ อีกอย่างคือเครื่องมือภายใน เช่น การส้รางสังคมของผู้ปกครองและนักเรียน มีเวทีกลางให้พวกเขานำเสนอแนวคิด และ บุคคลแนวคิดตัวอย่างในสังคม(ให้มีการพิจารณานำไปประยุกต์ใช้จริงด้วย) เครื่องมือเหล่านี้ถ้ารัฐบาลให้ความสำคัญและนำมาใช้กับการศึกษา 'อย่างจริงจัง' จะมีประสิทธิภาพมาก (สิ่งเหล่านี้เป็นแค่แนวคิดตัวอย่างในเบื้องต้นเท่านั้น)
มุ่งเน้นการแก้ปัญหาด้านการศึกษาโดยเล็งที่ภาคของบุคลากรแทนที่จะมุ่งเน้นในด้านงบประมาณพัฒนาสิ่งก่อสร้างหรืออื่นๆ สร้างให้การศึกษามีคุณภาพโดยเริ่มต้นที่นักเรียนและอาจารย์เป็นหลัก ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ที่สร้างสรร ใช้ได้จริง กระตุ้นให้นักเรียนมีความอยากเรียนรู้ เสริมสร้างความถนัดอย่างแท้จริง สิ่งเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นตามมาได้จากการมุ่งเน้นไปที่นักเรียนและบุคลากร
ตัวอย่างของโครงการที่ไม่ได้สร้างศึกยภาพให้นักเรียนอย่างแท้จริง คือ โครงการรักการอ่าน เด็กนักเรียนถือเป็นภาระเพราะต้องนั่งทำด้วยความไม่เต็มใจและไม่มีความอยากความตั้งใจในการอ่านหนังสือหลายๆคนอาจจะคัดลอกบทความต้นเล่มท้ายเล่มหรือแม่แต่บทสรุปตามที่หาได้จากสื่อต่างๆ
หัวข้อการรณรงค์นี้ต้องการสื่อถึง การส่งเสริมให้เกิดการแก้ปัญหาอย่างแท้จริงและเป็นการลงทุนและเอาใจใส่ในอนาคตของชาติ เพราะคนรุ่นใหม่นั้นคืออนาคตและชะตากรรมของประเทศชาติอย่างแท้จริง
ผู้มีอำนาจตัดสินใจ
อัปเดตเกี่ยวแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 28 พฤศจิกายน ค.ศ. 2015 แล้ว