

พรรคการเมืองที่มีนโยบายเรื่องหลากเพศ ต้องมีคนหลากเพศเข้าร่วมพรรค


พรรคการเมืองที่มีนโยบายเรื่องหลากเพศ ต้องมีคนหลากเพศเข้าร่วมพรรค
ประเด็นรณรงค์
การต่อสู้เรื่องสิทธิมนุษยชนและความเท่าเทียมของชาว LGBT ในเมืองไทย มีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง แบ่งได้ชัดๆเป็น 3 ช่วง
ช่วงแรก หรือ ช่วงราว 30 ปีก่อน ที่คนไทยมองกลุ่มหลากหลายทางเพศเป็นคนผิดธรรมชาติ เป็นตัวประหลาด ซึ่งหลายคนก็พยายามต่อสู้ว่าพวกเขาไม่ได้ผิดปกติ ไม่ได้เจ็บป่วยทางจิต
ช่วงที่ 2 ในที่สุดชาวโลกมีการรับรองคนกลุ่มนี้ขึ้นมาด้วยหลักการทางสิทธิมนุษยชนต่างๆ นานา จนคนไทยก็เริ่มทยอยยอมรับตามมาเรื่อยๆ
และ ช่วงที่ 3 เมื่อยอมรับแล้ว เข้าใจแล้ว มีการพูดถึงชาว LGBT ในบริบทของการตลาด การโฆษณา เป็นที่กว้างขวาง แต่ในทางกฎหมายที่จะออกมาเพื่อรองรับตัวตนของพวกเขา บ้านเรากลับยังไม่มี
ยิ่งกับกลุ่มนักการเมือง ที่แม้ช่วงหลายปีมานี้จะเริ่มมีการหาเสียง โดยพูดถึงการผลักดันกฎหมายเพื่อชาวสีรุ้งมากขึ้น แต่ก็เป็นลักษณะของ “ประปราย” ไม่เห็นผลจริงสักครั้ง!
ซึ่งปัญหาที่ผ่านมา นโยบายต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับคนหลากเพศ ไม่ได้รับการแก้ไข เพราะเนื่องจาก คนที่ทำงานในด้านนี้ไม่ได้เข้าใจปัญหาของคนหลากเพศอย่างแท้จริง จึงมองว่านี่อาจเป็นข้อจำกัดในการทำงาน
ดังนั้นจึงอยากเสนอนโยบาย เรียกร้องให้
พรรคการเมืองที่มีนโยบายเรื่องหลากเพศ
ต้องมีคนหลากเพศเข้าร่วมพรรค
เพราะวันนี้ มองว่านักการเมืองกำลังจะเอาจริงในการผลักดันทางกฎหมายสำหรับชาวสีรุ้ง ดังนั้น ก็ควรเปิดโอกาสให้คนหลากเพศได้มีบทบาทสำคัญในการร่วมพรรคการเมือง เป็นตัวแทนในการต่อสู้เรื่องสิทธิต่าง ๆ ได้อย่างเท่าเทียม และ มองว่าพรรคจะสามารถสร้างนโยบายที่เข้าถึงคนหลากเพศได้มากขึ้น ได้รับความสนใจและการสนับสนุนจากประชาชน และ ถือเป็นการสร้างความเสมอภาคอย่างแท้จริง
ถึงเวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่งในการสนับสนุนนโยบายนี้ เนื่องจาก
1.เรากำลังมาถึงยุคที่ปฏิเสธเรื่องนี้ไม่ได้อีกแล้ว เพราะเมื่อพูดถึงเรื่องความหลากหลายทางเพศก็คือเรื่องเดียวกับ “สิทธิมนุษยชน” ที่ทุกคนย่อมเห็นดีเห็นงามด้วยทั้งสิ้น ไม่มีใครกล้าปฏิเสธ!
2.นักการเมืองไทยเริ่มมีการตื่นตัวและมองมายังกลุ่ม LGBT ที่จะนำมาใช้ในการวางแผนหาเสียง เพราะต้องยอมรับว่าพื้นฐานคะแนนเสียงของชาวสีรุ้งก็มีจำนวนไม่น้อยเช่นกัน
ข้อมูลช่วงปี 2560 ของ LGBT-Captial.com ระบุว่า LGBT มีอยู่ในภูมิภาคเอเชียสูงถึงราว 270 ล้านคน หรือเท่ากับ 60% ของชาว LGBT ทั้งหมด โดยจีนเป็นประเทศที่มีชาว LGBT สูงสุดถึง 85 ล้านคน ตามด้วยอินเดีย 80 ล้านคน ญี่ปุ่น 8 ล้านคน และ ประเทศไทยที่มีสูงถึง 4 ล้านคน ซึ่งเป็นอันดับ 4 ในเอเชีย
3. เพราะมันถึงเวลาแล้ว! เป็นไทม์มิ่งที่พอเหมาะพอดี ถ้าจะเปรียบเทียบตอนนี้เป็นอุณหภูมิที่เหมาะสมต่อเหตุการณ์ เหมือนน้ำกำลังเดือดอยู่บนเตา โยนหมูลงไปมันก็สุก ต่างจากเมื่อก่อนที่เหมือนน้ำตั้งอยู่บนเตา แต่ยังแค่อุ่นๆ เอาอะไรโยนลงไปมันก็ยังดิบ ก็ไม่รู้พรรคไหนเริ่มก่อนเริ่มหลัง แต่แนวมาแล้ว และน่าจะกลายเป็นแนวนโยบายของแทบจะทุกพรรคไปเลย
แถมไปๆ มาๆ ครั้งนี้ การผลักดันกฎหมายในส่วนของนักการเมืองน่าเป็นการเข้าไปถึงรอบลึกมากกว่าที่จะเททิ้งไว้กลางทางเหมือนที่แล้วมา ถ้านักการเมืองนำเรื่องนี้มาพูด ก็ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่เป็นการพัฒนาการทางความคิดซึ่งจะสำเร็จหรือไม่ก็ตามในวันนี้ แต่เรารู้ว่าในที่สุด..มันต้องมีสักวัน...
ประเด็นรณรงค์
การต่อสู้เรื่องสิทธิมนุษยชนและความเท่าเทียมของชาว LGBT ในเมืองไทย มีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง แบ่งได้ชัดๆเป็น 3 ช่วง
ช่วงแรก หรือ ช่วงราว 30 ปีก่อน ที่คนไทยมองกลุ่มหลากหลายทางเพศเป็นคนผิดธรรมชาติ เป็นตัวประหลาด ซึ่งหลายคนก็พยายามต่อสู้ว่าพวกเขาไม่ได้ผิดปกติ ไม่ได้เจ็บป่วยทางจิต
ช่วงที่ 2 ในที่สุดชาวโลกมีการรับรองคนกลุ่มนี้ขึ้นมาด้วยหลักการทางสิทธิมนุษยชนต่างๆ นานา จนคนไทยก็เริ่มทยอยยอมรับตามมาเรื่อยๆ
และ ช่วงที่ 3 เมื่อยอมรับแล้ว เข้าใจแล้ว มีการพูดถึงชาว LGBT ในบริบทของการตลาด การโฆษณา เป็นที่กว้างขวาง แต่ในทางกฎหมายที่จะออกมาเพื่อรองรับตัวตนของพวกเขา บ้านเรากลับยังไม่มี
ยิ่งกับกลุ่มนักการเมือง ที่แม้ช่วงหลายปีมานี้จะเริ่มมีการหาเสียง โดยพูดถึงการผลักดันกฎหมายเพื่อชาวสีรุ้งมากขึ้น แต่ก็เป็นลักษณะของ “ประปราย” ไม่เห็นผลจริงสักครั้ง!
ซึ่งปัญหาที่ผ่านมา นโยบายต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับคนหลากเพศ ไม่ได้รับการแก้ไข เพราะเนื่องจาก คนที่ทำงานในด้านนี้ไม่ได้เข้าใจปัญหาของคนหลากเพศอย่างแท้จริง จึงมองว่านี่อาจเป็นข้อจำกัดในการทำงาน
ดังนั้นจึงอยากเสนอนโยบาย เรียกร้องให้
พรรคการเมืองที่มีนโยบายเรื่องหลากเพศ
ต้องมีคนหลากเพศเข้าร่วมพรรค
เพราะวันนี้ มองว่านักการเมืองกำลังจะเอาจริงในการผลักดันทางกฎหมายสำหรับชาวสีรุ้ง ดังนั้น ก็ควรเปิดโอกาสให้คนหลากเพศได้มีบทบาทสำคัญในการร่วมพรรคการเมือง เป็นตัวแทนในการต่อสู้เรื่องสิทธิต่าง ๆ ได้อย่างเท่าเทียม และ มองว่าพรรคจะสามารถสร้างนโยบายที่เข้าถึงคนหลากเพศได้มากขึ้น ได้รับความสนใจและการสนับสนุนจากประชาชน และ ถือเป็นการสร้างความเสมอภาคอย่างแท้จริง
ถึงเวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่งในการสนับสนุนนโยบายนี้ เนื่องจาก
1.เรากำลังมาถึงยุคที่ปฏิเสธเรื่องนี้ไม่ได้อีกแล้ว เพราะเมื่อพูดถึงเรื่องความหลากหลายทางเพศก็คือเรื่องเดียวกับ “สิทธิมนุษยชน” ที่ทุกคนย่อมเห็นดีเห็นงามด้วยทั้งสิ้น ไม่มีใครกล้าปฏิเสธ!
2.นักการเมืองไทยเริ่มมีการตื่นตัวและมองมายังกลุ่ม LGBT ที่จะนำมาใช้ในการวางแผนหาเสียง เพราะต้องยอมรับว่าพื้นฐานคะแนนเสียงของชาวสีรุ้งก็มีจำนวนไม่น้อยเช่นกัน
ข้อมูลช่วงปี 2560 ของ LGBT-Captial.com ระบุว่า LGBT มีอยู่ในภูมิภาคเอเชียสูงถึงราว 270 ล้านคน หรือเท่ากับ 60% ของชาว LGBT ทั้งหมด โดยจีนเป็นประเทศที่มีชาว LGBT สูงสุดถึง 85 ล้านคน ตามด้วยอินเดีย 80 ล้านคน ญี่ปุ่น 8 ล้านคน และ ประเทศไทยที่มีสูงถึง 4 ล้านคน ซึ่งเป็นอันดับ 4 ในเอเชีย
3. เพราะมันถึงเวลาแล้ว! เป็นไทม์มิ่งที่พอเหมาะพอดี ถ้าจะเปรียบเทียบตอนนี้เป็นอุณหภูมิที่เหมาะสมต่อเหตุการณ์ เหมือนน้ำกำลังเดือดอยู่บนเตา โยนหมูลงไปมันก็สุก ต่างจากเมื่อก่อนที่เหมือนน้ำตั้งอยู่บนเตา แต่ยังแค่อุ่นๆ เอาอะไรโยนลงไปมันก็ยังดิบ ก็ไม่รู้พรรคไหนเริ่มก่อนเริ่มหลัง แต่แนวมาแล้ว และน่าจะกลายเป็นแนวนโยบายของแทบจะทุกพรรคไปเลย
แถมไปๆ มาๆ ครั้งนี้ การผลักดันกฎหมายในส่วนของนักการเมืองน่าเป็นการเข้าไปถึงรอบลึกมากกว่าที่จะเททิ้งไว้กลางทางเหมือนที่แล้วมา ถ้านักการเมืองนำเรื่องนี้มาพูด ก็ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่เป็นการพัฒนาการทางความคิดซึ่งจะสำเร็จหรือไม่ก็ตามในวันนี้ แต่เรารู้ว่าในที่สุด..มันต้องมีสักวัน...
ปิดแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
ผู้มีอำนาจตัดสินใจ
อัปเดตเกี่ยวแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 28 มิถุนายน ค.ศ. 2018 แล้ว