เรียกร้องให้วินซอยรังสิตภิรมย์มีมารยาทและการให้บริการที่ดีขึ้น
เรียกร้องให้วินซอยรังสิตภิรมย์มีมารยาทและการให้บริการที่ดีขึ้น
ประเด็นรณรงค์
เราเป็นนักศึกษาม.กรุงเทพที่พักอยู่หอพักใกล้มหาลัย ชีวิตวันๆอยู่แต่กับซอยรังสิตภิรมย์ เพราะทั้งขนมของกินที่ใกล้ที่สุดมันอยู่ในซอยทั้งนั้น เลยใช้วินมอเตอร์ไซค์เป็นพาหนะหลัก เหตุผลหลักๆก็เพราะสะดวก ราคาไม่แพง ถึงเร็ว แต่ดันมีปัญหา คือเราเป็นคนนึงไม่เคยหยาบคายกับพี่วินคนไหนหรือแม้แต่ป้าแม่บ้านที่คอยดูแลความสะอาดในม.ก็เถอะ เราพูดจากับเขาด้วยความสุภาพตลอด แต่สิ่งที่เราได้รับกลับมาคือ พูดจาไม่ให้เกียรติบ้าง ทำตัวไม่มีมารยาทบ้าง พ่อแม่หรืออาจารย์ยังไม่เคยพูดกับเราแบบนี้เลย
อย่างเช่น
“น้องมีมารยาทบ้างไหม สิ่งที่น้องทำอ่ะมันคือการไม่มีมารยาท”
เหตุการณ์คือ เรากับเพื่อนอีก 2 คนที่เป็นผู้ชาย จะไปลงที่พลัมคอนโด ซึ่งมี 3 เฟส เพื่อน 2 คนลงเฟส 1 เราลงเฟส 2 เราเลยขึ้นมาคนเดียว พอวินขับออกมา สิ่งที่เราเจอคือ เค้าถามเราว่าทำไมไม่ให้อีกคนขึ้นมาด้วย เราก็บอกไปว่าลงคนละที่ เค้าก็โมโหแล้วตอบกลับเรามาว่าลงคนละที่ก็แวะส่งได้ แล้วหลังจากนั้นก็บรรเลงว่าเราเรื่องมารยาท บอกว่าเราไม่มีมารยาทที่ไม่ให้คิว 1 ได้ลูกค้า 2 คน เนื้อความคือเท่านี้ นอกนั้นที่เค้าพูดคือว่าเรา เรารู้สึกว่าเค้าแค่ต้องการทำเงินให้ได้เยอะขึ้นในรอบการส่งครั้งนึง แต่คือมันก็เป็นสิทธิของเราที่เราจะเลือกนั่งคันไหนกี่คนหรือเปล่า แล้วพูดตามปกติก็คือเพื่อนเราเป็นผู้ชาย มันสมควรจะนั่งคันเดียวกันมั้ย พ่อก็ไม่ใช่ พี่น้องก็ไม่ใช่ พ่อเราแม่เราเวลานั่งวินกับเรายังนั่งคนละคันเลย พื้นที่บนมอเตอร์ไซค์ก็มีอยู่แค่นิดเดียว แล้วการที่มาพูดจาแย่ๆแบบนี้ใส่เราแบบนี้ คุณมีมารยาทแล้วใช่มั้ยคะ
ยังไม่หมด
“จะขึ้นไม่ขึ้น ไม่ขึ้นกูไป แล้วไม่ต้องมาขึ้นวินอีก”
"ความเกรงใจอ่ะ มันไม่จำเป็นต้องมีหรอก"
ตอนนั้นคือเรายืนรอวินช่วงเช้าจากท้ายซอย คือมีคนที่ยืนรอก่อนเรา พอเค้ามาจอด เราเลยบอกว่าอีกคนมาก่อน เค้าก็พูดประโยค 2 ประโยคนั้นกับเรามา ทำให้เรารู้สึกว่าเราโดนคุกคามนะ เราแค่ทำตามมารยาทสังคม แต่เรากลับโดนพูดแบบนี้ใส่ เพียงเพราะต้องการรีบไปส่งทำรอบให้ได้เร็วๆให้ได้เงินเยอะขึ้น
มีอีกครั้งนึง เป็นเหตุการณ์จากเพื่อนเล่าให้เราฟัง คือเพื่อนเรามากับเพื่อนอีกคน แต่ต้องการจะขึ้นวินคนละคัน พอขับออกมาพี่แกก็อารมณ์เสียแล้วพูดแบบสบถขึ้นมาใส่เพื่อนเราว่า
"แทนที่จะมา2คนมันเสียเวลามั้ยวะ เหี้ยเอ้ย วันหลังไม่ต้องขึ้นคนเดียวนะถ้ามากับเพื่อนมันเปลืองวิน เสียเวลาเค้าทำมาหากินกัน"
และอีกหลายๆครั้งที่โดนสบถด่าใส่ด้วยคำหยาบคาย ทั้งสันดาร เหี้ย และคำหยาบสารพัด
มันสมควรมั้ยนะ..?
เรื่องการขึ้นวินกับคนไม่รู้จักก็เป็นอีกปัญหา เพียงเพราะว่าเค้าต้องการทำเงินต่อรอบการส่งหนึ่งให้ได้มากขึ้นทำให้เราต้องอึดอัด ไม่สะดวกสบายใจและกายมาหลายรอบ เราเจอการที่โดนบังคับให้นั่งกับคนแปลกหน้า ทั้งผู้หญิงบ้าง ผู้ชายบ้าง
เราคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่สมควรจะบังคับลูกค้าให้ทำตามที่ตัวเองต้องการ แค่ว่าคนสองคนเป็นคนไม่รู้จักกันมาขึ้นด้วยกันก็อึดอัดใจพอแล้ว ต้องนั่งเกร็งตัว ไม่ให้โดนอีกคน แล้วยิ่งคนนึงเป็นผู้หญิง อีกคนเป็นผู้ชายยิ่งแล้วใหญ่
แล้วเรา นักศึกษาที่ยังต้องพึ่งพาการนั่งมอเตอร์ไซค์เพื่อเดินทาง จะทำยังไงได้บ้างนอกจากการบ่นด่าลงโซเชียล
แล้วถ้าเรา หรือเพื่อนเราอีกสิบคนไม่นั่ง เค้าก็ยังมีรายได้จากลูกค้าคนอื่นอีกมากมายโดยที่ไม่คิดจะปรับปรุงเรื่องมารยาท แล้วคนอื่นๆก็ยังต้องเจอเรื่องเดิมๆต่อไป
การร้องเรียนไปยังมหาลัยอาจจะช่วยอะไรได้แต่ก็ไม่มากนัก เพราะทางมหาวิทยาลัยไม่มีสิทธิที่จะไปจัดการอะไรกับผู้ให้บริการขนส่ง
และการที่เราเพียงคนเดียวจะไปร้องเรียนต่อกรมการขนส่ง หรือเขต หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็ไม่เกิดผลอะไรเช่นกัน
แต่ถ้าทุกคนออกมาช่วยกันเล่าถึงปัญหา บอกต่อกันถึงปัญหา และหลายคนออกมาช่วยกันพูดถึงปัญหานี้ เราเชื่อมั่นว่าหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดระเบียบเรื่องวินมอเตอร์ไซค์และสิทธิของผู้บริโภคจะต้องออกมาให้ความช่วยเหลือไม่มากก็น้อยแน่นอน
553
ประเด็นรณรงค์
เราเป็นนักศึกษาม.กรุงเทพที่พักอยู่หอพักใกล้มหาลัย ชีวิตวันๆอยู่แต่กับซอยรังสิตภิรมย์ เพราะทั้งขนมของกินที่ใกล้ที่สุดมันอยู่ในซอยทั้งนั้น เลยใช้วินมอเตอร์ไซค์เป็นพาหนะหลัก เหตุผลหลักๆก็เพราะสะดวก ราคาไม่แพง ถึงเร็ว แต่ดันมีปัญหา คือเราเป็นคนนึงไม่เคยหยาบคายกับพี่วินคนไหนหรือแม้แต่ป้าแม่บ้านที่คอยดูแลความสะอาดในม.ก็เถอะ เราพูดจากับเขาด้วยความสุภาพตลอด แต่สิ่งที่เราได้รับกลับมาคือ พูดจาไม่ให้เกียรติบ้าง ทำตัวไม่มีมารยาทบ้าง พ่อแม่หรืออาจารย์ยังไม่เคยพูดกับเราแบบนี้เลย
อย่างเช่น
“น้องมีมารยาทบ้างไหม สิ่งที่น้องทำอ่ะมันคือการไม่มีมารยาท”
เหตุการณ์คือ เรากับเพื่อนอีก 2 คนที่เป็นผู้ชาย จะไปลงที่พลัมคอนโด ซึ่งมี 3 เฟส เพื่อน 2 คนลงเฟส 1 เราลงเฟส 2 เราเลยขึ้นมาคนเดียว พอวินขับออกมา สิ่งที่เราเจอคือ เค้าถามเราว่าทำไมไม่ให้อีกคนขึ้นมาด้วย เราก็บอกไปว่าลงคนละที่ เค้าก็โมโหแล้วตอบกลับเรามาว่าลงคนละที่ก็แวะส่งได้ แล้วหลังจากนั้นก็บรรเลงว่าเราเรื่องมารยาท บอกว่าเราไม่มีมารยาทที่ไม่ให้คิว 1 ได้ลูกค้า 2 คน เนื้อความคือเท่านี้ นอกนั้นที่เค้าพูดคือว่าเรา เรารู้สึกว่าเค้าแค่ต้องการทำเงินให้ได้เยอะขึ้นในรอบการส่งครั้งนึง แต่คือมันก็เป็นสิทธิของเราที่เราจะเลือกนั่งคันไหนกี่คนหรือเปล่า แล้วพูดตามปกติก็คือเพื่อนเราเป็นผู้ชาย มันสมควรจะนั่งคันเดียวกันมั้ย พ่อก็ไม่ใช่ พี่น้องก็ไม่ใช่ พ่อเราแม่เราเวลานั่งวินกับเรายังนั่งคนละคันเลย พื้นที่บนมอเตอร์ไซค์ก็มีอยู่แค่นิดเดียว แล้วการที่มาพูดจาแย่ๆแบบนี้ใส่เราแบบนี้ คุณมีมารยาทแล้วใช่มั้ยคะ
ยังไม่หมด
“จะขึ้นไม่ขึ้น ไม่ขึ้นกูไป แล้วไม่ต้องมาขึ้นวินอีก”
"ความเกรงใจอ่ะ มันไม่จำเป็นต้องมีหรอก"
ตอนนั้นคือเรายืนรอวินช่วงเช้าจากท้ายซอย คือมีคนที่ยืนรอก่อนเรา พอเค้ามาจอด เราเลยบอกว่าอีกคนมาก่อน เค้าก็พูดประโยค 2 ประโยคนั้นกับเรามา ทำให้เรารู้สึกว่าเราโดนคุกคามนะ เราแค่ทำตามมารยาทสังคม แต่เรากลับโดนพูดแบบนี้ใส่ เพียงเพราะต้องการรีบไปส่งทำรอบให้ได้เร็วๆให้ได้เงินเยอะขึ้น
มีอีกครั้งนึง เป็นเหตุการณ์จากเพื่อนเล่าให้เราฟัง คือเพื่อนเรามากับเพื่อนอีกคน แต่ต้องการจะขึ้นวินคนละคัน พอขับออกมาพี่แกก็อารมณ์เสียแล้วพูดแบบสบถขึ้นมาใส่เพื่อนเราว่า
"แทนที่จะมา2คนมันเสียเวลามั้ยวะ เหี้ยเอ้ย วันหลังไม่ต้องขึ้นคนเดียวนะถ้ามากับเพื่อนมันเปลืองวิน เสียเวลาเค้าทำมาหากินกัน"
และอีกหลายๆครั้งที่โดนสบถด่าใส่ด้วยคำหยาบคาย ทั้งสันดาร เหี้ย และคำหยาบสารพัด
มันสมควรมั้ยนะ..?
เรื่องการขึ้นวินกับคนไม่รู้จักก็เป็นอีกปัญหา เพียงเพราะว่าเค้าต้องการทำเงินต่อรอบการส่งหนึ่งให้ได้มากขึ้นทำให้เราต้องอึดอัด ไม่สะดวกสบายใจและกายมาหลายรอบ เราเจอการที่โดนบังคับให้นั่งกับคนแปลกหน้า ทั้งผู้หญิงบ้าง ผู้ชายบ้าง
เราคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่สมควรจะบังคับลูกค้าให้ทำตามที่ตัวเองต้องการ แค่ว่าคนสองคนเป็นคนไม่รู้จักกันมาขึ้นด้วยกันก็อึดอัดใจพอแล้ว ต้องนั่งเกร็งตัว ไม่ให้โดนอีกคน แล้วยิ่งคนนึงเป็นผู้หญิง อีกคนเป็นผู้ชายยิ่งแล้วใหญ่
แล้วเรา นักศึกษาที่ยังต้องพึ่งพาการนั่งมอเตอร์ไซค์เพื่อเดินทาง จะทำยังไงได้บ้างนอกจากการบ่นด่าลงโซเชียล
แล้วถ้าเรา หรือเพื่อนเราอีกสิบคนไม่นั่ง เค้าก็ยังมีรายได้จากลูกค้าคนอื่นอีกมากมายโดยที่ไม่คิดจะปรับปรุงเรื่องมารยาท แล้วคนอื่นๆก็ยังต้องเจอเรื่องเดิมๆต่อไป
การร้องเรียนไปยังมหาลัยอาจจะช่วยอะไรได้แต่ก็ไม่มากนัก เพราะทางมหาวิทยาลัยไม่มีสิทธิที่จะไปจัดการอะไรกับผู้ให้บริการขนส่ง
และการที่เราเพียงคนเดียวจะไปร้องเรียนต่อกรมการขนส่ง หรือเขต หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็ไม่เกิดผลอะไรเช่นกัน
แต่ถ้าทุกคนออกมาช่วยกันเล่าถึงปัญหา บอกต่อกันถึงปัญหา และหลายคนออกมาช่วยกันพูดถึงปัญหานี้ เราเชื่อมั่นว่าหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดระเบียบเรื่องวินมอเตอร์ไซค์และสิทธิของผู้บริโภคจะต้องออกมาให้ความช่วยเหลือไม่มากก็น้อยแน่นอน
553
ผู้มีอำนาจตัดสินใจ
อัปเดตเกี่ยวแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 2 เมษายน ค.ศ. 2018 แล้ว