เบอร์ฉุกเฉิน 1199 เบอร์นี้ควรมีบนเรือทุกลำ


เบอร์ฉุกเฉิน 1199 เบอร์นี้ควรมีบนเรือทุกลำ
ประเด็นรณรงค์
----ข้อเรียกร้อง----
1. ให้มีการแปะป้ายแสดงเบอร์แจ้งเหตุฉุกเฉินสายด่วนกรมเจ้าท่า 1199 ให้เห็นได้ชัดเจน ในเรือเอกชนที่ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ทุกลำ
2. ให้กรมเจ้าท่า มีการฝึกฝนด้านความปลอดภัยให้แก่ท้ายเรือ และเจ้าหน้าที่เรือเอกชนทุกๆคน ให้มีทักษะ และความรู้บวกข้อมูลเบื้องต้นที่เหมาะสม ในการรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินเช่นในเรื่องราวที่ยกมา และในกรณีอื่นๆ
3. มีการตรวจสอบอุปกรณ์ชูชีพ ในเรือเอกชนข้ามฝากทุกลำ อยู่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อรับประกันความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ
----เรื่องราวที่มา----
เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2557 เวลา 19.00 น.
ผมได้นั่งเรือโดยสารข้ามฟากแม่น้ำเจ้าพระยา จากท่าเรือสี่พระยา บริเวณหน้า river city และโรงแรม Sheraton ไปยังท่าเรือคลองสานบริเวณหน้าโรงแรม Millenium Hilton
เรือลำนั้นมีชื่อว่า ปัญจทรัพย์ 2 ซึ่งทั้งตัวเรือและท่าเรือบริหารงานโดยบริษัทเอกชน ชื่อ บริษัท นาวาสมุทร จำกัด (ที่อยู่/เบอร์โทร)
มีผู้โดยสารเต็มลำเรือ ประมาณ 50-60 คน
ระหว่างที่เรือกำลังแล่นอยู่กลางแม่น้ำเจ้าพระยา ได้มีเสียงวัตถุตกน้ำดังขึ้น
ทุกคนหันไปดู ปรากฏว่า มีคนคนหนึ่ง กระโดดลงไปในแม่น้ำ ตอนนั้นเป็นเวลา 19.05 น.
จากการให้การภายหลังของพยานที่อยู่บนเรือ บอกว่าเป็นหญิงวัย 40-50 ปี ร่างเล็ก และก่อนที่เธอจะกระโดดลงไป เธอได้ถอดรองเท้า และวางกระเป๋าของเธอทิ้งไว้ จากนั้นจึงเปิดประตูเรือออก และกระโดดออกไปกลางแม่น้ำที่วันนั้นไหลเชี่ยวพอสมควร
ในกระเป๋าของเธอ มีแค่เงิน 20 บาท กับแว่นกันแดด 1 อัน
มันเป็นเรื่องชัดเจนในภายหลัง ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น ได้ผ่านการตัดสินใจของเจ้าตัวมาแล้ว แต่ ณ วินาทีที่เธอกระโดดนั้น ทุกคนบนเรือไม่มีใครรู้ว่านั่นคือการตัดสินใจของเธอตัวเอง ทุกคนต่างคิดว่าเป็นอุบัติเหตุ และตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า
ปฏิกิริยาแรกของทุกคน คือตระโกนบอกท้ายเรือว่ามีคนตกน้ำ ท้ายเรือหันมามองและเริ่มวิ่งเรืออ้อม วนกลับไปยังจุดที่ผู้หญิงคนนั้นตกลงไป
พวกเราเห็นหัวเธอลอยนิ่งอยู่กลางน้ำ หากแต่หน้าของเธอจมอยู่ใต้น้ำ
เธอไม่ยอมขยับ หรือกระเสือกกระสนเพื่อเอาชีวิตรอดแม้แต่น้อย
ผู้โดยสารและท้ายเรือต่างช่วยกันโยนห่วงยางและแผ่นลอยชูชีพไปให้เธอ มีจำนวนไม่น้อยที่ลอยไปตกใกล้ๆเธอ แต่เธอไม่คว้ามันไว้ แต่กลับว่ายหนีห่างออกไป
ไม่มีผู้โดยสารหรือเจ้าหน้าที่คนไหนกระโดดลงไปในน้ำเพื่อช่วยเธอ ตัวผมเองด้วยความช็อค และกระแสน้ำที่ไหลแรงบวกกลับความเสี่ยงที่จะถูกเรือลำอื่นชน (ซึ่งแล่นเฉี่ยวร่างของเธอคนนั้นไปหลายรอบ แม้ว่านายท้ายเรือจะพยายามวนเรือกันเรือลำอื่นแล้วก็ตาม) จึงเกิดความกลัว ไม่กล้ากระโดดลงไป คิดว่าผู้โดยสารคนอื่นๆก็ไม่น่าจะต่างกัน
เป็นเวลาประมาณ 19.10 ห้านาทีที่เรือของเราวนอยู่หลังจากเกิดเหตุ ที่ผู้คนบนเรือเริ่มช่วยกันโทรหาเจ้าหน้าที่เพื่อขอความช่วยเหลือ
แต่ปัญหาก็เริ่มเกิด เพราะไม่มีใครรู้ว่ากรณีเช่นนี้ ต้องโทรหาใคร
สัญชาตญาณแรกของทุกคนคือโทรหา 191 แต่กลับเป็นเสียงรอสาย ไม่มีใครติดต่อตำรวจได้ (ภายหลัง โทรต้องรอสายถึง 8 นาที กว่าจะมีคนรับ)
ไม่มีป้ายแปะแต่บนเรือแต่อย่างใด ว่ากรณีฉุกเฉินให้ติดต่อใคร
ถามนายท้ายเรือ เขาเองก็ไม่รู้ว่าต้องติดต่อใครในกรณีแบบนี้
ด้วยวิสัยทัศน์ที่แย่ และไม่มีใครมีไฟฉายอยู่บนเรือ ร่างของหญิงที่ลอยอยู่กลางน้ำ ค่อยๆหลุดออกจากสายตาพวกเราไปเรื่อยๆ
นายท้ายเรือตัดสินใจหันเรือ ข้ามฝั่งไปยังท่าเรือคลองสาน โดยมีผู้โดยสารบางคนคัดค้าน แต่นายท้ายเรือก็บอกว่าได้ติดต่อเรือของบริษัทอีกลำ ที่แล่นสวนกัน ให้ไปดูแล้ว
ร่างของหญิงคนนั้น ค่อยๆลับตาไป จนไม่มีใครเห็นเธอ
ระหว่างที่เรือกำลังแล่นไปเทียบท่าอีกฝั่ง ก็มีผู้โดยสารที่ช่วยกัน search หาเบอร์ฉุกเฉินด้วยอินเตอร์เน็ตบนเรือ จนพบเบอร์สายด่วนของเบอร์เจ้าท่า 1199 จึงได้โทรเข้าไปแจ้งเหตุ ขณะนั้นประมาณเวลาได้เกือบๆ 19.20 ไม่กี่นาทีก่อนหน้าที่เราจะมาถึงฝั่งอีกฝั่ง โดยที่ผู้โดยสารเองก็ยังไม่แน่ใจว่านั่นใช่เบอร์ที่ถูกต้องหรือไม่ (ถึงตอนนั้น ตำรวจ 191 ยังไม่ได้รับสายแต่อย่างใด)
จนกระทั่งมาถึงฝั่งเทียบท่า ลงจากเรือเราจึงค่อยเห็นป้ายไฟวิ่ง แสดงคำว่า สายด่วนกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม 1199 ซึ่งเป็นตัววิ่งบนป้ายไฟ สลับกับข่าวประชาสัมพันธ์อื่นๆ
หลังจากถึงฝั่งหลายนาที จึงค่อยมีคนที่สามารถติดต่อกับตำรวจที่เบอร์ 191 ได้ และได้แจ้งเหตุไป ไม่มีใครมองเห็นร่างของผู้หญิงคนนั้นแล้ว เรือที่รับพวกเรามาก็ได้รับผู้โดยสารจากฝั่งนี้ และกำลังจะแล่นพาผู้โดยสารข้ามฝากตามปกติกลับไป
เวลาประมาณ 19.25 น.จึงค่อยเห็นเรือเร็ว ติดไฟฉุกเฉิน ไปวิ่งวนอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุ แต่ก็ไม่พบอะไร เรือเร็วลำนั้นจึงเข้ามาเทียบท่าคลองสาน พร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำ 2-3 คน ที่เดินลงมาสอบปากคำผู้โดยสารจำนวนหลายคนที่ยังคงยืนรออยู่ตรงท่าเรือด้วยความตกใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
เจ้าหน้าที่ไม่พบร่างใครลอยอยู่ในน้ำ
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สรุปว่าเป็นการฆ่าตัวตาย และบอกว่ากรณีเช่นนี้มีค่อนข้างบ่อย หน่วยประดาน้ำเองก็ไม่สามารถออกค้นหาได้ในเวลากลางคืน เพราะไม่สามารถมองเห็นอะไร และเจ้าหน้าที่ก็ได้ยืนยันกับตัวผมว่าเบอร์ที่ถูกต้องที่ควรโทรคือเบอร์ 1199 สายด่วนกรมเจ้าท่า ที่เป็นหน่วยกลางที่ได้แจ้งเรื่องไปยังทางเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำอีกที (ซึ่งใช้เวลาประมาณ 5 นาทีกว่าๆตั้งแต่มีคนแจ้งเรื่องเข้าไป จนกระทั่งมีเจ้าหน้าที่ไปยังที่เกิดเหตุ)
เรื่องราวในคืนนั้นทำให้ผู้โดยสารหลายคนรวมถึงตัวผม สลดใจเป็นอย่างมาก และถึงแม้จะเป็นการตัดสินใจของตัวเธอเอง แต่การได้เห็นเพื่อนมนุษย์อีกคนตัดสินใจปลิดชีวิตตัวเองต่อหน้าต่อตาก็เป็นเรื่องที่ทำใจได้ไม่ง่ายนัก
เพื่อเป็นการแผ่เมตตาให้เธอ และช่วยให้การตายของเธอมีความหมายอะไรบางอย่าง ผมอยากจจะเชิญชวนทุกๆคนมาร่วมกันลงชื่อเรียกร้องกรมเจ้าท่า ให้สภาวะการเดินทางข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาที่พี่น้องชาวกรุงเทพต้องทำกันอยู่ทุกวันนั้น มีความปลอดภัยมากขึ้น แม้สักเล็กน้อยก็ยังดี
ขอให้สิ่งที่พวกเราช่วยกันทำครั้งนี้ ส่งให้ดวงวิญญาณของหญิงที่ไม่มีใครรู้ชื่อคนนั้น ไปสู่สุขติ
และไม่ต้องพบกับความตายที่ไม่เปลี่ยวเหงาเช่นนี้อีก ในชีวิตต่อไปของเธอ

ประเด็นรณรงค์
----ข้อเรียกร้อง----
1. ให้มีการแปะป้ายแสดงเบอร์แจ้งเหตุฉุกเฉินสายด่วนกรมเจ้าท่า 1199 ให้เห็นได้ชัดเจน ในเรือเอกชนที่ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ทุกลำ
2. ให้กรมเจ้าท่า มีการฝึกฝนด้านความปลอดภัยให้แก่ท้ายเรือ และเจ้าหน้าที่เรือเอกชนทุกๆคน ให้มีทักษะ และความรู้บวกข้อมูลเบื้องต้นที่เหมาะสม ในการรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินเช่นในเรื่องราวที่ยกมา และในกรณีอื่นๆ
3. มีการตรวจสอบอุปกรณ์ชูชีพ ในเรือเอกชนข้ามฝากทุกลำ อยู่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อรับประกันความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ
----เรื่องราวที่มา----
เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2557 เวลา 19.00 น.
ผมได้นั่งเรือโดยสารข้ามฟากแม่น้ำเจ้าพระยา จากท่าเรือสี่พระยา บริเวณหน้า river city และโรงแรม Sheraton ไปยังท่าเรือคลองสานบริเวณหน้าโรงแรม Millenium Hilton
เรือลำนั้นมีชื่อว่า ปัญจทรัพย์ 2 ซึ่งทั้งตัวเรือและท่าเรือบริหารงานโดยบริษัทเอกชน ชื่อ บริษัท นาวาสมุทร จำกัด (ที่อยู่/เบอร์โทร)
มีผู้โดยสารเต็มลำเรือ ประมาณ 50-60 คน
ระหว่างที่เรือกำลังแล่นอยู่กลางแม่น้ำเจ้าพระยา ได้มีเสียงวัตถุตกน้ำดังขึ้น
ทุกคนหันไปดู ปรากฏว่า มีคนคนหนึ่ง กระโดดลงไปในแม่น้ำ ตอนนั้นเป็นเวลา 19.05 น.
จากการให้การภายหลังของพยานที่อยู่บนเรือ บอกว่าเป็นหญิงวัย 40-50 ปี ร่างเล็ก และก่อนที่เธอจะกระโดดลงไป เธอได้ถอดรองเท้า และวางกระเป๋าของเธอทิ้งไว้ จากนั้นจึงเปิดประตูเรือออก และกระโดดออกไปกลางแม่น้ำที่วันนั้นไหลเชี่ยวพอสมควร
ในกระเป๋าของเธอ มีแค่เงิน 20 บาท กับแว่นกันแดด 1 อัน
มันเป็นเรื่องชัดเจนในภายหลัง ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น ได้ผ่านการตัดสินใจของเจ้าตัวมาแล้ว แต่ ณ วินาทีที่เธอกระโดดนั้น ทุกคนบนเรือไม่มีใครรู้ว่านั่นคือการตัดสินใจของเธอตัวเอง ทุกคนต่างคิดว่าเป็นอุบัติเหตุ และตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า
ปฏิกิริยาแรกของทุกคน คือตระโกนบอกท้ายเรือว่ามีคนตกน้ำ ท้ายเรือหันมามองและเริ่มวิ่งเรืออ้อม วนกลับไปยังจุดที่ผู้หญิงคนนั้นตกลงไป
พวกเราเห็นหัวเธอลอยนิ่งอยู่กลางน้ำ หากแต่หน้าของเธอจมอยู่ใต้น้ำ
เธอไม่ยอมขยับ หรือกระเสือกกระสนเพื่อเอาชีวิตรอดแม้แต่น้อย
ผู้โดยสารและท้ายเรือต่างช่วยกันโยนห่วงยางและแผ่นลอยชูชีพไปให้เธอ มีจำนวนไม่น้อยที่ลอยไปตกใกล้ๆเธอ แต่เธอไม่คว้ามันไว้ แต่กลับว่ายหนีห่างออกไป
ไม่มีผู้โดยสารหรือเจ้าหน้าที่คนไหนกระโดดลงไปในน้ำเพื่อช่วยเธอ ตัวผมเองด้วยความช็อค และกระแสน้ำที่ไหลแรงบวกกลับความเสี่ยงที่จะถูกเรือลำอื่นชน (ซึ่งแล่นเฉี่ยวร่างของเธอคนนั้นไปหลายรอบ แม้ว่านายท้ายเรือจะพยายามวนเรือกันเรือลำอื่นแล้วก็ตาม) จึงเกิดความกลัว ไม่กล้ากระโดดลงไป คิดว่าผู้โดยสารคนอื่นๆก็ไม่น่าจะต่างกัน
เป็นเวลาประมาณ 19.10 ห้านาทีที่เรือของเราวนอยู่หลังจากเกิดเหตุ ที่ผู้คนบนเรือเริ่มช่วยกันโทรหาเจ้าหน้าที่เพื่อขอความช่วยเหลือ
แต่ปัญหาก็เริ่มเกิด เพราะไม่มีใครรู้ว่ากรณีเช่นนี้ ต้องโทรหาใคร
สัญชาตญาณแรกของทุกคนคือโทรหา 191 แต่กลับเป็นเสียงรอสาย ไม่มีใครติดต่อตำรวจได้ (ภายหลัง โทรต้องรอสายถึง 8 นาที กว่าจะมีคนรับ)
ไม่มีป้ายแปะแต่บนเรือแต่อย่างใด ว่ากรณีฉุกเฉินให้ติดต่อใคร
ถามนายท้ายเรือ เขาเองก็ไม่รู้ว่าต้องติดต่อใครในกรณีแบบนี้
ด้วยวิสัยทัศน์ที่แย่ และไม่มีใครมีไฟฉายอยู่บนเรือ ร่างของหญิงที่ลอยอยู่กลางน้ำ ค่อยๆหลุดออกจากสายตาพวกเราไปเรื่อยๆ
นายท้ายเรือตัดสินใจหันเรือ ข้ามฝั่งไปยังท่าเรือคลองสาน โดยมีผู้โดยสารบางคนคัดค้าน แต่นายท้ายเรือก็บอกว่าได้ติดต่อเรือของบริษัทอีกลำ ที่แล่นสวนกัน ให้ไปดูแล้ว
ร่างของหญิงคนนั้น ค่อยๆลับตาไป จนไม่มีใครเห็นเธอ
ระหว่างที่เรือกำลังแล่นไปเทียบท่าอีกฝั่ง ก็มีผู้โดยสารที่ช่วยกัน search หาเบอร์ฉุกเฉินด้วยอินเตอร์เน็ตบนเรือ จนพบเบอร์สายด่วนของเบอร์เจ้าท่า 1199 จึงได้โทรเข้าไปแจ้งเหตุ ขณะนั้นประมาณเวลาได้เกือบๆ 19.20 ไม่กี่นาทีก่อนหน้าที่เราจะมาถึงฝั่งอีกฝั่ง โดยที่ผู้โดยสารเองก็ยังไม่แน่ใจว่านั่นใช่เบอร์ที่ถูกต้องหรือไม่ (ถึงตอนนั้น ตำรวจ 191 ยังไม่ได้รับสายแต่อย่างใด)
จนกระทั่งมาถึงฝั่งเทียบท่า ลงจากเรือเราจึงค่อยเห็นป้ายไฟวิ่ง แสดงคำว่า สายด่วนกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม 1199 ซึ่งเป็นตัววิ่งบนป้ายไฟ สลับกับข่าวประชาสัมพันธ์อื่นๆ
หลังจากถึงฝั่งหลายนาที จึงค่อยมีคนที่สามารถติดต่อกับตำรวจที่เบอร์ 191 ได้ และได้แจ้งเหตุไป ไม่มีใครมองเห็นร่างของผู้หญิงคนนั้นแล้ว เรือที่รับพวกเรามาก็ได้รับผู้โดยสารจากฝั่งนี้ และกำลังจะแล่นพาผู้โดยสารข้ามฝากตามปกติกลับไป
เวลาประมาณ 19.25 น.จึงค่อยเห็นเรือเร็ว ติดไฟฉุกเฉิน ไปวิ่งวนอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุ แต่ก็ไม่พบอะไร เรือเร็วลำนั้นจึงเข้ามาเทียบท่าคลองสาน พร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำ 2-3 คน ที่เดินลงมาสอบปากคำผู้โดยสารจำนวนหลายคนที่ยังคงยืนรออยู่ตรงท่าเรือด้วยความตกใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
เจ้าหน้าที่ไม่พบร่างใครลอยอยู่ในน้ำ
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สรุปว่าเป็นการฆ่าตัวตาย และบอกว่ากรณีเช่นนี้มีค่อนข้างบ่อย หน่วยประดาน้ำเองก็ไม่สามารถออกค้นหาได้ในเวลากลางคืน เพราะไม่สามารถมองเห็นอะไร และเจ้าหน้าที่ก็ได้ยืนยันกับตัวผมว่าเบอร์ที่ถูกต้องที่ควรโทรคือเบอร์ 1199 สายด่วนกรมเจ้าท่า ที่เป็นหน่วยกลางที่ได้แจ้งเรื่องไปยังทางเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำอีกที (ซึ่งใช้เวลาประมาณ 5 นาทีกว่าๆตั้งแต่มีคนแจ้งเรื่องเข้าไป จนกระทั่งมีเจ้าหน้าที่ไปยังที่เกิดเหตุ)
เรื่องราวในคืนนั้นทำให้ผู้โดยสารหลายคนรวมถึงตัวผม สลดใจเป็นอย่างมาก และถึงแม้จะเป็นการตัดสินใจของตัวเธอเอง แต่การได้เห็นเพื่อนมนุษย์อีกคนตัดสินใจปลิดชีวิตตัวเองต่อหน้าต่อตาก็เป็นเรื่องที่ทำใจได้ไม่ง่ายนัก
เพื่อเป็นการแผ่เมตตาให้เธอ และช่วยให้การตายของเธอมีความหมายอะไรบางอย่าง ผมอยากจจะเชิญชวนทุกๆคนมาร่วมกันลงชื่อเรียกร้องกรมเจ้าท่า ให้สภาวะการเดินทางข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาที่พี่น้องชาวกรุงเทพต้องทำกันอยู่ทุกวันนั้น มีความปลอดภัยมากขึ้น แม้สักเล็กน้อยก็ยังดี
ขอให้สิ่งที่พวกเราช่วยกันทำครั้งนี้ ส่งให้ดวงวิญญาณของหญิงที่ไม่มีใครรู้ชื่อคนนั้น ไปสู่สุขติ
และไม่ต้องพบกับความตายที่ไม่เปลี่ยวเหงาเช่นนี้อีก ในชีวิตต่อไปของเธอ

ปิดแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
ผู้มีอำนาจตัดสินใจ
อัปเดตเกี่ยวแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 7 พฤษภาคม ค.ศ. 2014 แล้ว