พิทักษ์สิทธิเด็กโดย ออกกฎหมายควบคุมการตลาดนมผง


พิทักษ์สิทธิเด็กโดย ออกกฎหมายควบคุมการตลาดนมผง
ประเด็นรณรงค์
ประเทศไทยมีอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียวต่ำที่สุดในเอเชียคือ 12.3 % ทั้งๆที่นมแม่มีประโยชน์มหาศาล และมีการส่งเสริมการให้นมแม่อย่างต่อเนื่อง แต่แม่ในประเทศไทยกลับเลี้ยงลูกด้วยนมตนเองน้อยกว่าประเทศอื่นๆ เหตุผลหนึ่ง คือ เรายังไม่มีกฎหมายควบคุมการตลาดนมผง ทำให้มีการโฆษณานมผงสำหรับเด็กเล็กอย่างแพร่หลายปราศจากการควบคุม
แม่ที่ได้รับสื่อโฆษณาและการตลาดนมผงบ่อยๆ มีแนวโน้มจะเชื่อว่านมผงมีคุณค่าเทียบเท่าหรือเหนือกว่านมแม่ จึงเสริมนมผงให้ลูกโดยไม่จำเป็น และทำให้นมแม่ลดน้อยลงไปเป็นลำดับจนหมดไปในที่สุด ส่งผลให้อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ของไทยลดน้อยลงและต่ำกว่าประเทศอื่นๆที่มีกฎหมายปกป้องการให้นมแม่
เราในฐานะประชาชนไทยไม่อาจนิ่งดูดายให้เด็กๆของเราพลาดโอกาสได้รับของขวัญมหัศจรรย์จากแม่ คือ นมแม่ อันสูงค่านี้ จึงขอเรียกร้องให้ผู้ที่มีความรับผิดชอบในการออกกฎหมายนี้ ได้กรุณาเร่งรีบพิจารณาและออกกฎหมายควบคุมการตลาดนมผง ที่เรียกว่า "พระราชบัญญัติการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็กและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง พศ ...." ซึ่งยังค้างการพิจารณาอยู่ ให้ออกมาเป็นของขวัญแก่ทุกครอบครัวในประเทศไทย
เพื่อ "คืนความสุขให้กับแม่ลูกทุกคู่" ด้วย "การให้นมแม่"
พิทักษ์สิทธิเด็กด้วย พรบ . การตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก
"เด็กแต่ละคน เกิดมาพร้อมกับสิทธิติดตัวมาตั้งแต่แรกเกิด เท่าเทียมกันทุกคน
คือสิทธิที่จะได้รับอาหารที่มีคุณค่าทางอาหารเพียงพอ สิทธิที่จะได้รับน้ำนมแม่ซึ่งเป็นอาหารที่มีคุณค่าและเหมาะสมที่สุด
แต่เด็กทารกแรกเกิดไม่สามารถเปล่งเสียงเรียกร้องสิทธิของตนได้ เราจึงต้องพิทักษ์รักษาสิทธินี้ให้เขา โดย
1. พ่อแม่ต้องได้รับข้อมูลและความช่วยเหลือเกี่ยวกับการให้นมแม่อย่างครบถ้วน เพื่อที่จะมีความเชื่อมั่นในการให้นมแม่
2. ให้ข้อมูลกับพ่อแม่ว่า การให้นมผงโดยไม่จำเป็น จะทำให้ทารกเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพร้ายแรงหลายประการ
3. ข้อมูลเกี่ยวกับนมผงที่จะออกสู่สาธารณชนต้องมีการควบคุม ไม่ให้มีการโฆษณาเกินจริง หรือชักนำให้เข้าใจผิดว่านมผงมีคุณค่าเทียบเคียงนมแม่ พ่อแม่จะไม่ถูกชักจูงให้เข้าใจเรื่องการให้นมแม่อย่างผิดๆ โดยการตลาด และการโฆษณานมผง
4. ห้ามโฆษณา หรือทำการตลาดนมผงทารก โดยการติดต่อแม่โดยตรง
5. ห้ามการแจกนมผงฟรีให้กับแม่ตั้งครรภ์ หลังคลอด หรือแม่ที่มีลูกเล็ก ทั้งนี้เพราะ ทารกต้องดูดนมแม่เพื่อกระตุ้นการสร้างน้ำนมในทันทีหลังคลอด หากมีการให้นมผงในช่วงนี้ ลูกจะไม่ดูดเต้าแม่ ร่างกายแม่จะหยุดผลิตน้ำนม ทำให้ต้องซื้อนมผงมาชงให้ลูกกินต่อไปเรื่อยๆ
นอกจากนี้ การโฆษณาและการทำการตลาดของนมผง ทำให้ราคานมผงแพงเกินจริง ครอบครัวที่มีความจำเป็นต้องใช้นมผง จะต้องสูญเสียรายได้เป็นจำนวนมากไปกับผลิตภัณฑ์ที่ต้นทุนการผลิตต่ำ แต่ต้นทุนการโฆษณาสูง ถ้าไม่มีการโฆษณา ราคาของนมผงจะเป็นธรรมมากขึ้น
นี่คือหลักการสั้นๆของ “กฎหมายว่าด้วยการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก” (International Code of Marketing of Breast milk substitutes) หรือที่เรียกสั้นๆว่า “Code นม” ที่เรากำลังอยากจะให้มีขึ้นในประเทศไทย
พวกเราสามารถช่วยกันปกป้องทารกทุกคนซึ่งเป็นอนาคตของชาติได้ ด้วยการร่วมลงชื่อเพื่อสนับสนุนการผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้"
ประเด็นรณรงค์
ประเทศไทยมีอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียวต่ำที่สุดในเอเชียคือ 12.3 % ทั้งๆที่นมแม่มีประโยชน์มหาศาล และมีการส่งเสริมการให้นมแม่อย่างต่อเนื่อง แต่แม่ในประเทศไทยกลับเลี้ยงลูกด้วยนมตนเองน้อยกว่าประเทศอื่นๆ เหตุผลหนึ่ง คือ เรายังไม่มีกฎหมายควบคุมการตลาดนมผง ทำให้มีการโฆษณานมผงสำหรับเด็กเล็กอย่างแพร่หลายปราศจากการควบคุม
แม่ที่ได้รับสื่อโฆษณาและการตลาดนมผงบ่อยๆ มีแนวโน้มจะเชื่อว่านมผงมีคุณค่าเทียบเท่าหรือเหนือกว่านมแม่ จึงเสริมนมผงให้ลูกโดยไม่จำเป็น และทำให้นมแม่ลดน้อยลงไปเป็นลำดับจนหมดไปในที่สุด ส่งผลให้อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ของไทยลดน้อยลงและต่ำกว่าประเทศอื่นๆที่มีกฎหมายปกป้องการให้นมแม่
เราในฐานะประชาชนไทยไม่อาจนิ่งดูดายให้เด็กๆของเราพลาดโอกาสได้รับของขวัญมหัศจรรย์จากแม่ คือ นมแม่ อันสูงค่านี้ จึงขอเรียกร้องให้ผู้ที่มีความรับผิดชอบในการออกกฎหมายนี้ ได้กรุณาเร่งรีบพิจารณาและออกกฎหมายควบคุมการตลาดนมผง ที่เรียกว่า "พระราชบัญญัติการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็กและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง พศ ...." ซึ่งยังค้างการพิจารณาอยู่ ให้ออกมาเป็นของขวัญแก่ทุกครอบครัวในประเทศไทย
เพื่อ "คืนความสุขให้กับแม่ลูกทุกคู่" ด้วย "การให้นมแม่"
พิทักษ์สิทธิเด็กด้วย พรบ . การตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก
"เด็กแต่ละคน เกิดมาพร้อมกับสิทธิติดตัวมาตั้งแต่แรกเกิด เท่าเทียมกันทุกคน
คือสิทธิที่จะได้รับอาหารที่มีคุณค่าทางอาหารเพียงพอ สิทธิที่จะได้รับน้ำนมแม่ซึ่งเป็นอาหารที่มีคุณค่าและเหมาะสมที่สุด
แต่เด็กทารกแรกเกิดไม่สามารถเปล่งเสียงเรียกร้องสิทธิของตนได้ เราจึงต้องพิทักษ์รักษาสิทธินี้ให้เขา โดย
1. พ่อแม่ต้องได้รับข้อมูลและความช่วยเหลือเกี่ยวกับการให้นมแม่อย่างครบถ้วน เพื่อที่จะมีความเชื่อมั่นในการให้นมแม่
2. ให้ข้อมูลกับพ่อแม่ว่า การให้นมผงโดยไม่จำเป็น จะทำให้ทารกเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพร้ายแรงหลายประการ
3. ข้อมูลเกี่ยวกับนมผงที่จะออกสู่สาธารณชนต้องมีการควบคุม ไม่ให้มีการโฆษณาเกินจริง หรือชักนำให้เข้าใจผิดว่านมผงมีคุณค่าเทียบเคียงนมแม่ พ่อแม่จะไม่ถูกชักจูงให้เข้าใจเรื่องการให้นมแม่อย่างผิดๆ โดยการตลาด และการโฆษณานมผง
4. ห้ามโฆษณา หรือทำการตลาดนมผงทารก โดยการติดต่อแม่โดยตรง
5. ห้ามการแจกนมผงฟรีให้กับแม่ตั้งครรภ์ หลังคลอด หรือแม่ที่มีลูกเล็ก ทั้งนี้เพราะ ทารกต้องดูดนมแม่เพื่อกระตุ้นการสร้างน้ำนมในทันทีหลังคลอด หากมีการให้นมผงในช่วงนี้ ลูกจะไม่ดูดเต้าแม่ ร่างกายแม่จะหยุดผลิตน้ำนม ทำให้ต้องซื้อนมผงมาชงให้ลูกกินต่อไปเรื่อยๆ
นอกจากนี้ การโฆษณาและการทำการตลาดของนมผง ทำให้ราคานมผงแพงเกินจริง ครอบครัวที่มีความจำเป็นต้องใช้นมผง จะต้องสูญเสียรายได้เป็นจำนวนมากไปกับผลิตภัณฑ์ที่ต้นทุนการผลิตต่ำ แต่ต้นทุนการโฆษณาสูง ถ้าไม่มีการโฆษณา ราคาของนมผงจะเป็นธรรมมากขึ้น
นี่คือหลักการสั้นๆของ “กฎหมายว่าด้วยการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก” (International Code of Marketing of Breast milk substitutes) หรือที่เรียกสั้นๆว่า “Code นม” ที่เรากำลังอยากจะให้มีขึ้นในประเทศไทย
พวกเราสามารถช่วยกันปกป้องทารกทุกคนซึ่งเป็นอนาคตของชาติได้ ด้วยการร่วมลงชื่อเพื่อสนับสนุนการผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้"
ยืนยันการรณรงค์ได้ประสบความสำเร็จ
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
ผู้มีอำนาจตัดสินใจ
อัปเดตเกี่ยวแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 21 สิงหาคม ค.ศ. 2014 แล้ว