ท้าผู้ว่าฯเดินทางมาทำงานด้วยระบบขนส่งมวลชน #CarFreeEverdayChallenge


ท้าผู้ว่าฯเดินทางมาทำงานด้วยระบบขนส่งมวลชน #CarFreeEverdayChallenge
ประเด็นรณรงค์
"ถ้าการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนไม่สะดวกพอสำหรับผู้ว่าฯ มันก็คงไม่ดีพอสำหรับคนกรุงเทพเช่นกัน"
เนื่องจากระบบขนส่งมวลชนของกทม.และการวางผังเมืองล้วนมีปัญหา
ประชาชนที่พอมีฐานะถูกผลักให้ต้องหันไปใช้รถยนต์ในการเดินทาง
เพราะความสะดวก ปลอดภัย ที่มีระบบขนส่งมวลชนในกทม.ให้ไม่ได้
เรามีการรณรงค์การลดใช้รถยนต์ (Car Free Day) มาตั้งแต่ปี 2550
แต่ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง จำนวนรถยนต์มากขึ้นเรื่อยๆ
ระบบรางไม่ครอบคลุม และที่แน่ๆ ไม่มีทางผ่านหน้าบ้านทุกคนได้
รถเมล์ไม่สามารถควบคุมคุณภาพได้อย่างทั่วถึง เพราะให้สัมปทานเอกชนไปทำ
สภาพถนนย่ำแย่ ทางเท้าไม่เรียบ พร้อมจะทำให้สะดุดได้ตลอดเวลา
คนเดินเท้าถูกแย่งพื้นที่จากหาบเร่ แผงลอย และป้ายโฆษณา
การเดินข้ามถนนเป็นเรื่องยุ่งยาก ต้องปีนข้ามสะพานลอยสูงๆ
ในขณะที่ทางข้ามอัจฉริยะที่อุตส่าห์ลงทุน และประชาสัมพันธ์ไว้ใหญ่โต ล้วนทยอยเปลี่ยนเป็นสะพานลอย
จักรยานไม่ต้องพูดถึง ทางจักรยาน 200 กม.ที่กล่าวอ้างไว้ ใช้งานไม่ได้จริง
คนที่จะใช้งาน ต้องลงไปเสี่ยงขีวิตบนท้องถนนร่วมกับรถจักรยานยนต์
บนถนนที่ออกแบบมาให้เอื้อกำกับการใช้รถยนต์เป็นหลัก
เป้าหมายปี 2575 กทม.ต้องการให้ชาวกรุงเทพฯ 65% ไม่พึ่งพารถยนต์ส่วนบุคคลในการเดินทางประจำวัน
จะไปถึงได้ เราคงต้องเลิกใช้วิธีการเดิมๆ เพราะก็เห็นกันอยู่ ว่าสถานการณ์มันแย่ลงเรื่อยๆ
ถึงเวลาแล้วที่ผู้ว่าฯ และคณะผู้บริหารต้องมาเก็บข้อมูลจริงด้วยตัวเอง
เพื่อนำไปปรับปรุงพัฒนากรุงเทพให้ดีอย่างที่สัญญาไว้
เพราะ KPI ที่ใช้บริหารอยู่มันแสดงให้เห็นแล้วว่ามันใช้ไม่ได้
และท้ายที่สุด การรณรงค์ให้ประชาชนลดการใช้รถยนต์ที่ดีที่สุด
คือการที่ผู้ที่พูดรณรงค์ ออกมานำประชาชน ทำตนเป็นแบบอย่างให้ดู
ไม่ใช่คิดฝัน วางแผนจากเบาะหลังอย่างเคย
ขอให้ท่านลองออกจากบ้านโดยใช้แค่บริการขนส่งมวลชน (รถประจำทาง BTS MRT เรือด่วน) เดิน หรือจักรยาน
โดยทำให้ได้อย่างน้อย วันทำงานสัปดาห์ละหน เป็นเวลาอย่างน้อยหนึ่งเดือน โดยสะดวกจะเริ่มสัปดาห์ไหนก็ขึ้นอยุ่กับผู้ว่าฯ
แน่นอน การแก้ปัญหาของกรุงเทพมหานคร ไม่ได้อยู่ในอำนาจของกทม.ทั้งหมด
แต่กทม.ต้องรับรู้ปัญหาที่แท้จริง และเป็นแกนนำที่จะประสานงานแก้ปัญหามิใช่หรือ
หากอ้างแค่ว่ากทม.ไม่มีอำนาจ เรามีปลัดกทม.เป็นคนอำนวยการทำงานทั้งหมดก็น่าจะเพียงพอ
ไม่จำเป็นที่จะต้องมีผู้ว่ากทม.ให้เปลืองงบประมาณ ค่าใช้จ่าย
เพราะถ้าการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนยังไม่สะดวกพอสำหรับผู้ว่าฯ มันก็คงไม่ดีพอสำหรับคนกรุงเทพเช่นกัน
จริงมั้ยครับ

ประเด็นรณรงค์
"ถ้าการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนไม่สะดวกพอสำหรับผู้ว่าฯ มันก็คงไม่ดีพอสำหรับคนกรุงเทพเช่นกัน"
เนื่องจากระบบขนส่งมวลชนของกทม.และการวางผังเมืองล้วนมีปัญหา
ประชาชนที่พอมีฐานะถูกผลักให้ต้องหันไปใช้รถยนต์ในการเดินทาง
เพราะความสะดวก ปลอดภัย ที่มีระบบขนส่งมวลชนในกทม.ให้ไม่ได้
เรามีการรณรงค์การลดใช้รถยนต์ (Car Free Day) มาตั้งแต่ปี 2550
แต่ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง จำนวนรถยนต์มากขึ้นเรื่อยๆ
ระบบรางไม่ครอบคลุม และที่แน่ๆ ไม่มีทางผ่านหน้าบ้านทุกคนได้
รถเมล์ไม่สามารถควบคุมคุณภาพได้อย่างทั่วถึง เพราะให้สัมปทานเอกชนไปทำ
สภาพถนนย่ำแย่ ทางเท้าไม่เรียบ พร้อมจะทำให้สะดุดได้ตลอดเวลา
คนเดินเท้าถูกแย่งพื้นที่จากหาบเร่ แผงลอย และป้ายโฆษณา
การเดินข้ามถนนเป็นเรื่องยุ่งยาก ต้องปีนข้ามสะพานลอยสูงๆ
ในขณะที่ทางข้ามอัจฉริยะที่อุตส่าห์ลงทุน และประชาสัมพันธ์ไว้ใหญ่โต ล้วนทยอยเปลี่ยนเป็นสะพานลอย
จักรยานไม่ต้องพูดถึง ทางจักรยาน 200 กม.ที่กล่าวอ้างไว้ ใช้งานไม่ได้จริง
คนที่จะใช้งาน ต้องลงไปเสี่ยงขีวิตบนท้องถนนร่วมกับรถจักรยานยนต์
บนถนนที่ออกแบบมาให้เอื้อกำกับการใช้รถยนต์เป็นหลัก
เป้าหมายปี 2575 กทม.ต้องการให้ชาวกรุงเทพฯ 65% ไม่พึ่งพารถยนต์ส่วนบุคคลในการเดินทางประจำวัน
จะไปถึงได้ เราคงต้องเลิกใช้วิธีการเดิมๆ เพราะก็เห็นกันอยู่ ว่าสถานการณ์มันแย่ลงเรื่อยๆ
ถึงเวลาแล้วที่ผู้ว่าฯ และคณะผู้บริหารต้องมาเก็บข้อมูลจริงด้วยตัวเอง
เพื่อนำไปปรับปรุงพัฒนากรุงเทพให้ดีอย่างที่สัญญาไว้
เพราะ KPI ที่ใช้บริหารอยู่มันแสดงให้เห็นแล้วว่ามันใช้ไม่ได้
และท้ายที่สุด การรณรงค์ให้ประชาชนลดการใช้รถยนต์ที่ดีที่สุด
คือการที่ผู้ที่พูดรณรงค์ ออกมานำประชาชน ทำตนเป็นแบบอย่างให้ดู
ไม่ใช่คิดฝัน วางแผนจากเบาะหลังอย่างเคย
ขอให้ท่านลองออกจากบ้านโดยใช้แค่บริการขนส่งมวลชน (รถประจำทาง BTS MRT เรือด่วน) เดิน หรือจักรยาน
โดยทำให้ได้อย่างน้อย วันทำงานสัปดาห์ละหน เป็นเวลาอย่างน้อยหนึ่งเดือน โดยสะดวกจะเริ่มสัปดาห์ไหนก็ขึ้นอยุ่กับผู้ว่าฯ
แน่นอน การแก้ปัญหาของกรุงเทพมหานคร ไม่ได้อยู่ในอำนาจของกทม.ทั้งหมด
แต่กทม.ต้องรับรู้ปัญหาที่แท้จริง และเป็นแกนนำที่จะประสานงานแก้ปัญหามิใช่หรือ
หากอ้างแค่ว่ากทม.ไม่มีอำนาจ เรามีปลัดกทม.เป็นคนอำนวยการทำงานทั้งหมดก็น่าจะเพียงพอ
ไม่จำเป็นที่จะต้องมีผู้ว่ากทม.ให้เปลืองงบประมาณ ค่าใช้จ่าย
เพราะถ้าการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนยังไม่สะดวกพอสำหรับผู้ว่าฯ มันก็คงไม่ดีพอสำหรับคนกรุงเทพเช่นกัน
จริงมั้ยครับ

ปิดแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
ผู้มีอำนาจตัดสินใจ
อัปเดตเกี่ยวแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 14 กันยายน ค.ศ. 2014 แล้ว