

ตามหาอัยการสูงสุด ให้ยุติการดำเนินคดีทางการเมืองในทุกกรณี
ประเด็นรณรงค์
- อัยการคือใคร ทำไมถึงสำคัญ
อัยการคือนักกฎหมายที่เป็นข้าราชการสังกัดสำนักงานอัยการสูงสุดซึ่งเป็นหนึ่งในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ โดยมีอัยการสูงสุดเป็นผู้บังคับบัญชา หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า “อัยการคือทนายของแผ่นดิน” บทบาทหลักของอัยการจึงเสมือนเป็นทนายให้แก่รัฐนั่นเอง
ในคดีอาญา กฎหมายกำหนดให้อัยการจะเป็น “โจทก์” ซึ่งหมายถึงผู้ฟ้องคดีอาญาต่อศาล โดยอัยการจะรับสำนวนการสอบสวนและความเห็นจากพนักงานสอบสวน เพื่อ “ร่างคำฟ้อง” ซึ่งเป็นการนำข้อเท็จจริงที่สอบสวนได้ พฤติการณ์ต่างๆ มาปรับเข้ากับองค์ประกอบต่างๆ ในข้อกฎหมายเพื่อขอให้ศาลลงโทษจำเลย
ทั้งนี้ ในการยื่นฟ้องนั้น อัยการจะยื่นฟ้องต่อศาลพร้อมตัวของจำเลย แล้วอัยการจะทำคำร้องขอฝากขังจำเลยไว้ในระหว่างการพิจารณาคดีในชั้นศาลมาด้วย หากไม่ยื่นประกันตัวหรือศาลมีคำสั่งให้ฝากขัง จำเลยก็จะถูกฝากขังทันที โดยไม่มีกำหนดระยะเวลาว่าจะต้องถูกขังเป็นเวลาเท่าใด และในตลอดกระบวนการในชั้นศาลอัยการจะทำหน้าที่เป็นผู้ซักถามพยานให้แก่ฝ่ายโจทก์ด้วย
- อัยการมีส่วนกับคดีทางการเมือง 112/116 อย่างไร
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ประชาชนที่แสดงออกทางการเมืองตรงข้ามกับผู้มีอำนาจมักถูกดำเนินคดีอาญาโดยอ้างกฎหมายต่างๆ เช่น กฎหมายอาญามาตรา 112 (หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ), มาตรา 116 (ยุยงปลุกปั่น), พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์, พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ, ความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล หรือแม้กระทั่งกฎหมายอย่าง พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ, พ.ร.บ.จราจรฯ เป็นต้น เมื่อเป็นความผิดตามกฎหมายอาญา และเป็นความผิดอาญาแผ่นดินแล้ว อัยการจะทำหน้าที่เป็นโจทก์อย่างเลี่ยงไม่ได้ ทั้งนี้ ในคดีเหล่านี้ มักพบข้อน่าสงสัยจำนวนมากในการทำหน้าที่ของอัยการ
1) อัยการมักจะมีคำสั่งฟ้องคดีทางการเมืองแทบจะทุกคดี แม้ว่าการกระทำนั้นจะเป็นการใช้เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญอัยการก็จะพยายามทำให้เกิดการฟ้องคดีทางการเมืองเหล่านี้ให้ได้ และโดยเฉพาะความผิดตามมาตรา 112 และ 116 อัยการไม่เคยมีคำสั่งไม่ฟ้องคดีเลยแม้แต่คดีเดียว ส่วนหนึ่งเพราะความเชื่อที่ว่าการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมายนั้นเป็นเรื่องที่ร้ายแรงไม่อาจยอมรับได้
2) การเขียนคำฟ้องของอัยการสะท้อนการมุ่งจะลงโทษประชาชน ดังตัวอย่างของการอธิบายพฤติการณ์ในคดีมาตรา 112 นั้นอัยการมักหาช่องอธิบายให้เป็นผิดฐานหมิ่นประมาทกษัตริย์ให้ได้ แม้ว่าจะไม่เป็นไปตามหลักการทางกฎหมายหรือคำตัดสินในคดีก่อนๆ ก็ตาม เช่น
- ปฏิทินรูปเป็ดใส่สายสะพายที่ถูกโยงว่าทำให้กษัตริย์ถูกด้อยค่า อันเป็นการดูหมิ่น หมิ่นประมาทกษัตริย์
- การแชร์ข้อความ “กล้ามาก เก่งมาก ขอบใจ” ที่อัยการเขียนว่าเป็นการพูดซ้ำ เพื่อล้อเลียน อันเป็นการดูหมิ่น
- การกล่าวถึงเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีเป็นการดูหมิ่นรัชทายาททั้งที่ไม่เคยมีการแต่งตั้งรัชทายาทเลยในรัชกาลนี้
3) อัยการคือผู้เริ่มต้นการทำให้มีประชาชนถูกขังในระหว่างพิจารณาคดี อย่างที่บอกกล่าวว่า การฟ้องคดีจะต้องมีจำเลยไปด้วย และอัยการมักจะทำคำร้องขอฝากขังด้วยเสมอ อัยการมักบรรยายในคำร้องฝากขังว่าการกระทำของจำเลยมีความร้ายแรงเพราะโทษสูง กลัวว่าจะหลบหนี ส่วนหนึ่งอาจกล่าวได้ว่า อัยการคือผู้มีส่วนเริ่มต้นสำคัญให้มีศาลสั่งขังประชาชนในระหว่างการพิจารณาคดีนั่นเอง
- มีนักโทษการเมืองกี่คนที่ถูกขังจากการฟ้องของอัยการ
ข้อมูลจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน นับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2563 จนถึงเดือนมีนาคม 2566 มีประชาชนถูกดำเนินคดีจากสถานการณ์ชุมนุมและการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ไปแล้วอย่างน้อย 1,898 คน 1,187 คดี ในจำนวนนี้เป็นเด็กและเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 284 คน 211 คดี เป็นคดีมาตรา 112 จำนวน 237 คน 256 คดี เป็นคดีมาตรา 116 จำนวน 130 คน 40 คดี และเป็นคดีที่ยังไม่สิ้นสุด 861 คดี ประชาชนหลายคนต้องถูกขังโดยไม่รู้วันกำหนดออก และขังในขณะที่ไม่ได้ถูกพิสูจน์ว่ากระทำผิด
- ทำไมต้องตามหาอัยการสูงสุด
อัยการสูงสุด คือ ผู้บังคับบัญชาสูงสุดของอัยการ เป็นผู้ควบคุมและดูแลการทำงานของนโยบาย รวมไปถึงการริเริ่มการดำเนินคดีจากการฟ้องคดีของอัยการ เราพบว่าตลอดมา การดำเนินคดีทางการเมืองเป็นการใช้กฎหมายที่กระทบกับเสรีภาพของประชาชนอย่างมากเกินสมควร และทำให้ประชาชนกลายเป็น “ผู้กระทำผิด” ตั้งแต่ฟ้องคดีแล้ว เมื่ออัยการสูงสุดเป็นผู้มีอำนาจที่จะรับรองคำสั่งไม่ฟ้องของอัยการได้ เพราะกระบวนการตามกฎหมายจะย้อนกลับไปให้อัยการสูงสุดพิจารณาทบทวนคำสั่งฟ้องได้ ดังนั้น เราจะต้องตามหาอัยการสูงสุดเพื่อยุติคดีทางการเมือง คดีที่เกิดจากการใช้เสรีภาพ คดีที่เกิดจากการปิดปากประชาชนโดยรัฐ ด้วยการสั่งไม่ฟ้องคดีในคดีทุกกรณี

ประเด็นรณรงค์
- อัยการคือใคร ทำไมถึงสำคัญ
อัยการคือนักกฎหมายที่เป็นข้าราชการสังกัดสำนักงานอัยการสูงสุดซึ่งเป็นหนึ่งในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ โดยมีอัยการสูงสุดเป็นผู้บังคับบัญชา หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า “อัยการคือทนายของแผ่นดิน” บทบาทหลักของอัยการจึงเสมือนเป็นทนายให้แก่รัฐนั่นเอง
ในคดีอาญา กฎหมายกำหนดให้อัยการจะเป็น “โจทก์” ซึ่งหมายถึงผู้ฟ้องคดีอาญาต่อศาล โดยอัยการจะรับสำนวนการสอบสวนและความเห็นจากพนักงานสอบสวน เพื่อ “ร่างคำฟ้อง” ซึ่งเป็นการนำข้อเท็จจริงที่สอบสวนได้ พฤติการณ์ต่างๆ มาปรับเข้ากับองค์ประกอบต่างๆ ในข้อกฎหมายเพื่อขอให้ศาลลงโทษจำเลย
ทั้งนี้ ในการยื่นฟ้องนั้น อัยการจะยื่นฟ้องต่อศาลพร้อมตัวของจำเลย แล้วอัยการจะทำคำร้องขอฝากขังจำเลยไว้ในระหว่างการพิจารณาคดีในชั้นศาลมาด้วย หากไม่ยื่นประกันตัวหรือศาลมีคำสั่งให้ฝากขัง จำเลยก็จะถูกฝากขังทันที โดยไม่มีกำหนดระยะเวลาว่าจะต้องถูกขังเป็นเวลาเท่าใด และในตลอดกระบวนการในชั้นศาลอัยการจะทำหน้าที่เป็นผู้ซักถามพยานให้แก่ฝ่ายโจทก์ด้วย
- อัยการมีส่วนกับคดีทางการเมือง 112/116 อย่างไร
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ประชาชนที่แสดงออกทางการเมืองตรงข้ามกับผู้มีอำนาจมักถูกดำเนินคดีอาญาโดยอ้างกฎหมายต่างๆ เช่น กฎหมายอาญามาตรา 112 (หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ), มาตรา 116 (ยุยงปลุกปั่น), พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์, พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ, ความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล หรือแม้กระทั่งกฎหมายอย่าง พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ, พ.ร.บ.จราจรฯ เป็นต้น เมื่อเป็นความผิดตามกฎหมายอาญา และเป็นความผิดอาญาแผ่นดินแล้ว อัยการจะทำหน้าที่เป็นโจทก์อย่างเลี่ยงไม่ได้ ทั้งนี้ ในคดีเหล่านี้ มักพบข้อน่าสงสัยจำนวนมากในการทำหน้าที่ของอัยการ
1) อัยการมักจะมีคำสั่งฟ้องคดีทางการเมืองแทบจะทุกคดี แม้ว่าการกระทำนั้นจะเป็นการใช้เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญอัยการก็จะพยายามทำให้เกิดการฟ้องคดีทางการเมืองเหล่านี้ให้ได้ และโดยเฉพาะความผิดตามมาตรา 112 และ 116 อัยการไม่เคยมีคำสั่งไม่ฟ้องคดีเลยแม้แต่คดีเดียว ส่วนหนึ่งเพราะความเชื่อที่ว่าการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมายนั้นเป็นเรื่องที่ร้ายแรงไม่อาจยอมรับได้
2) การเขียนคำฟ้องของอัยการสะท้อนการมุ่งจะลงโทษประชาชน ดังตัวอย่างของการอธิบายพฤติการณ์ในคดีมาตรา 112 นั้นอัยการมักหาช่องอธิบายให้เป็นผิดฐานหมิ่นประมาทกษัตริย์ให้ได้ แม้ว่าจะไม่เป็นไปตามหลักการทางกฎหมายหรือคำตัดสินในคดีก่อนๆ ก็ตาม เช่น
- ปฏิทินรูปเป็ดใส่สายสะพายที่ถูกโยงว่าทำให้กษัตริย์ถูกด้อยค่า อันเป็นการดูหมิ่น หมิ่นประมาทกษัตริย์
- การแชร์ข้อความ “กล้ามาก เก่งมาก ขอบใจ” ที่อัยการเขียนว่าเป็นการพูดซ้ำ เพื่อล้อเลียน อันเป็นการดูหมิ่น
- การกล่าวถึงเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีเป็นการดูหมิ่นรัชทายาททั้งที่ไม่เคยมีการแต่งตั้งรัชทายาทเลยในรัชกาลนี้
3) อัยการคือผู้เริ่มต้นการทำให้มีประชาชนถูกขังในระหว่างพิจารณาคดี อย่างที่บอกกล่าวว่า การฟ้องคดีจะต้องมีจำเลยไปด้วย และอัยการมักจะทำคำร้องขอฝากขังด้วยเสมอ อัยการมักบรรยายในคำร้องฝากขังว่าการกระทำของจำเลยมีความร้ายแรงเพราะโทษสูง กลัวว่าจะหลบหนี ส่วนหนึ่งอาจกล่าวได้ว่า อัยการคือผู้มีส่วนเริ่มต้นสำคัญให้มีศาลสั่งขังประชาชนในระหว่างการพิจารณาคดีนั่นเอง
- มีนักโทษการเมืองกี่คนที่ถูกขังจากการฟ้องของอัยการ
ข้อมูลจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน นับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2563 จนถึงเดือนมีนาคม 2566 มีประชาชนถูกดำเนินคดีจากสถานการณ์ชุมนุมและการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ไปแล้วอย่างน้อย 1,898 คน 1,187 คดี ในจำนวนนี้เป็นเด็กและเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 284 คน 211 คดี เป็นคดีมาตรา 112 จำนวน 237 คน 256 คดี เป็นคดีมาตรา 116 จำนวน 130 คน 40 คดี และเป็นคดีที่ยังไม่สิ้นสุด 861 คดี ประชาชนหลายคนต้องถูกขังโดยไม่รู้วันกำหนดออก และขังในขณะที่ไม่ได้ถูกพิสูจน์ว่ากระทำผิด
- ทำไมต้องตามหาอัยการสูงสุด
อัยการสูงสุด คือ ผู้บังคับบัญชาสูงสุดของอัยการ เป็นผู้ควบคุมและดูแลการทำงานของนโยบาย รวมไปถึงการริเริ่มการดำเนินคดีจากการฟ้องคดีของอัยการ เราพบว่าตลอดมา การดำเนินคดีทางการเมืองเป็นการใช้กฎหมายที่กระทบกับเสรีภาพของประชาชนอย่างมากเกินสมควร และทำให้ประชาชนกลายเป็น “ผู้กระทำผิด” ตั้งแต่ฟ้องคดีแล้ว เมื่ออัยการสูงสุดเป็นผู้มีอำนาจที่จะรับรองคำสั่งไม่ฟ้องของอัยการได้ เพราะกระบวนการตามกฎหมายจะย้อนกลับไปให้อัยการสูงสุดพิจารณาทบทวนคำสั่งฟ้องได้ ดังนั้น เราจะต้องตามหาอัยการสูงสุดเพื่อยุติคดีทางการเมือง คดีที่เกิดจากการใช้เสรีภาพ คดีที่เกิดจากการปิดปากประชาชนโดยรัฐ ด้วยการสั่งไม่ฟ้องคดีในคดีทุกกรณี

อัปเดตเกี่ยวแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 10 เมษายน ค.ศ. 2023 แล้ว