

ชวนผู้สมัครผู้ว่าฯประกาศนโยบายให้ 'ระบบดูแลรักษาหลัก' (Primary Care) เกิดทั่วกทม. ฝ่าวิกฤตโควิด-ลดคนล้นรพ.


ชวนผู้สมัครผู้ว่าฯประกาศนโยบายให้ 'ระบบดูแลรักษาหลัก' (Primary Care) เกิดทั่วกทม. ฝ่าวิกฤตโควิด-ลดคนล้นรพ.
ประเด็นรณรงค์
เราขอชวนประชาชนใช้โอกาสการเลือกตั้งผู้ว่า กทม. นี้ร่วมกันส่งเสียงให้ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง กทม. บรรจุเรื่องการขยายระบบ ‘บริการสุขภาพด่านแรก’ หรือ Primary Care เป็นหนึ่งในนโยบายสุขภาพ ที่ควรค่าแก่การทุ่มทรัพยากร การสร้างระบบ Primary Care ที่เข้มเเข็งและเพียงพอ และต้องเริ่มเลยโดยเพื่อรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 แบบต่อเนื่อง เราหวังว่านี่จะเป็นการพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสที่จะปรับเปลี่ยนระบบสาธารณสุขไทยให้เข้มแข็งต่อไปในระยะยาว เริ่มต้นให้เห็นเป็นรูปธรรมได้เลยใน กทม.!
---------------
จากวิกฤตโควิดที่ผ่านมาและยังดำเนินอยู่ เราได้เห็นผู้คนมากมายเข้าไม่ถึงระบบการรักษา บ้างออกมานอนรอเตียงข้างถนน บ้างใช้สายสัมพันธ์พิเศษต่อลมหายใจ บ้างมาต่อแถวรับยาฟาวิฯ ตั้งแต่ตี 5 เราเห็นคนไม่มีเส้นสายที่มีโอกาสหลุดจากระบบ รอเท่าไหร่ก็ไม่ถึงคิวสักที กระทั่งเห็นการตายคาบ้าน ฯลฯ
สิ่งเหล่านี้เผยให้เห็นปัญหาสำคัญนั่นคือ เรามีจุดศูนย์กลางอยู่ที่โรงพยาบาล เมื่อมีจำนวนผู้ป่วยจำนวนมาก โรงพยาบาลจึงเป็นเหมือนคอขวด แต่ปัญหานี้จะไม่เกิดขึ้นเลยถ้าเรามีความเข้มแข็งในการจัดการระบบ 'ระบบดูแลรักษาหลัก' หรือ “Primary Care”
อะไรคือ Primary Care
Primary Care เป็นระบบบริการสุขภาพหลักที่เน้นการช่วยเหลือ ให้คำปรึกษา และรักษากระจายอย่างทั่วถึงไปในระดับย่อยของพื้นที่ เข้าถึงได้ง่าย ใกล้บ้าน เพื่อไม่ให้ผู้ป่วยมีอาการรุนแรงจนไปล้นที่โรงพยาบาล แล้วเก็บโรงพยาบาลไว้สำหรับผู้ป่วยวิกฤตร้ายแรงจริงๆ และ Primary Care ยังทำหน้าที่เชื่อมโยงผู้ป่วยเข้ากับส่วนอื่นๆ ในระบบสุขภาพทั้งหมดอีกด้วย เช่นเมื่อผู้ป่วยต้องรับการรักษาเฉพาะทางโดยแพทย์ผู้มีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในสถานพยาบาลที่อยู่ห่างไกล บุคลากรในระบบ Primary Care จะต้องส่งตัวผู้ป่วยเข้าสู่ระบบการรักษาที่ซับซ้อนต่อไปนั้นได้
เราเคยมี Primary Care ไหม
Primary Care ไม่ใช่เรื่องใหม่ หน่วยงานราชการเรียก Primary Care ว่า ‘การให้บริการปฐมภูมิ’ และ 'บริการสุขภาพด่านหน้า' ในต่างจังหวัดเรามีโรงพยาบาลประจำตำบลและอาสาสมัครสาธารณสุขมูลฐาน (อสม.) ส่วนในกรุงเทพ เรามีศูนย์บริการสาธารณสุขและอาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร (อสส.) ที่เป็นทรัพยากรในระบบ Primary Care แต่ในช่วงวิกฤตอย่างโควิด เราเห็นแล้วว่าทรัพยากรดังกล่าวไม่อาจตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้เพียงพอ บุคลากรในระบบยังไม่สามารถเชื่อมต่อกับเทคโนโลยีบางอย่างได้ และไม่อาจส่งต่อหรือเชื่อมโยงผู้ป่วยเข้ากับการรักษาในขั้นตอนต่อไป ดังที่เราได้เห็นว่ามีผู้ป่วยโควิดจำนวนมาก ผ่านการประเมินอาการเบื้องต้นแล้วแต่ไม่อาจเข้าสู่ระบบการรักษาในโรงพยาบาลได้ จึงเกิดกลุ่มอาสาสมัครอย่างเส้นด้ายที่เข้ามาเติมเต็ม
งานที่เส้นด้ายกำลังทำอยู่ ไม่ว่าจะการทำงานแบบประชิดบ้าน การตรวจเชิงรุก เพื่อให้ตรวจเร็ว เจอเร็ว รักษาเร็ว เพิ่มโอกาสรอดให้ทุกคน ช่วยให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงเข้าถึงวัคซีนและการรักษาได้อย่างรวดเร็วที่สุด รวมถึงการให้คำปรึกษาเบื้องต้น ติดตามอาการ ส่งยา หาเตียงในโรงพยาบาลให้ผู้ป่วย ฯลฯ ทั้งหมดล้วนแต่เป็นงาน Primary Care ทั้งสิ้น การทำงานของเส้นด้ายเป็นภาพสะท้อนอันดีว่าสิ่งที่ระบบสาธารณสุขขาดไป คือระบบบริการสุขภาพแบบ Primary Care นี่เอง
Primary Care ที่ดีในกรุงเทพฯ ควรมีหน้าตาเป็นอย่างไร
Primary Care ควรมีอย่างทั่วถึงในทุกพื้นที่ของประเทศไทย แต่เนื่องในโอกาสเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่กำลังจะใกล้เข้ามา การลงหลัก Primary Care ขึ้นในกรุงเทพฯ ก่อนจึงดูมีความเป็นไปได้สูง และอาจเป็นต้นแบบให้เกิด Primary Care ที่ดีในที่อื่นๆ ด้วย เราจึงฝันที่จะเห็น Primary Care ที่ดีในกรุงเทพฯ ซึ่งมีลักษณะดังนี้
- มีความทั่วถึงในระดับซอย จากการทำงานของเส้นด้าย เราพบว่าคนกลุ่มเปราะบาง และ 'ไม่มีเส้น' นั้นมีอยู่มหาศาลตาม 'ซอย' ของกรุงเทพฯ ใน 1 ซอบของกรุงเทพฯ มีจำนวนประชากรเกือบเทียบเท่า 1-3 ตำบล ของต่างจังหวัด Primary Care จึงควรครอบคลุมประชากรในระดับซอย
- มีการจัดสรรงบประมาณเพียงพอให้ผู้บริการด้านสุขภาพ ไม่ใช่เกิดปัญหาแล้วขอให้ช่วยๆ กัน หรือขอความร่วมมือ แต่มีการมองและการจัดการเชิงระบบ
- มีการเสริมศักยภาพของอาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร (อสส.) เพื่อส่งต่อและดูแลรักษาผู้ป่วยให้ทั่วถึงและสามารถให้คำปรึกษาผู้ป่วยหรือรายงานเคสผ่านระบบ Telemedicine ได้
- เพิ่มศักยภาพในการรักษา เพิ่มเวลา เพิ่มทรัพยากรในศูนย์บริการสาธารณสุขหรือสถานที่ที่ใช้ปฏิบัติงาน Primary Care รูปแบบอื่นๆ เช่นกระจายยาที่ดีและมีคุณภาพไปให้มากพอ โดยเฉพาะช่วงโควิดที่ควรกระจายยารักษาโควิดไปในทุกหน่วย Primary Care, สร้างบุคลากรมาทำงาน Primary Care มากขึ้นนอกจาก อสส. ให้ค่าตอบแทนแพทย์ในระบบ Primary Care เท่าเทียมกับแพทย์ในระบบโรงพยาบาล มีนักเทคนิคการแพทย์ไปสอนชาวบ้านให้ตรวจเชื้อเชิงรุก, ทุ่มเทงบประมาณเพื่อป้องกันโรคและส่งเสริมสุขภาพ เช่นให้ทุกหน่วยปฏิบัติการของ Primary Care เป็นหน่วยฉีดวัคซีนได้ ฯลฯ
- มีการจัดตั้งศูนย์พักคอยในทุกซอย หรือในทุกพื้นที่ปฏิบัติงาน Primary Care ซึ่งจะทำให้คนไม่ไปแออัดที่โรงพยาบาล และไม่มีใครหลุดออกจากระบบการรักษา ศูนย์พักคอยเกิดขึ้นได้หลายโมเดล เช่น เสริมศักยภาพของศูนย์บริการสาธารณสุขเดิมที่มีอยู่ให้เป็นศูนย์พักคอย กรุงเทพมหานครจัดตั้งศูนย์พักคอยขึ้นเอง หรือเป็นผู้อนุมัติงบประมาณให้ภาคเอกชน ชุมชนหรือภาคประชาสังคมจัดตั้งหรือจัดการศูนย์พักคอยได้
ถึงแม้ว่าจะผ่านช่วงโควิด-19 ไปแล้ว Primary Care ที่เข้มแข็งจะมีประโยชน์อย่างมากกับทุกคน คนกลุ่มเปราะบางจะไม่หลุดจากการรักษา และหากระบบ Primary Care มีคุณภาพขึ้นเรื่อยๆ การพาตัวไปโรงพยาบาลของทุกคนจะลดน้อยลง ส่วนทรัพยากรในระบบ Primary Care เมื่อผ่านพ้นช่วงโควิดไปแล้วยังใช้เพื่อรองรับการฟื้นฟูสุขภาพของประชาชนในรายที่ไม่ร้ายแรงถึงขั้นต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลได้อีกด้วย ซึ่งจะแก้ปัญหาคนล้นโรงพยาบาลในช่วงที่ผ่านพ้นวิกฤตโควิดไปแล้ว ผู้ป่วยจะไม่ต้องรอคิวนาน บุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลจะไม่ต้องทำงานหนักอีกต่อไป ในประเทศรัฐสวัสดิการและมีระบบสาธารณสุขที่ดี Primary Care ไม่ใช่เพียงระบบการรักษา 'ด่านหน้า' หรือ 'ปฐมภูมิ' แต่คือ 'ระบบการดูแลรักษาหลัก' ระบบหนึ่งที่ไม่ได้สำคัญน้อยกว่าระบบการรักษาแบบโรงพยาบาล
เราขอชวนประชาชนใช้โอกาสการเลือกตั้งผู้ว่า กทม. นี้ร่วมกันส่งเสียงให้ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง กทม. บรรจุเรื่องการขยายระบบ Primary Care เป็นหนึ่งในนโยบายสุขภาพ ที่ควรค่าแก่การทุ่มทรัพยากร สร้างระบบ Primary Care ที่เข้มเเข็งและเพียงพอ และต้องเริ่มเลยโดยเพื่อรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 แบบต่อเนื่อง เราหวังว่านี่จะเป็นการพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสที่จะปรับเปลี่ยนระบบสาธารณสุขไทยให้เข้มแข็งต่อไปในระยะยาว

ประเด็นรณรงค์
เราขอชวนประชาชนใช้โอกาสการเลือกตั้งผู้ว่า กทม. นี้ร่วมกันส่งเสียงให้ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง กทม. บรรจุเรื่องการขยายระบบ ‘บริการสุขภาพด่านแรก’ หรือ Primary Care เป็นหนึ่งในนโยบายสุขภาพ ที่ควรค่าแก่การทุ่มทรัพยากร การสร้างระบบ Primary Care ที่เข้มเเข็งและเพียงพอ และต้องเริ่มเลยโดยเพื่อรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 แบบต่อเนื่อง เราหวังว่านี่จะเป็นการพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสที่จะปรับเปลี่ยนระบบสาธารณสุขไทยให้เข้มแข็งต่อไปในระยะยาว เริ่มต้นให้เห็นเป็นรูปธรรมได้เลยใน กทม.!
---------------
จากวิกฤตโควิดที่ผ่านมาและยังดำเนินอยู่ เราได้เห็นผู้คนมากมายเข้าไม่ถึงระบบการรักษา บ้างออกมานอนรอเตียงข้างถนน บ้างใช้สายสัมพันธ์พิเศษต่อลมหายใจ บ้างมาต่อแถวรับยาฟาวิฯ ตั้งแต่ตี 5 เราเห็นคนไม่มีเส้นสายที่มีโอกาสหลุดจากระบบ รอเท่าไหร่ก็ไม่ถึงคิวสักที กระทั่งเห็นการตายคาบ้าน ฯลฯ
สิ่งเหล่านี้เผยให้เห็นปัญหาสำคัญนั่นคือ เรามีจุดศูนย์กลางอยู่ที่โรงพยาบาล เมื่อมีจำนวนผู้ป่วยจำนวนมาก โรงพยาบาลจึงเป็นเหมือนคอขวด แต่ปัญหานี้จะไม่เกิดขึ้นเลยถ้าเรามีความเข้มแข็งในการจัดการระบบ 'ระบบดูแลรักษาหลัก' หรือ “Primary Care”
อะไรคือ Primary Care
Primary Care เป็นระบบบริการสุขภาพหลักที่เน้นการช่วยเหลือ ให้คำปรึกษา และรักษากระจายอย่างทั่วถึงไปในระดับย่อยของพื้นที่ เข้าถึงได้ง่าย ใกล้บ้าน เพื่อไม่ให้ผู้ป่วยมีอาการรุนแรงจนไปล้นที่โรงพยาบาล แล้วเก็บโรงพยาบาลไว้สำหรับผู้ป่วยวิกฤตร้ายแรงจริงๆ และ Primary Care ยังทำหน้าที่เชื่อมโยงผู้ป่วยเข้ากับส่วนอื่นๆ ในระบบสุขภาพทั้งหมดอีกด้วย เช่นเมื่อผู้ป่วยต้องรับการรักษาเฉพาะทางโดยแพทย์ผู้มีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในสถานพยาบาลที่อยู่ห่างไกล บุคลากรในระบบ Primary Care จะต้องส่งตัวผู้ป่วยเข้าสู่ระบบการรักษาที่ซับซ้อนต่อไปนั้นได้
เราเคยมี Primary Care ไหม
Primary Care ไม่ใช่เรื่องใหม่ หน่วยงานราชการเรียก Primary Care ว่า ‘การให้บริการปฐมภูมิ’ และ 'บริการสุขภาพด่านหน้า' ในต่างจังหวัดเรามีโรงพยาบาลประจำตำบลและอาสาสมัครสาธารณสุขมูลฐาน (อสม.) ส่วนในกรุงเทพ เรามีศูนย์บริการสาธารณสุขและอาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร (อสส.) ที่เป็นทรัพยากรในระบบ Primary Care แต่ในช่วงวิกฤตอย่างโควิด เราเห็นแล้วว่าทรัพยากรดังกล่าวไม่อาจตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้เพียงพอ บุคลากรในระบบยังไม่สามารถเชื่อมต่อกับเทคโนโลยีบางอย่างได้ และไม่อาจส่งต่อหรือเชื่อมโยงผู้ป่วยเข้ากับการรักษาในขั้นตอนต่อไป ดังที่เราได้เห็นว่ามีผู้ป่วยโควิดจำนวนมาก ผ่านการประเมินอาการเบื้องต้นแล้วแต่ไม่อาจเข้าสู่ระบบการรักษาในโรงพยาบาลได้ จึงเกิดกลุ่มอาสาสมัครอย่างเส้นด้ายที่เข้ามาเติมเต็ม
งานที่เส้นด้ายกำลังทำอยู่ ไม่ว่าจะการทำงานแบบประชิดบ้าน การตรวจเชิงรุก เพื่อให้ตรวจเร็ว เจอเร็ว รักษาเร็ว เพิ่มโอกาสรอดให้ทุกคน ช่วยให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงเข้าถึงวัคซีนและการรักษาได้อย่างรวดเร็วที่สุด รวมถึงการให้คำปรึกษาเบื้องต้น ติดตามอาการ ส่งยา หาเตียงในโรงพยาบาลให้ผู้ป่วย ฯลฯ ทั้งหมดล้วนแต่เป็นงาน Primary Care ทั้งสิ้น การทำงานของเส้นด้ายเป็นภาพสะท้อนอันดีว่าสิ่งที่ระบบสาธารณสุขขาดไป คือระบบบริการสุขภาพแบบ Primary Care นี่เอง
Primary Care ที่ดีในกรุงเทพฯ ควรมีหน้าตาเป็นอย่างไร
Primary Care ควรมีอย่างทั่วถึงในทุกพื้นที่ของประเทศไทย แต่เนื่องในโอกาสเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่กำลังจะใกล้เข้ามา การลงหลัก Primary Care ขึ้นในกรุงเทพฯ ก่อนจึงดูมีความเป็นไปได้สูง และอาจเป็นต้นแบบให้เกิด Primary Care ที่ดีในที่อื่นๆ ด้วย เราจึงฝันที่จะเห็น Primary Care ที่ดีในกรุงเทพฯ ซึ่งมีลักษณะดังนี้
- มีความทั่วถึงในระดับซอย จากการทำงานของเส้นด้าย เราพบว่าคนกลุ่มเปราะบาง และ 'ไม่มีเส้น' นั้นมีอยู่มหาศาลตาม 'ซอย' ของกรุงเทพฯ ใน 1 ซอบของกรุงเทพฯ มีจำนวนประชากรเกือบเทียบเท่า 1-3 ตำบล ของต่างจังหวัด Primary Care จึงควรครอบคลุมประชากรในระดับซอย
- มีการจัดสรรงบประมาณเพียงพอให้ผู้บริการด้านสุขภาพ ไม่ใช่เกิดปัญหาแล้วขอให้ช่วยๆ กัน หรือขอความร่วมมือ แต่มีการมองและการจัดการเชิงระบบ
- มีการเสริมศักยภาพของอาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร (อสส.) เพื่อส่งต่อและดูแลรักษาผู้ป่วยให้ทั่วถึงและสามารถให้คำปรึกษาผู้ป่วยหรือรายงานเคสผ่านระบบ Telemedicine ได้
- เพิ่มศักยภาพในการรักษา เพิ่มเวลา เพิ่มทรัพยากรในศูนย์บริการสาธารณสุขหรือสถานที่ที่ใช้ปฏิบัติงาน Primary Care รูปแบบอื่นๆ เช่นกระจายยาที่ดีและมีคุณภาพไปให้มากพอ โดยเฉพาะช่วงโควิดที่ควรกระจายยารักษาโควิดไปในทุกหน่วย Primary Care, สร้างบุคลากรมาทำงาน Primary Care มากขึ้นนอกจาก อสส. ให้ค่าตอบแทนแพทย์ในระบบ Primary Care เท่าเทียมกับแพทย์ในระบบโรงพยาบาล มีนักเทคนิคการแพทย์ไปสอนชาวบ้านให้ตรวจเชื้อเชิงรุก, ทุ่มเทงบประมาณเพื่อป้องกันโรคและส่งเสริมสุขภาพ เช่นให้ทุกหน่วยปฏิบัติการของ Primary Care เป็นหน่วยฉีดวัคซีนได้ ฯลฯ
- มีการจัดตั้งศูนย์พักคอยในทุกซอย หรือในทุกพื้นที่ปฏิบัติงาน Primary Care ซึ่งจะทำให้คนไม่ไปแออัดที่โรงพยาบาล และไม่มีใครหลุดออกจากระบบการรักษา ศูนย์พักคอยเกิดขึ้นได้หลายโมเดล เช่น เสริมศักยภาพของศูนย์บริการสาธารณสุขเดิมที่มีอยู่ให้เป็นศูนย์พักคอย กรุงเทพมหานครจัดตั้งศูนย์พักคอยขึ้นเอง หรือเป็นผู้อนุมัติงบประมาณให้ภาคเอกชน ชุมชนหรือภาคประชาสังคมจัดตั้งหรือจัดการศูนย์พักคอยได้
ถึงแม้ว่าจะผ่านช่วงโควิด-19 ไปแล้ว Primary Care ที่เข้มแข็งจะมีประโยชน์อย่างมากกับทุกคน คนกลุ่มเปราะบางจะไม่หลุดจากการรักษา และหากระบบ Primary Care มีคุณภาพขึ้นเรื่อยๆ การพาตัวไปโรงพยาบาลของทุกคนจะลดน้อยลง ส่วนทรัพยากรในระบบ Primary Care เมื่อผ่านพ้นช่วงโควิดไปแล้วยังใช้เพื่อรองรับการฟื้นฟูสุขภาพของประชาชนในรายที่ไม่ร้ายแรงถึงขั้นต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลได้อีกด้วย ซึ่งจะแก้ปัญหาคนล้นโรงพยาบาลในช่วงที่ผ่านพ้นวิกฤตโควิดไปแล้ว ผู้ป่วยจะไม่ต้องรอคิวนาน บุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลจะไม่ต้องทำงานหนักอีกต่อไป ในประเทศรัฐสวัสดิการและมีระบบสาธารณสุขที่ดี Primary Care ไม่ใช่เพียงระบบการรักษา 'ด่านหน้า' หรือ 'ปฐมภูมิ' แต่คือ 'ระบบการดูแลรักษาหลัก' ระบบหนึ่งที่ไม่ได้สำคัญน้อยกว่าระบบการรักษาแบบโรงพยาบาล
เราขอชวนประชาชนใช้โอกาสการเลือกตั้งผู้ว่า กทม. นี้ร่วมกันส่งเสียงให้ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง กทม. บรรจุเรื่องการขยายระบบ Primary Care เป็นหนึ่งในนโยบายสุขภาพ ที่ควรค่าแก่การทุ่มทรัพยากร สร้างระบบ Primary Care ที่เข้มเเข็งและเพียงพอ และต้องเริ่มเลยโดยเพื่อรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 แบบต่อเนื่อง เราหวังว่านี่จะเป็นการพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสที่จะปรับเปลี่ยนระบบสาธารณสุขไทยให้เข้มแข็งต่อไปในระยะยาว

ปิดแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
ผู้มีอำนาจตัดสินใจ
อัปเดตเกี่ยวแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 11 เมษายน ค.ศ. 2022 แล้ว