ขอให้เลขาธิการอย.ถอนร่างพระราชบัญญัติยา พ.ศ... โดยไม่เสนอต่อรัฐมนตรี และ ครม.

ประเด็นรณรงค์

พรบ.ยา ปัจจุบันใช้ของปี 2510 และมีการแก้ไขปรับปรุงบ้าง และ อย. ได้มีท่าทีเพื่อจะปรับเปลี่ยนฉบับใหม่ขึ้นมาเพื่อให้ทันสมัยและปรับปรุงเพื่อแก้ไขข้อจำกัดของ พรบ. เดิม

แต่ ในการแก้ไขนั้น ขบวนการในการรับฟังความคิดเห็นจากหลายองค์กร หลายเวที หลายครั้งในช่วงเวลาหลายๆปีมานี้  แต่พบว่าร่างพรบ.ยาที่จะเสนอเข้าไปนั้น กลับไม่เป็นไปตามหลักสากล ขัด เจตนารมณ์ในการต้องการพัฒนากฎหมายยาอีกทั้งไมม่ีความปลอดภัยและก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพอันเนื่องมาจากการใช้ยาต่อประชาชน เช่น

1. การแบ่งกลุ่มยาไม่เป็นไปตามหลักสากล โดยการแบ่งประเภทยาใหม่ในร่างพระราชบัญญัติยา พ.ศ. ... ฉบับดังกล่าวได้แก่ ยาควบคุมพิเศษ ,ยาอันตราย, ยาที่ไม่ใช่ยาอันตรายและยาควบคุมพิเศษ และยาสามัญประจาบ้าน ขณะที่หลักสากลในประเทศต่างๆจะแบ่งกลุ่มยาเป็น ยาที่จ่ายตามใบสั่งยา(Prescription Only) ยาที่จ่ายโดยเภสัชกร( Pharmacist Only)และยาที่ประชาชนเลือกใช้เอง(Self Medication) โดยเฉพาะการเกิดขึ้นของรายการยาสามัญประจำบ้านที่มีความเสี่ยงสูงและก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่ปลอดภัยต่อ ประชาชนได้ 

นั้นคือการใช้ยาก็จะไม่เกิดการตรวจสอบยาอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ประชาชนได้รับความปลอดภัย

2. เปิดให้ผู้ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญสามารถผลิต ผสม ปรุงยาและรวมถึงการจ่ายหรือส่งมอบยาแก่ผู้ป่วย ได้ซึ่งจะทาให้ประชาชนไม่ได้รับความปลอดภัยจากการใช้ยา

ซึ่งสุดท้ายประชาชนทั่วไปจะเกิดความเสี่ยงจากการได้รับยา อย่างไม่เหมาะสม และอาจจะเกิดอันตรายได้

ทางออกที่ขอเสนอคือ ขอให้เลขาธิการ คณะกรรมการอาหารและยา ถอนร่างพระราชบัญญัติยา พ.ศ..... (ฉบับใหม่ กรกฎาคม ๒๕๖๑) ไม่เสนอ ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แล้วนำกลับมาให้เครือข่ายต่างๆพิจารณาและรับฟังข้อคิดเห็นเพื่อปรับเปลี่ยนต่อไป มิใช่ดำเนินการเพียงกลุ่มคณะทำงานของ อย. เพียงฝ่ายเดียว

 

เครือข่ายเภสัชกรอีสาน 

https://www.youtube.com/watch?time_continue=30&v=_saAy3uBCkk

 

avatar of the starter
เภสัชกร พ่อลูกอ่อนผู้เริ่มต้นแคมเปญรณรงค์
แคมเปญรณรงค์นี้ได้รับผู้สนับสนุนจำนวน 2,619 คน

ประเด็นรณรงค์

พรบ.ยา ปัจจุบันใช้ของปี 2510 และมีการแก้ไขปรับปรุงบ้าง และ อย. ได้มีท่าทีเพื่อจะปรับเปลี่ยนฉบับใหม่ขึ้นมาเพื่อให้ทันสมัยและปรับปรุงเพื่อแก้ไขข้อจำกัดของ พรบ. เดิม

แต่ ในการแก้ไขนั้น ขบวนการในการรับฟังความคิดเห็นจากหลายองค์กร หลายเวที หลายครั้งในช่วงเวลาหลายๆปีมานี้  แต่พบว่าร่างพรบ.ยาที่จะเสนอเข้าไปนั้น กลับไม่เป็นไปตามหลักสากล ขัด เจตนารมณ์ในการต้องการพัฒนากฎหมายยาอีกทั้งไมม่ีความปลอดภัยและก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพอันเนื่องมาจากการใช้ยาต่อประชาชน เช่น

1. การแบ่งกลุ่มยาไม่เป็นไปตามหลักสากล โดยการแบ่งประเภทยาใหม่ในร่างพระราชบัญญัติยา พ.ศ. ... ฉบับดังกล่าวได้แก่ ยาควบคุมพิเศษ ,ยาอันตราย, ยาที่ไม่ใช่ยาอันตรายและยาควบคุมพิเศษ และยาสามัญประจาบ้าน ขณะที่หลักสากลในประเทศต่างๆจะแบ่งกลุ่มยาเป็น ยาที่จ่ายตามใบสั่งยา(Prescription Only) ยาที่จ่ายโดยเภสัชกร( Pharmacist Only)และยาที่ประชาชนเลือกใช้เอง(Self Medication) โดยเฉพาะการเกิดขึ้นของรายการยาสามัญประจำบ้านที่มีความเสี่ยงสูงและก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่ปลอดภัยต่อ ประชาชนได้ 

นั้นคือการใช้ยาก็จะไม่เกิดการตรวจสอบยาอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ประชาชนได้รับความปลอดภัย

2. เปิดให้ผู้ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญสามารถผลิต ผสม ปรุงยาและรวมถึงการจ่ายหรือส่งมอบยาแก่ผู้ป่วย ได้ซึ่งจะทาให้ประชาชนไม่ได้รับความปลอดภัยจากการใช้ยา

ซึ่งสุดท้ายประชาชนทั่วไปจะเกิดความเสี่ยงจากการได้รับยา อย่างไม่เหมาะสม และอาจจะเกิดอันตรายได้

ทางออกที่ขอเสนอคือ ขอให้เลขาธิการ คณะกรรมการอาหารและยา ถอนร่างพระราชบัญญัติยา พ.ศ..... (ฉบับใหม่ กรกฎาคม ๒๕๖๑) ไม่เสนอ ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แล้วนำกลับมาให้เครือข่ายต่างๆพิจารณาและรับฟังข้อคิดเห็นเพื่อปรับเปลี่ยนต่อไป มิใช่ดำเนินการเพียงกลุ่มคณะทำงานของ อย. เพียงฝ่ายเดียว

 

เครือข่ายเภสัชกรอีสาน 

https://www.youtube.com/watch?time_continue=30&v=_saAy3uBCkk

 

avatar of the starter
เภสัชกร พ่อลูกอ่อนผู้เริ่มต้นแคมเปญรณรงค์

ผู้มีอำนาจตัดสินใจ

สาธารณสุข
สาธารณสุข
ชาวไทย
ชาวไทย

อัปเดตเกี่ยวแคมเปญรณรงค์

แชร์แคมเปญรณรงค์นี้

สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 2 กันยายน ค.ศ. 2018 แล้ว