ขอให้ภาครัฐเข้ามาสนับสนุนในการจัดหา-ลดภาษีนำเข้าคาร์ซีท

ประเด็นรณรงค์

เมื่อวันที่ 8 พ.ค. ที่ผ่านมา เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2565 ลงวันที่ 7 พ.ค. 2565 มีสาระสำคัญระบุให้ เด็กอายุไม่เกิน 6 ปี ต้องนั่งในที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กหรือคาร์ซีทในระหว่างการโดยสารทางรถยนต์ และจะมีโทษปรับสำหรับผู้ฝ่าฝืน

ในฐานะของแม่คนหนึ่ง ดิฉันเห็นด้วยว่าคาร์ซีทเป็นสิ่งจำเป็น สมควรเป็นมาตรฐานด้านความปลอดภัยที่เด็กควรได้รับ แต่ในขณะเดียวกันด้วยสภาพความเป็นจริงของสังคมไทย ไม่ใช่ทุกบ้านหรือทุกครอบครัวจะตระหนักถึงและเข้าถึงที่นั่งนิรภัยดังกล่าว เป็นหน้าที่ของภาครัฐในฐานะผู้ตราและบังคับใช้กฎหมายที่จะต้องเข้าให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนการใช้ที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก

ปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนให้พ่อแม่ผู้ปกครองหันมาใช้คาร์ซีทคือเรื่องราคา ปฏิเสธไม่ได้ว่าราคาของคาร์ซีตที่ขายในท้องตลาดปัจจุบันยังถือว่ามีราคาที่สูงเมื่อเทียบกับรายได้และค่าครองชีพของคนไทยจำนวนมาก

รัฐควรเข้ามาให้การสนับสนุนทางด้านราคา ไม่ว่าจะด้วยการปรับหมวดสินค้าของคาร์ซีทเป็นสินค้าจำเป็น เพื่อลดอัตราภาษีนำเข้า หรือแจกคูปองอุดหนุนสำหรับเด็กแต่ละคนเพื่อให้ผู้ปกครองนำคูปองดังกล่าวไปแลกซื้อคาร์ซีท หรือช่วยเหลือจัดหาคาร์ซีทที่มีคุณภาพดี แข็งแรง ปลอดภัย ในราคาที่เข้าถึงได้ให้กับแต่ละครอบครัว เพื่อที่ประชาชนที่มีกำลังทรัพย์ไม่เพียงพอจะได้ไม่ต้องพึ่งพาคาร์ซีทราคาถูกที่อาจจะไม่ได้มาตรฐาน เพียงเพื่อป้องกันการถูกตำรวจจับ แต่ไม่ได้การันตีความปลอดภัยของเด็ก

นอกจากนี้อีกสิ่งที่สำคัญและควรทำควบคู่กันไปก็คือการรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้คาร์ซีทที่ถูกต้อง เหมาะสม ปลอดภัยจากหน่วยงานภาครัฐ เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่ในสังคมไทย จำเป็นต้องมีการให้ความรู้เพื่อสร้างความตระหนัก

รวมถึงต้องมีทางเลือกที่ปลอดภัยสำหรับครอบครัวที่ไม่มีความพร้อมในการใช้คาร์ซีท เช่น กรณีที่มีเพียงรถกระบะตอนเดียว ไม่สามารถติดตั้งคาร์ซีทได้ จะต้องมีแนวทางว่าครอบครัวนั้นจะต้องปฏิบัติเช่นไรเพื่อความปลอดภัยของเด็ก

อีกทั้งต้องมีการออกมาตรฐานรับรองสินค้าว่าคาร์ซีทที่ได้มาตรฐานผ่านเกณฑ์การทดสอบนั้นเป็นอย่างไร เพื่อให้ประชาชนอุ่นใจยามซื้อหาคาร์ซีตมาใช้งาน

ซึ่งมาตรการต่างๆ ที่ได้เสนอไปนี้ นอกจากช่วยให้แต่ละครอบครัวเข้าถึงการใช้งานคาร์ซีทได้มากขึ้น เป็นการคุ้มครองดูแลความปลอดภัยของเด็กแล้ว ยังช่วยอุดช่องโหว่ไม่ให้ข้อกำหนดเรื่องการใช้คาร์ซีทในเด็กอายุต่ำกว่า 6 ขวบ กลายมาเป็นช่องทางในการรีดไถหรือทุจริตคอรัปชั่นของเจ้าหน้าที่รัฐบางกลุ่มได้อีกด้วย

ดิฉันเชื่อว่าหากทำได้ พ่อแม่ผู้ปกครองส่วนใหญ่ล้วนแต่อยากเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับบุตรหลาน สิ่งใดที่ทำแล้วลูกปลอดภัย หลานปลอดภัย ทุกคนก็คงอยากที่จะทำกัน แต่ด้วยปัจจัยทางเศรษฐกิจและสังคมที่เป็นปัญหา ดังนั้นนี่จึงเป็นหน้าที่ของรัฐที่จะเป็นผู้สนับสนุนให้เด็กๆ ของพวกเรา ได้รับการคุ้มครอง ได้รับความปลอดภัยมากยิ่งขึ้นในยามเดินทาง

avatar of the starter
Patcharee Sae-eawผู้เริ่มต้นแคมเปญรณรงค์
แคมเปญประสบความสำเร็จ
การรณรงค์สำเร็จตามเป้าหมาย โดยมีผู้สนับสนุนจำนวน7,703คน

ประเด็นรณรงค์

เมื่อวันที่ 8 พ.ค. ที่ผ่านมา เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2565 ลงวันที่ 7 พ.ค. 2565 มีสาระสำคัญระบุให้ เด็กอายุไม่เกิน 6 ปี ต้องนั่งในที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กหรือคาร์ซีทในระหว่างการโดยสารทางรถยนต์ และจะมีโทษปรับสำหรับผู้ฝ่าฝืน

ในฐานะของแม่คนหนึ่ง ดิฉันเห็นด้วยว่าคาร์ซีทเป็นสิ่งจำเป็น สมควรเป็นมาตรฐานด้านความปลอดภัยที่เด็กควรได้รับ แต่ในขณะเดียวกันด้วยสภาพความเป็นจริงของสังคมไทย ไม่ใช่ทุกบ้านหรือทุกครอบครัวจะตระหนักถึงและเข้าถึงที่นั่งนิรภัยดังกล่าว เป็นหน้าที่ของภาครัฐในฐานะผู้ตราและบังคับใช้กฎหมายที่จะต้องเข้าให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนการใช้ที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก

ปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนให้พ่อแม่ผู้ปกครองหันมาใช้คาร์ซีทคือเรื่องราคา ปฏิเสธไม่ได้ว่าราคาของคาร์ซีตที่ขายในท้องตลาดปัจจุบันยังถือว่ามีราคาที่สูงเมื่อเทียบกับรายได้และค่าครองชีพของคนไทยจำนวนมาก

รัฐควรเข้ามาให้การสนับสนุนทางด้านราคา ไม่ว่าจะด้วยการปรับหมวดสินค้าของคาร์ซีทเป็นสินค้าจำเป็น เพื่อลดอัตราภาษีนำเข้า หรือแจกคูปองอุดหนุนสำหรับเด็กแต่ละคนเพื่อให้ผู้ปกครองนำคูปองดังกล่าวไปแลกซื้อคาร์ซีท หรือช่วยเหลือจัดหาคาร์ซีทที่มีคุณภาพดี แข็งแรง ปลอดภัย ในราคาที่เข้าถึงได้ให้กับแต่ละครอบครัว เพื่อที่ประชาชนที่มีกำลังทรัพย์ไม่เพียงพอจะได้ไม่ต้องพึ่งพาคาร์ซีทราคาถูกที่อาจจะไม่ได้มาตรฐาน เพียงเพื่อป้องกันการถูกตำรวจจับ แต่ไม่ได้การันตีความปลอดภัยของเด็ก

นอกจากนี้อีกสิ่งที่สำคัญและควรทำควบคู่กันไปก็คือการรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้คาร์ซีทที่ถูกต้อง เหมาะสม ปลอดภัยจากหน่วยงานภาครัฐ เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่ในสังคมไทย จำเป็นต้องมีการให้ความรู้เพื่อสร้างความตระหนัก

รวมถึงต้องมีทางเลือกที่ปลอดภัยสำหรับครอบครัวที่ไม่มีความพร้อมในการใช้คาร์ซีท เช่น กรณีที่มีเพียงรถกระบะตอนเดียว ไม่สามารถติดตั้งคาร์ซีทได้ จะต้องมีแนวทางว่าครอบครัวนั้นจะต้องปฏิบัติเช่นไรเพื่อความปลอดภัยของเด็ก

อีกทั้งต้องมีการออกมาตรฐานรับรองสินค้าว่าคาร์ซีทที่ได้มาตรฐานผ่านเกณฑ์การทดสอบนั้นเป็นอย่างไร เพื่อให้ประชาชนอุ่นใจยามซื้อหาคาร์ซีตมาใช้งาน

ซึ่งมาตรการต่างๆ ที่ได้เสนอไปนี้ นอกจากช่วยให้แต่ละครอบครัวเข้าถึงการใช้งานคาร์ซีทได้มากขึ้น เป็นการคุ้มครองดูแลความปลอดภัยของเด็กแล้ว ยังช่วยอุดช่องโหว่ไม่ให้ข้อกำหนดเรื่องการใช้คาร์ซีทในเด็กอายุต่ำกว่า 6 ขวบ กลายมาเป็นช่องทางในการรีดไถหรือทุจริตคอรัปชั่นของเจ้าหน้าที่รัฐบางกลุ่มได้อีกด้วย

ดิฉันเชื่อว่าหากทำได้ พ่อแม่ผู้ปกครองส่วนใหญ่ล้วนแต่อยากเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับบุตรหลาน สิ่งใดที่ทำแล้วลูกปลอดภัย หลานปลอดภัย ทุกคนก็คงอยากที่จะทำกัน แต่ด้วยปัจจัยทางเศรษฐกิจและสังคมที่เป็นปัญหา ดังนั้นนี่จึงเป็นหน้าที่ของรัฐที่จะเป็นผู้สนับสนุนให้เด็กๆ ของพวกเรา ได้รับการคุ้มครอง ได้รับความปลอดภัยมากยิ่งขึ้นในยามเดินทาง

avatar of the starter
Patcharee Sae-eawผู้เริ่มต้นแคมเปญรณรงค์

แคมเปญประสบความสำเร็จ

การรณรงค์สำเร็จตามเป้าหมาย โดยมีผู้สนับสนุนจำนวน7,703คน

แชร์แคมเปญรณรงค์นี้

ผู้มีอำนาจตัดสินใจ

กระทรวงพานิชย์
กระทรวงพานิชย์
อัพเดทล่าสุดเกี่ยวแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 10 พฤษภาคม ค.ศ. 2022 แล้ว