ขอรื้อคดีนางสาวอรวี สำเภาทอง (น้องแอปเปิ้ล)

ประเด็นรณรงค์

คดีน้องแอปเปิ้ล 
เมื่อวันที่ 28 กันยายน พศ.2558 เวลาประมาณ 19.50 นาที กู้ภัยเมืองระนองได้รับแจ้งเหตุ มีคนนอนตายบริเวณริมทางถนนด้านข้างซอย สะพานปลา ถึงจุดเกิดเหตุ พบเด็กสาวนอนจมกองเลือดอยู่ ทราบชื่อภายหลังว่า นางสาวอรวี สำเภาทอง ชื่อเล่น น้องแอปเปิ้ล อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.6/5 ร.ร.สตรีระนอง

20 ต.ค.2558
ตำรวจ สภ.เมืองระนองเข้ารวบตัวพม่าต้องสงสัยที่ท่าเรือคุระบุรี จังหวัดพังงา

21 ต.ค.2558
มีการเผยแพร่ภาพ และใบหน้าผู้ต้องสงสัยชายชาวพม่า มีรอยข่วนบนใบหน้า และผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง ยืนยันว่าไม่ใช่คนร้าย เพราะได้ตัดประเด็นแรงงานต่างด้าวไปก่อนหน้านี้แล้ว และบอกว่าเร็วๆ นี้จะจับคนร้ายได้ คดีนี้ไม่มีแพะแน่นอน

23 ต.ค.2558
ตำรวจค้นหามีดที่ใช้ทำร้ายน้องแอปเปิ้ลในคลองสามัคคีรวมใจด้านหลังสำนักสงฆ์ซึ่งก็พบ แต่ทางด้านแม่ของพม่าบอกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มาที่บ้านของตนเมื่อคืนวันก่อน ก่อนจะพบมีดในคลอง และมีดที่คาดว่าใช้ก่อเหตุมีลักษณะคล้ายมีดเล่มที่เอาไปจากบ้านของตน

26 ต.ค.2558
ศาลออกหมายจับพม่าทั้ง 4คน

27 ต.ค.2558
ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ณ จุดเกิดเหตุ

28 ต.ค.2558
บิดามารดาพม่าทั้ง 4 คน ได้ยื่นคำร้องคัดค้านการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยบอกว่า ลูกของพวกเขาไม่ได้ฆ่าน้องแอปเปิ้ล อีกทั้งยังมีนายจ้างของพม่าที่ถูกจับกุมเป็นพยานว่า ขณะเกิดเหตุพม่าได้ทำงานอยู่กับนายจ้าง มีภาพจากกล้องวงจรปิดยืนยัน แต่ภาพดังกล่าวหายไปหลังจากส่งมอบให้ทางตำรวจ ทางองค์กรของพม่า เดินทางขอเข้าพบพม่าทั้ง 4 คน เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง และได้ทราบว่าพม่าทั้ง 4 คน ไม่ได้กระทำความผิดและจะขอต่อสู้คดีต่อไป

ขณะนี้คดีอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของศาล แต่คดีมีความผิดปกติหลายอย่าง:

  • ภาพจากกล้องวงจรปิดที่อ้างว่าผู้ตายมีปากเสียงกับกลุ่มวัยรุ่นพม่า ภาพดังกล่าวอยู่ในระยะไกลเกินกว่าที่จะสามารถบอกได้ว่ามีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง
  • มีดของกลาง ไม่ตรงกับบาดแผลที่พบตามร่างกายของผู้ตาย
  • ผล DNA เนื้อเยื่อในเล็บผู้ตายไม่ตรงกับพม่าทั้ง 4 คน
  • นายจ้างยืนยันได้ว่าขณะเกิดเหตุพม่าทำงานอยู่กับตน
  • พยานใกล้จุดเกิดเหตุได้ยินเสียงรถมอเตอร์ไซต์ออกไปจากจุดเกิดเหตุ ซึ่งพม่าไม่มีรถมอเตอร์ไซต์
  • แพทย์ทำการตรวจร่างกายพม่าพบร่องรอยถูกทำร้ายร่างกาย เป็นไปตามที่พม่าอ้างเหตุที่รับสารภาพ เพราะถูกเจ้าหน้าที่ทำร้าย

ดิฉันอยากขอความเป็นธรรมให้แก่นางสาวอรวี สำเภาทอง หรือน้องแอปเปิ้ล ผู้เสียชีวิต และขอความเป็นธรรมให้กับพม่าทั้ง 4 คน โดยขอให้ทาง DSI หรือหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบ เป็นผู้รื้อคดีนี้ขึ้นมาทำใหม่ เพื่อคืนความเป็นธรรมให้แก่ทุกฝ่าย โดยไม่ถูกครอบงำจากผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น ไม่ใช้กฏหมายเพื่อช่วยกลุ่มคนใดกลุ่มคนหนึ่ง

ดิฉันในฐานะคนไทยที่อยากเห็นความยุติธรรม และการใช้กฏหมายอย่างเท่าเทียมกัน ด้วยความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายไทย เพื่อเกียรติและศักดิ์ศรีตำรวจไทย

avatar of the starter
Veena Chaichunผู้เริ่มต้นแคมเปญรณรงค์
แคมเปญรณรงค์นี้ได้รับผู้สนับสนุนจำนวน 11,362 คน

ประเด็นรณรงค์

คดีน้องแอปเปิ้ล 
เมื่อวันที่ 28 กันยายน พศ.2558 เวลาประมาณ 19.50 นาที กู้ภัยเมืองระนองได้รับแจ้งเหตุ มีคนนอนตายบริเวณริมทางถนนด้านข้างซอย สะพานปลา ถึงจุดเกิดเหตุ พบเด็กสาวนอนจมกองเลือดอยู่ ทราบชื่อภายหลังว่า นางสาวอรวี สำเภาทอง ชื่อเล่น น้องแอปเปิ้ล อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.6/5 ร.ร.สตรีระนอง

20 ต.ค.2558
ตำรวจ สภ.เมืองระนองเข้ารวบตัวพม่าต้องสงสัยที่ท่าเรือคุระบุรี จังหวัดพังงา

21 ต.ค.2558
มีการเผยแพร่ภาพ และใบหน้าผู้ต้องสงสัยชายชาวพม่า มีรอยข่วนบนใบหน้า และผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง ยืนยันว่าไม่ใช่คนร้าย เพราะได้ตัดประเด็นแรงงานต่างด้าวไปก่อนหน้านี้แล้ว และบอกว่าเร็วๆ นี้จะจับคนร้ายได้ คดีนี้ไม่มีแพะแน่นอน

23 ต.ค.2558
ตำรวจค้นหามีดที่ใช้ทำร้ายน้องแอปเปิ้ลในคลองสามัคคีรวมใจด้านหลังสำนักสงฆ์ซึ่งก็พบ แต่ทางด้านแม่ของพม่าบอกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มาที่บ้านของตนเมื่อคืนวันก่อน ก่อนจะพบมีดในคลอง และมีดที่คาดว่าใช้ก่อเหตุมีลักษณะคล้ายมีดเล่มที่เอาไปจากบ้านของตน

26 ต.ค.2558
ศาลออกหมายจับพม่าทั้ง 4คน

27 ต.ค.2558
ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ณ จุดเกิดเหตุ

28 ต.ค.2558
บิดามารดาพม่าทั้ง 4 คน ได้ยื่นคำร้องคัดค้านการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยบอกว่า ลูกของพวกเขาไม่ได้ฆ่าน้องแอปเปิ้ล อีกทั้งยังมีนายจ้างของพม่าที่ถูกจับกุมเป็นพยานว่า ขณะเกิดเหตุพม่าได้ทำงานอยู่กับนายจ้าง มีภาพจากกล้องวงจรปิดยืนยัน แต่ภาพดังกล่าวหายไปหลังจากส่งมอบให้ทางตำรวจ ทางองค์กรของพม่า เดินทางขอเข้าพบพม่าทั้ง 4 คน เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง และได้ทราบว่าพม่าทั้ง 4 คน ไม่ได้กระทำความผิดและจะขอต่อสู้คดีต่อไป

ขณะนี้คดีอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของศาล แต่คดีมีความผิดปกติหลายอย่าง:

  • ภาพจากกล้องวงจรปิดที่อ้างว่าผู้ตายมีปากเสียงกับกลุ่มวัยรุ่นพม่า ภาพดังกล่าวอยู่ในระยะไกลเกินกว่าที่จะสามารถบอกได้ว่ามีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง
  • มีดของกลาง ไม่ตรงกับบาดแผลที่พบตามร่างกายของผู้ตาย
  • ผล DNA เนื้อเยื่อในเล็บผู้ตายไม่ตรงกับพม่าทั้ง 4 คน
  • นายจ้างยืนยันได้ว่าขณะเกิดเหตุพม่าทำงานอยู่กับตน
  • พยานใกล้จุดเกิดเหตุได้ยินเสียงรถมอเตอร์ไซต์ออกไปจากจุดเกิดเหตุ ซึ่งพม่าไม่มีรถมอเตอร์ไซต์
  • แพทย์ทำการตรวจร่างกายพม่าพบร่องรอยถูกทำร้ายร่างกาย เป็นไปตามที่พม่าอ้างเหตุที่รับสารภาพ เพราะถูกเจ้าหน้าที่ทำร้าย

ดิฉันอยากขอความเป็นธรรมให้แก่นางสาวอรวี สำเภาทอง หรือน้องแอปเปิ้ล ผู้เสียชีวิต และขอความเป็นธรรมให้กับพม่าทั้ง 4 คน โดยขอให้ทาง DSI หรือหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบ เป็นผู้รื้อคดีนี้ขึ้นมาทำใหม่ เพื่อคืนความเป็นธรรมให้แก่ทุกฝ่าย โดยไม่ถูกครอบงำจากผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น ไม่ใช้กฏหมายเพื่อช่วยกลุ่มคนใดกลุ่มคนหนึ่ง

ดิฉันในฐานะคนไทยที่อยากเห็นความยุติธรรม และการใช้กฏหมายอย่างเท่าเทียมกัน ด้วยความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายไทย เพื่อเกียรติและศักดิ์ศรีตำรวจไทย

avatar of the starter
Veena Chaichunผู้เริ่มต้นแคมเปญรณรงค์

ปิดแคมเปญรณรงค์

แคมเปญรณรงค์นี้ได้รับผู้สนับสนุนจำนวน 11,362 คน

แชร์แคมเปญรณรงค์นี้

ผู้มีอำนาจตัดสินใจ

กรมสอบสวนคดีพิเศษ
กรมสอบสวนคดีพิเศษ
กระทรวงงยุติธรรม
กระทรวงงยุติธรรม
อัพเดทล่าสุดเกี่ยวแคมเปญรณรงค์

แชร์แคมเปญรณรงค์นี้

สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 14 ธันวาคม ค.ศ. 2016 แล้ว