ขอเยียวยากลุ่มนักดนตรี...จนกว่าจะกลับไปแสดงได้ #ขอเสียงหน่อย

ประเด็นรณรงค์

อัพเดทแคมเปญนี้ 8 ก.ค. 2564 - ตอนนี้สถานการณ์โควิดเข้าสู่ระลอก 4 แล้ว กลุ่มนักดนตรีอย่างเราที่ได้รับผลกระทบเป็นกลุ่มแรกๆ มาตั้งแต่ระลอกแรกก็ยังต้องลอยคอรอความช่วยเหลือ ซึ่งพวกเราร่อแร่มาก สาหัสมาก...รัฐช่วยเราบ้างได้ไหมครับ พวกเราสุดสายป่านแล้วจริงๆ #มีบ้านขายบ้านมีรถขายรถ 

พวกเราทำตามมาตรการที่รัฐออกมาบังคับทุกครั้ง ไม่ให้เปิดแสดง ไม่ให้เล่นกลางคืน แต่คุณครับ ตอนนี้ผมแบกตัวเองและครอบครัวไม่ไหวแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นต่อเนื่องมาเกินปีทำให้พวกเราขาดรายได้ กินเนื้อเข้าไปถึงทุน เทหมดหน้าตัก รัฐเองที่ประกาศกฎต่างๆ ก็ไม่มีมาตรการอะไรเยียวยาพวกเราเลย 

ในเมื่อไม่มีรายได้เข้า ไม่มีการเยียวยา ผมต้องตัดสินใจรถสองคัน ขายของในบ้านเพื่อหาเงินมาใช้พยุงชีวิตรายวัน อดมื้อกินมื้อ ขายกระทั่งไมค์ที่เป็นเครื่องมือประกอบอาชีพสำคัญของผม หลายคนในวงการนี้เครียดกันมาก ผมเองถึงขั้นได้รับวินิจฉัยว่าเป็นซึมเศร้า ในขณะที่หลายคนถึงกับพยายามจบชีวิตตัวเองเพราะไปต่อไม่ไหว แล้วขอบอกว่าไม่ใช่พวกเราขี้เกียจไม่หาอาชีพเสริมนะครับ พวกเราลองปากกัดตีนถีบลองกันมาทุกทางจนไม่ไหวแล้ว

รบกวนประชาชนทั่วไปส่งเสียงช่วยกลุ่มนักดนตรีด้วยได้ไหมครับ ขอเรียกร้องให้ 

  1. รัฐบาลต้องออกมาตรการมาเยียวยากลุ่มนักดนตรีและคนที่ทำงานด้านสถานบันเทิงที่ได้รับผลกระทบจากการสั่งปิดของรัฐบาล ด่วนที่สุด ครอบคลุมช่วงเวลาที่พวกเราได้รับผลกระทบไปจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น
  2. รัฐบาลต้องช่วยวางแผนให้พวกเราได้กลับไปเล่นดนตรี ทำงานที่พวกเรารักได้อีกครั้ง 

ผมเชื่อในพลังเสียงของประชาชน เชื่อว่าเสียงของพวกเราที่ร่วมกันจะช่วยให้รัฐบาลสนใจ เพราะจริงๆ เมื่อช่วงโควิระลอกแรก ผมได้เอารายชื่อของคนกว่า 3,000 ที่ลงชื่อในแคมเปญนี้ไปยื่นต่อ ศบค. ได้คุยกับคนที่มีอำนาจบริหารจนเค้าเข้าใจและยอมให้พวกเรากลับมาเปิดเล่นดนตรีได้ตามที่พวกเราเรียกร้องแล้วรอบนึง ซึ่งผมคิดว่าเป็นเพราะมีเสียงของทุกคนช่วยดันเนี่ยแหละ...ครั้งนี้ผม #ขอเสียงหน่อย #ช่วยนักดนตรีด้วย อีกรอบนะครับ

พวกนักดนตรีเข้าใจครับว่าสถานการณ์วันนี้ต่างไปแล้วจากตอนนั้น เราเองก็ยังไม่ได้วัคซีนและรอเหมือนกับประชาชนทั่วไป...แต่ในระหว่างที่ถูกบังคับให้หยุดการแสดง อย่างน้อยโปรดโยนห่วงยางมาให้เราลอยคอได้ต่อด้วยนะครับ 

-----

เนื้อหาแคมเปญเดิมเมื่อเมษา 2563: เนื่องจากผลกระทบจากโรคโควิด-19ทำให้เกิดผลกระทบต่ออาชีพ นักดนตรี, นักร้อง, พีอาร์, เด็กเสริฟ และอาชีพเกี่ยวกับงานด้านสถานบันเทิง, ร้านเหล้า, ร้านอาหาร โดยมีการปิดตัวซึ่งผลกระทบคือ อาชีพ เหล่านี้ สูญเสียรายได้เลี้ยงชีพ และถูกผลกระทบเป็นอาชีพแรกๆ ซึ่งระยะเวลาผ่านมา สถานการณ์ได้คลี่คลายลงบ้าง ได้มีการผ่อนปรน ให้สถานที่ต่างๆได้เปิดตัว ขึ้น แต่ไม่ทราบด้วยเหตุผลใด ทางรัฐบาลจึงมิให้มีการเล่นดนตรีสด ซึ่งมีผลกระทบต่ออาชีพ นักร้อง นักดนตรี โดยตรง ซึ่งเสียงเพลง มิได้เป็นตัวนำเชื้อโรค แต่อย่างใด...จึงขอเรียกร้องรัฐบาลปลดล็อก ให้มีการแสดงดนตรีได้

avatar of the starter
Pratin Ngamsangaผู้เริ่มต้นแคมเปญรณรงค์
แคมเปญประสบความสำเร็จ
การรณรงค์สำเร็จตามเป้าหมาย โดยมีผู้สนับสนุนจำนวน5,171คน

ประเด็นรณรงค์

อัพเดทแคมเปญนี้ 8 ก.ค. 2564 - ตอนนี้สถานการณ์โควิดเข้าสู่ระลอก 4 แล้ว กลุ่มนักดนตรีอย่างเราที่ได้รับผลกระทบเป็นกลุ่มแรกๆ มาตั้งแต่ระลอกแรกก็ยังต้องลอยคอรอความช่วยเหลือ ซึ่งพวกเราร่อแร่มาก สาหัสมาก...รัฐช่วยเราบ้างได้ไหมครับ พวกเราสุดสายป่านแล้วจริงๆ #มีบ้านขายบ้านมีรถขายรถ 

พวกเราทำตามมาตรการที่รัฐออกมาบังคับทุกครั้ง ไม่ให้เปิดแสดง ไม่ให้เล่นกลางคืน แต่คุณครับ ตอนนี้ผมแบกตัวเองและครอบครัวไม่ไหวแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นต่อเนื่องมาเกินปีทำให้พวกเราขาดรายได้ กินเนื้อเข้าไปถึงทุน เทหมดหน้าตัก รัฐเองที่ประกาศกฎต่างๆ ก็ไม่มีมาตรการอะไรเยียวยาพวกเราเลย 

ในเมื่อไม่มีรายได้เข้า ไม่มีการเยียวยา ผมต้องตัดสินใจรถสองคัน ขายของในบ้านเพื่อหาเงินมาใช้พยุงชีวิตรายวัน อดมื้อกินมื้อ ขายกระทั่งไมค์ที่เป็นเครื่องมือประกอบอาชีพสำคัญของผม หลายคนในวงการนี้เครียดกันมาก ผมเองถึงขั้นได้รับวินิจฉัยว่าเป็นซึมเศร้า ในขณะที่หลายคนถึงกับพยายามจบชีวิตตัวเองเพราะไปต่อไม่ไหว แล้วขอบอกว่าไม่ใช่พวกเราขี้เกียจไม่หาอาชีพเสริมนะครับ พวกเราลองปากกัดตีนถีบลองกันมาทุกทางจนไม่ไหวแล้ว

รบกวนประชาชนทั่วไปส่งเสียงช่วยกลุ่มนักดนตรีด้วยได้ไหมครับ ขอเรียกร้องให้ 

  1. รัฐบาลต้องออกมาตรการมาเยียวยากลุ่มนักดนตรีและคนที่ทำงานด้านสถานบันเทิงที่ได้รับผลกระทบจากการสั่งปิดของรัฐบาล ด่วนที่สุด ครอบคลุมช่วงเวลาที่พวกเราได้รับผลกระทบไปจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น
  2. รัฐบาลต้องช่วยวางแผนให้พวกเราได้กลับไปเล่นดนตรี ทำงานที่พวกเรารักได้อีกครั้ง 

ผมเชื่อในพลังเสียงของประชาชน เชื่อว่าเสียงของพวกเราที่ร่วมกันจะช่วยให้รัฐบาลสนใจ เพราะจริงๆ เมื่อช่วงโควิระลอกแรก ผมได้เอารายชื่อของคนกว่า 3,000 ที่ลงชื่อในแคมเปญนี้ไปยื่นต่อ ศบค. ได้คุยกับคนที่มีอำนาจบริหารจนเค้าเข้าใจและยอมให้พวกเรากลับมาเปิดเล่นดนตรีได้ตามที่พวกเราเรียกร้องแล้วรอบนึง ซึ่งผมคิดว่าเป็นเพราะมีเสียงของทุกคนช่วยดันเนี่ยแหละ...ครั้งนี้ผม #ขอเสียงหน่อย #ช่วยนักดนตรีด้วย อีกรอบนะครับ

พวกนักดนตรีเข้าใจครับว่าสถานการณ์วันนี้ต่างไปแล้วจากตอนนั้น เราเองก็ยังไม่ได้วัคซีนและรอเหมือนกับประชาชนทั่วไป...แต่ในระหว่างที่ถูกบังคับให้หยุดการแสดง อย่างน้อยโปรดโยนห่วงยางมาให้เราลอยคอได้ต่อด้วยนะครับ 

-----

เนื้อหาแคมเปญเดิมเมื่อเมษา 2563: เนื่องจากผลกระทบจากโรคโควิด-19ทำให้เกิดผลกระทบต่ออาชีพ นักดนตรี, นักร้อง, พีอาร์, เด็กเสริฟ และอาชีพเกี่ยวกับงานด้านสถานบันเทิง, ร้านเหล้า, ร้านอาหาร โดยมีการปิดตัวซึ่งผลกระทบคือ อาชีพ เหล่านี้ สูญเสียรายได้เลี้ยงชีพ และถูกผลกระทบเป็นอาชีพแรกๆ ซึ่งระยะเวลาผ่านมา สถานการณ์ได้คลี่คลายลงบ้าง ได้มีการผ่อนปรน ให้สถานที่ต่างๆได้เปิดตัว ขึ้น แต่ไม่ทราบด้วยเหตุผลใด ทางรัฐบาลจึงมิให้มีการเล่นดนตรีสด ซึ่งมีผลกระทบต่ออาชีพ นักร้อง นักดนตรี โดยตรง ซึ่งเสียงเพลง มิได้เป็นตัวนำเชื้อโรค แต่อย่างใด...จึงขอเรียกร้องรัฐบาลปลดล็อก ให้มีการแสดงดนตรีได้

avatar of the starter
Pratin Ngamsangaผู้เริ่มต้นแคมเปญรณรงค์

ผู้มีอำนาจตัดสินใจ

ศบค.
ศบค.

อัปเดตเกี่ยวแคมเปญรณรงค์

แชร์แคมเปญรณรงค์นี้

สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 15 มิถุนายน ค.ศ. 2020 แล้ว