ขอความเป็นธรรมให้คุณพ่อ ‘สมชาย ม่วงวัง’ เสียชีวิตหลังจากฉีดวัคซีน

ขอความเป็นธรรมให้คุณพ่อ ‘สมชาย ม่วงวัง’ เสียชีวิตหลังจากฉีดวัคซีน

ประเด็นรณรงค์

จากกันตลอดกาล ไม่มีวันหวนกลับ ไม่มีเเล้วที่จะมีชายคนนึงนั่งที่ 3 แยกอัมพร รอลูกกลับบ้านเเล้วค่อยมองลูก กลับไปเป็นลูกเจ้าพระยานะพ่อ ถึงเวลาเราคงได้พบเจอกัน ไม่ว่าจะพบหน้า ถึงเราจะเจอแล้วไม่รู้จักกัน ความสัมพันธ์ที่เราเคยมีต่อกันมันไม่เคยจางหาย รักและโครตคิดถึงพ่อเลย เรื่องคดีก็เงียบสนิท แต่ให้มันเงียบสักเเค่ไหน ผมคนนี้จะทำให้ถึงที่สุด ...รักและคิดถึงพ่อครับ

ผมสถาพร ม่วงวัง เป็นลูกของคุณพ่อสมชาย ม่วงวัง อายุ 51 ปี พนักงานบริษัทเอกซเรย์ที่เสียชีวิตหลังเข้ารับการฉีดวัคซีนซิโนแวค ได้ 2 วัน โดยก่อนหน้านี้พ่อสุขภาพแข็งแรง ไม่เคยมีประวัติมีโรคประจำตัว แต่เพราะเป็นกลุ่มเสี่ยงจากการทำงาน บริษัทจึงให้เข้ารับการฉีดวัคซีน 

  • 29 เมษายน 2564 พ่อเข้ารับวัคซีนเข็มแรกที่โรงพยาบาลปทุมธานี เมื่อเสร็จแล้วก็กลับมาพักผ่อนที่บ้าน
  • 30 เมษายน - 2 พฤษภาคม 2564 พ่อได้ออกทำงานตามปกติและบอกว่ามีอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่ออกตั้งแต่กลับจากฉีดวัคซีน
  • 3 พฤษภาคม 2564 พ่อออกไปทำงานตามปกติที่บริษัท และยังบ่นกับเพื่อนร่วมงานอยู่ตลอดเวลาว่าแน่นหน้าอก หายใจไม่ออกจนต้องขอลางานตอน 09.00 น กลับมานอนพักที่บ้านจนกระทั่งช่วงเวลา 11.00 น ก็เตรียมตัวออกไปตกกุ้ง แต่ก่อนออกตกกุ้งมีอาการแน่นหน้าอกจึงนอนพักผ่อนบนรถส่วนตัวตื่นขึ้นมาอีกทีเวลา 19.00 น และถึงที่ตกกุ้ง เวลา 20.00 น มีอาการแน่นหน้าอกมากจนทนไม่ไหวจึงได้พายเรือไปขอความช่วยเหลือจากโรงงานน้ำดื่มสิงห์ รบกวน รปภ. โรงงานฯ ช่วยโทรตามรถร่วมจนกระทั่งได้รับความช่วยเหลือนำตัวส่งโรงพยาบาลปทุมธานี ภายหลังหมอแจ้งว่าพ่อเสียชีวิต เวลา 22.22 น และไม่ได้มีการติดต่อญาติหรือบุคคลในครอบครัวแม้แต่คนเดียว
  • 4 พฤษภาคม 2564 มีคนบอกว่าเห็นพ่ออยู่ที่โรงพยาบาลปทุมธานี ผมได้โทรถามทางโรงพยาบาล และได้รับแจ้งว่าพ่อกลับบ้านมาแล้วแต่ยังตามตัวไม่เจอ จึงสอบถามไปยังรถร่วมที่ให้ความช่วยเหลือได้ความว่าพ่อเสียชีวิตแล้ว ทางครอบครัวจึงเดินทางไปที่โรงพยาบาล โดยทางโรงพยาบาลได้ให้สาเหตุการตายว่า กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ทีแรกทางญาติก็ไม่ได้ติดใจอะไร และพร้อมจะนำตัวพ่อกลับมาทำพิธีทางศาสนา
  • 5 พฤษภาคม 2564 ญาติเดินทางไปรับพ่อที่โรงพยาบาล มีค่าใช้จ่าย 12,700 บาท แล้วก็ได้นำร่างของพ่อมาที่วัดศรีรัตนราม (บางพัง) 

หลังจากที่พ่อเสียชีวิต ผมได้ตรวจดูข้าวของของพ่อ เจอใบยืนยันที่ระบุว่า พ่อไปฉีดวัคซีนมา ปกติพ่อเป็นคนแข็งแรง ผมจึงสงสัยว่าทั้งหมดนี้อาจเป็นผลจากการฉีดวัคซีน จึงได้เดินเรื่องและขอชันสูตรศพอีกครั้ง เรื่องผ่านมาร่วมเดือน ตอนนี้ก็ยังไม่มีผลตรวจที่เป็นลายลักษณ์อักษรจากทางโรงพยาบาล มีแค่การโทรมาแจ้งผลอย่างไม่เป็นทางการว่าพ่อเสียชีวิตจากเส้นเลือดหัวใจตีบ หากเป็นเช่นนี้จริง ทำไมผลตรวจถึงล่าช้ามาก 

นับตั้งแต่วินาทีที่พ่อเสียชีวิตไม่เคยมีหน่วยงานใดยื่นมือเข้ามาให้ความช่วยเหลือ ไม่มีใครแนะนำขั้นตอนการช่วยเหลือเยียวยาให้กับครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากการฉีดวัคซีน หนึ่งชีวิต เงียบหายไป เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น 

ผมได้เดินทางไปร้องเรียนที่ต่างๆ แต่ยังมองไม่เห็นทางจึงมาเริ่มแคมเปญนี้ ขอความเป็นธรรม อยากให้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบเคสของพ่อว่าการเสียชีวิตเป็นผลจากการฉีดวัคซีนใช่หรือไม่ และครอบครัวควรได้รับการเยียวยาอย่างไรตามนโยบายของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

ตอนนี้ ครอบครัวของเราลำบากมากเหมือนขาดเสาหลักอย่างพ่อที่เป็นทั้งพนักงานบริษัท ขับวิน ตกกุ้ง ทำทุกอย่างเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว ดูแลพ่อที่ป่วยเป็นโรคไต แม่ที่ป่วยเป็นเบาหวาน และลูกๆ อีก 3 คน (คนละแม่อีก 1 คน) บางครั้งผมยังคิดว่า ถ้าวันนั้นพ่อไม่ได้ฉีดวัคซีน ท่านคงอยู่กับผมไปได้อีกนาน

ผมอยากให้เคสของพ่อเป็นกรณีตัวอย่าง ทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากการเข้ารับวัคซีนควรได้รับการดูแลจากรัฐอย่างเต็มที่ ไม่มีการปกปิดข้อมูลทางการแพทย์ถึงอาการข้างเคียงที่เกิดจากวัคซีน ผมรู้ดีว่าวัคซีนคือเทคโนโลยีใหม่ ไม่มีอะไรที่ 100% แต่ถ้ามันมีจุดเล็กๆ ที่บอกว่ามันอาจมีผลข้างเคียง ประเด็นนี้ก็ไม่ควรถูกซุกอยู่ใต้พรม

avatar of the starter
สถาพร ม่วงวังผู้เริ่มต้นแคมเปญรณรงค์

แคมเปญประสบความสำเร็จ

การรณรงค์สำเร็จตามเป้าหมาย โดยมีผู้สนับสนุนจำนวน4,937คน

ประเด็นรณรงค์

จากกันตลอดกาล ไม่มีวันหวนกลับ ไม่มีเเล้วที่จะมีชายคนนึงนั่งที่ 3 แยกอัมพร รอลูกกลับบ้านเเล้วค่อยมองลูก กลับไปเป็นลูกเจ้าพระยานะพ่อ ถึงเวลาเราคงได้พบเจอกัน ไม่ว่าจะพบหน้า ถึงเราจะเจอแล้วไม่รู้จักกัน ความสัมพันธ์ที่เราเคยมีต่อกันมันไม่เคยจางหาย รักและโครตคิดถึงพ่อเลย เรื่องคดีก็เงียบสนิท แต่ให้มันเงียบสักเเค่ไหน ผมคนนี้จะทำให้ถึงที่สุด ...รักและคิดถึงพ่อครับ

ผมสถาพร ม่วงวัง เป็นลูกของคุณพ่อสมชาย ม่วงวัง อายุ 51 ปี พนักงานบริษัทเอกซเรย์ที่เสียชีวิตหลังเข้ารับการฉีดวัคซีนซิโนแวค ได้ 2 วัน โดยก่อนหน้านี้พ่อสุขภาพแข็งแรง ไม่เคยมีประวัติมีโรคประจำตัว แต่เพราะเป็นกลุ่มเสี่ยงจากการทำงาน บริษัทจึงให้เข้ารับการฉีดวัคซีน 

  • 29 เมษายน 2564 พ่อเข้ารับวัคซีนเข็มแรกที่โรงพยาบาลปทุมธานี เมื่อเสร็จแล้วก็กลับมาพักผ่อนที่บ้าน
  • 30 เมษายน - 2 พฤษภาคม 2564 พ่อได้ออกทำงานตามปกติและบอกว่ามีอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่ออกตั้งแต่กลับจากฉีดวัคซีน
  • 3 พฤษภาคม 2564 พ่อออกไปทำงานตามปกติที่บริษัท และยังบ่นกับเพื่อนร่วมงานอยู่ตลอดเวลาว่าแน่นหน้าอก หายใจไม่ออกจนต้องขอลางานตอน 09.00 น กลับมานอนพักที่บ้านจนกระทั่งช่วงเวลา 11.00 น ก็เตรียมตัวออกไปตกกุ้ง แต่ก่อนออกตกกุ้งมีอาการแน่นหน้าอกจึงนอนพักผ่อนบนรถส่วนตัวตื่นขึ้นมาอีกทีเวลา 19.00 น และถึงที่ตกกุ้ง เวลา 20.00 น มีอาการแน่นหน้าอกมากจนทนไม่ไหวจึงได้พายเรือไปขอความช่วยเหลือจากโรงงานน้ำดื่มสิงห์ รบกวน รปภ. โรงงานฯ ช่วยโทรตามรถร่วมจนกระทั่งได้รับความช่วยเหลือนำตัวส่งโรงพยาบาลปทุมธานี ภายหลังหมอแจ้งว่าพ่อเสียชีวิต เวลา 22.22 น และไม่ได้มีการติดต่อญาติหรือบุคคลในครอบครัวแม้แต่คนเดียว
  • 4 พฤษภาคม 2564 มีคนบอกว่าเห็นพ่ออยู่ที่โรงพยาบาลปทุมธานี ผมได้โทรถามทางโรงพยาบาล และได้รับแจ้งว่าพ่อกลับบ้านมาแล้วแต่ยังตามตัวไม่เจอ จึงสอบถามไปยังรถร่วมที่ให้ความช่วยเหลือได้ความว่าพ่อเสียชีวิตแล้ว ทางครอบครัวจึงเดินทางไปที่โรงพยาบาล โดยทางโรงพยาบาลได้ให้สาเหตุการตายว่า กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ทีแรกทางญาติก็ไม่ได้ติดใจอะไร และพร้อมจะนำตัวพ่อกลับมาทำพิธีทางศาสนา
  • 5 พฤษภาคม 2564 ญาติเดินทางไปรับพ่อที่โรงพยาบาล มีค่าใช้จ่าย 12,700 บาท แล้วก็ได้นำร่างของพ่อมาที่วัดศรีรัตนราม (บางพัง) 

หลังจากที่พ่อเสียชีวิต ผมได้ตรวจดูข้าวของของพ่อ เจอใบยืนยันที่ระบุว่า พ่อไปฉีดวัคซีนมา ปกติพ่อเป็นคนแข็งแรง ผมจึงสงสัยว่าทั้งหมดนี้อาจเป็นผลจากการฉีดวัคซีน จึงได้เดินเรื่องและขอชันสูตรศพอีกครั้ง เรื่องผ่านมาร่วมเดือน ตอนนี้ก็ยังไม่มีผลตรวจที่เป็นลายลักษณ์อักษรจากทางโรงพยาบาล มีแค่การโทรมาแจ้งผลอย่างไม่เป็นทางการว่าพ่อเสียชีวิตจากเส้นเลือดหัวใจตีบ หากเป็นเช่นนี้จริง ทำไมผลตรวจถึงล่าช้ามาก 

นับตั้งแต่วินาทีที่พ่อเสียชีวิตไม่เคยมีหน่วยงานใดยื่นมือเข้ามาให้ความช่วยเหลือ ไม่มีใครแนะนำขั้นตอนการช่วยเหลือเยียวยาให้กับครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากการฉีดวัคซีน หนึ่งชีวิต เงียบหายไป เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น 

ผมได้เดินทางไปร้องเรียนที่ต่างๆ แต่ยังมองไม่เห็นทางจึงมาเริ่มแคมเปญนี้ ขอความเป็นธรรม อยากให้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบเคสของพ่อว่าการเสียชีวิตเป็นผลจากการฉีดวัคซีนใช่หรือไม่ และครอบครัวควรได้รับการเยียวยาอย่างไรตามนโยบายของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

ตอนนี้ ครอบครัวของเราลำบากมากเหมือนขาดเสาหลักอย่างพ่อที่เป็นทั้งพนักงานบริษัท ขับวิน ตกกุ้ง ทำทุกอย่างเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว ดูแลพ่อที่ป่วยเป็นโรคไต แม่ที่ป่วยเป็นเบาหวาน และลูกๆ อีก 3 คน (คนละแม่อีก 1 คน) บางครั้งผมยังคิดว่า ถ้าวันนั้นพ่อไม่ได้ฉีดวัคซีน ท่านคงอยู่กับผมไปได้อีกนาน

ผมอยากให้เคสของพ่อเป็นกรณีตัวอย่าง ทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากการเข้ารับวัคซีนควรได้รับการดูแลจากรัฐอย่างเต็มที่ ไม่มีการปกปิดข้อมูลทางการแพทย์ถึงอาการข้างเคียงที่เกิดจากวัคซีน ผมรู้ดีว่าวัคซีนคือเทคโนโลยีใหม่ ไม่มีอะไรที่ 100% แต่ถ้ามันมีจุดเล็กๆ ที่บอกว่ามันอาจมีผลข้างเคียง ประเด็นนี้ก็ไม่ควรถูกซุกอยู่ใต้พรม

avatar of the starter
สถาพร ม่วงวังผู้เริ่มต้นแคมเปญรณรงค์

ผู้มีอำนาจตัดสินใจ

อนุทิน ชาญวีรกุล
อนุทิน ชาญวีรกุล
รมต.กระทรวงสาธารณสุข
นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี
นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี
เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

อัปเดตเกี่ยวแคมเปญรณรงค์

แชร์แคมเปญรณรงค์นี้

สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 31 พฤษภาคม ค.ศ. 2021 แล้ว