ขอความเป็นธรรม กรณีการจด รย​.​17 รย​.​18 และการจับปรับ

ผู้ลงชื่อสนับสนุนล่าสุด:
ไกรสร แดงปุ่ร และคนอื่นๆ อีก 19 คนได้ร่วมลงชื่อเมื่อเร็วๆ นี้

ประเด็นรณรงค์

ขอเชิญผู้ประกอบอาชีพขับรถยนต์รับจ้างและรถจักรยานยนต์รับจ้างผ่านแอพพลิเคชั่น  ผู้โดยสาร และประชาชนทั่วไป ร่วมลงชื่อร้องทุกข์ต่อรัฐบาล กรมการขนส่งทางบก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและเอกชน  กรณีการ จดทะเบียนรถรับจ้างผ่านแอพพลิเคชั่นออนไลน์ รย.17 และ รย.18


ข้อเท็จจริงและที่มาของปัญหา

ตามที่ทางภาครัฐ โดยกรมขนส่งทางบก และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ดำเนินการกวดขันให้รถยนต์รับจ้างและรถจักรยานยนต์รับจ้างผ่านแอพพลิเคชั่น ต้องนำรถไปดำเนินการจดทะเบียนรถรับจ้างผ่านแอพพลิเคชั่น หรือ รย.17 (รถจักรยานยนต์) และ รย.18 (รถยนต์) รวมทั้งให้ทำใบอนุญาตขับรถสาธารณะ ตลอดจนได้มีการตั้งด่านจับปรับอย่างเข้มงวดนับตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม 2568 ที่ผ่านมานั้น

จากการสำรวจความเห็นและข้อเท็จจริงพบว่า ทางผู้ประกอบอาชีพขับรถยนต์รับจ้างและรถจักรยานยนต์รับจ้างผ่านแอพพลิเคชั่น ส่วนใหญ่มีความประสงค์จะดำเนินการให้ถูกกฎหมาย ทั้งการทำใบอนุญาตขับรถสาธารณะ และการนำรถไปจดทะเบียน รย.17 (รถจักรยานยนต์) และ รย.18 (รถยนต์) แต่ส่วนใหญ่ยังไม่สามารถทำได้ เนื่องจากประสบปัญหาและอุปสรรคหลายประการ โดยในด้านหลักๆ ได้แก่

     1. รถไม่ใช่ชื่อของตนเอง และ/หรือติดภาระผ่อนชำระ เมื่อติดต่อขอยืมเล่มจดทะเบียนไปดำเนินการจดทะเบียน ทางบริษัทสินเชื่อ (ไฟแนนซ์) บางแห่งไม่อนุญาตหรืออนุญาตแต่มีเงื่อนไข เช่น 

          - ต้องผ่อนชำระให้ครบ 12 งวดก่อนจึงจะอนุญาตให้นำเล่มไปจดทะเบียนได้ ทำให้ผู้ประกอบอาชีพฯ หลายรายไม่สามารถนำรถไปจดทะเบียนได้ 

          - ต้องซื้อประกันชั้น 1 สำหรับรถสาธารณะ ซึ่งปัจจุบันยังคงมีราคาที่สูงมาก

          - ต้องจ่ายค่าธรรมเนียม (ไม่ใช่ค่ามัดจำยืมเล่ม และไม่ได้คืน) ในอัตราที่สูง บางบริษัทเรียกเก็บเป็นจำนวนหลายหมื่นบาท และต้องจ่ายเป็นเงินสด ไม่สามารถนำไปเฉลี่ยรวมกับค่างวดเดิมได้

          ฯลฯ

     2. ในกรณีการทำใบอนุญาตขับรถสาธารณะ มีขั้นตอนที่ใช้เวลาค่อนข้างนาน ประกอบกับที่ผ่านมาได้ผู้ประกอบอาชีพฯ ได้เข้าไปยื่นความจำนงเป็นจำนวนมาก ทำให้การดำเนินการยิ่งต้องใช้เวลารอคอยยาวนานออกไปอีก

ด้วยปัญหาและอุปสรรค 2 ข้อหลักดังกล่าว ทำให้ปัจจุบันผู้ประกอบอาชีพขับรถรับจ้างผ่านแอพพลิเคชั่นจำนวนมากที่มีเจตนาและมีความต้องการดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายหรือกฎระเบียบของกรมขนส่งทางบก ไม่สามารถดำเนินการได้ แต่การกวดขันและจับปรับโดยภาครัฐได้เกิดขึ้นแล้วอย่างต่อเนื่อง และมีการปรับสูงสุดในอัตราที่สูงมาก (ไม่จด รย.17, รย.18 ปรับ 2,000 บาท ไม่มีใบขับขี่สาธารณะ ปรับ 2,000 บาท) ซึ่งสวนทางกับสภาพเศรษฐกิจที่ฝืดเคือง และรายได้จากการรับงาน 

นอกจากนั้นยังพบว่า มีหลายฝ่ายได้แสดงความไม่เห็นด้วยกับแนวทางการบังคับให้จด รย.17 (รถจักรยานยนต์) และ รย.18 (รถยนต์) เนื่องจากหากเจตนารมณ์ที่แท้จริงของการออกกฎหมายฉบับนี้ มีขึ้นเพื่อจัดระเบียบกำกับควบคุมรถรับจ้างผ่านแอพพลิเคชั่น เพื่อการจัดเก็บภาษีรายได้จากการประกอบอาชีพ เพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพผู้โดยสารและผู้ขับขี่ ก็ยังมีแนวทางอื่นที่รัฐสามารถกำกับควบคุมได้ 

ทั้งนี้ ยังไม่นับว่า การให้บริการรถรับจ้างผ่านแอพพลิเคชั่นโดยเอกชนในปัจจุบันเอง ก็ได้มีการกำกับควบคุมอย่างค่อนข้างเข้มงวดมากอยู่แล้ว ทั้งการยืนยันอัตราค่าโดยสาร ยืนยันตัวรถ ตัวผู้ขับขี่ ที่จะต้องตรงกับที่ลงทะเบียนไว้ในระบบ และผู้ขับขี่จะต้องสแกน (scan) ใบหน้าผ่านทางระบบแอพพลิเคชั่นแบบเรียลไทม์ (real time) ก่อนเปิดรับงาน (เปิด online) ทุกครั้ง  

นอกจากนั้นยังมีระบบติดตามการเดินทางรับส่งผู้โดยสาร (GPS) จนถึงจุดหมายปลายทาง  มีระบบการให้คะแนน ระบบแจ้งเหตุ ระบบร้องเรียน ซึ่งมีความเข้มงวดอย่างมาก โดยหากผู้ขับขี่ไม่ปฏิบัติตามก็จะถูกลงโทษตั้งแต่พักงาน ไปจนถึงถูกปิดระบบไม่สามารถรับงานได้อีกต่อไป และหากมีการกระทำความผิดทางอาญาก็สามารถชี้ตัวผู้ก่อเหตุ ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่และ/หรือผู้โดยสารได้  อีกทั้งในส่วนของ “ประวัติอาชญากรรม” ในบางแอพพลิเคชั่นก็ได้วางกฎเกณฑ์สำคัญ ให้ผู้สมัครขับขี่ทุกคนจะต้อง “ตรวจประวัติอาชญากรรม” ก่อน หากไม่ผ่านก็จะไม่สามารถผ่านเกณฑ์การสมัคร โดยไม่มีข้อยกเว้น  

มาตรการและกลไกความปลอดภัยเหล่านี้เองที่เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผู้โดยสาร “เลือก” ที่จะใช้บริการรถรับจ้างผ่านแอพพลิเคชั่น  และหน่วยงานภาครัฐสามารถนำเอาแนวทางรักษาความปลอดภัยเหล่านี้มาใช้หรือร่วมปรับปรุงพัฒนาให้ดีขึ้นได้ โดยไม่ต้องบังคับจด รย.17 (รถจักรยานยนต์) และ รย.18 (รถยนต์) ซึ่งมีปัญหาและอุปสรรคค่อนข้างมาก จนทำให้ผู้ประกอบอาชีพจำนวนมากไม่สามารถดำเนินการได้

นอกจากนั้น อีกข้อเท็จจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือ ผู้ประกอบอาชีพขับรถรับจ้างผ่านแอพพลิเคชั่นจำนวนมาก หรืออาจจะเป็นส่วนใหญ่ ไม่ได้ประกอบอาชีพนี้แบบเต็มเวลา แต่ทำเป็นรายได้เสริม หลายคนขับเฉพาะเวลาหลังเลิกงานหรือวันหยุด เพื่อนำรายได้เสริมนี้ไปจุนเจือครอบครัวในภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำ การนำรถไปจดทะเบียนเป็นรถรับจ้างสาธารณะจึงเป็นการลงทุนที่สูงเกินไป เมื่อเทียบกับการใช้งานรถเพื่อทำงานนี้ และรายได้ที่แต่ละคนได้รับ

ข้อเรียกร้อง

ผู้ประกอบอาชีพขับรถยนต์รับจ้างและรถจักรยานยนต์รับจ้างผ่านแอพพลิเคชั่น  และประชาชนผู้เล็งเห็นปัญหา ตามรายชื่อด้านล่างนี้ จึงขอวิงวอนมายังรัฐบาล กรมการขนส่งทางบก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและเอกชน ได้โปรดพิจารณาดำเนินการ ดังต่อไปนี้ 

ก. ข้อเรียกร้องในระยะเร่งด่วน เฉพาะหน้า

     1. ขอให้หน่วยงานภาครัฐ แจ้งขอความร่วมมือไปยังบริษัทสินเชื่อ ให้ปรับเปลี่ยนเงื่อนไข รวมถึงค่าธรรมเนียม สำหรับการดำเนินการจด รย.17 และ รย.18 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับบริษัทสินเชื่อ เช่น ค่ามัดจำเล่ม ค่าธรรมเนียม การกำหนดดอกเบี้ย และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้ประกอบอาชีพฯ ซึ่งเป็นผู้บริโภค สามารถนำรถไปจดทะเบียน รย.17 และ รย.18 ให้ถูกต้องเป็นไปตามกฎหมายและกฎระเบียบของกรมขนส่งทางบก ได้โดยเร็ว

     2. ขอให้หน่วยงานภาครัฐ แจ้งขอความร่วมมือไปยังบริษัทประกันภัย ให้ออกผลิตภัณฑ์ประกันภัยชั้น 1 สำหรับรถยนต์รับจ้างและรถจักรยานยนต์รับจ้างผ่านแอพพลิเคชั่น โดยคิดค่าเบี้ยประกันภัยในอัตราที่เหมาะสมและเป็นธรรม เช่น สูงกว่า ประกันภัยชั้น 1 รถส่วนบุคคล ไม่เกิน 5-10% เนื่องจากรถยนต์รับจ้างและรถจักรยานยนต์รับจ้างผ่านแอพพลิเคชั่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถยนต์ ส่วนใหญ่ไม่ใช่รถสาธารณะ 100% แต่เป็นรถกึ่งส่วนบุคคล ผู้ประกอบอาชีพฯ จำนวนมากทำงานนี้แบบพาร์ทไทม์ และงานที่รับคือการรับผ่านทางแอพพลิเคชั่นเท่านั้น ผู้โดยสารไม่สามารถโบกเรียกข้างทางได้เหมือนรถแท็กซี่

     3. ขอให้หน่วยงานกรมขนส่งทางบกและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้โปรดมีคำสั่งผ่อนผันการจับปรับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านนี้ ควรใช้แนวทางว่ากล่าวตักเตือนก่อน เพราะยิ่งดำเนินการจับปรับมีมากเท่าไหร่ ยอดปรับสูงมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งรังแต่จะตัดโอกาสของผู้ที่ถูกจับปรับในการจะนำรถไปจดทะเบียนให้ยิ่งลดน้อยลงไปอีก เนื่องจากไม่มีค่าใช้จ่ายเพียงพอจะดำเนินการได้

ข. ข้อเรียกร้องในระดับนโยบาย

     1. ขอให้หน่วยงานภาครัฐ เร่งพิจารณาหาแนวทางอื่น ที่สามารถทำให้ผู้ที่ไม่สามารถ ไม่มีความพร้อมในการจด รย.17 และ รย.18 สามารถประกอบอาชีพขับรถรับจ้างผ่านแอพพลิเคชั่นได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย  เนื่องจากหากเจตนารมณ์ที่แท้จริงของภาครัฐ คือเพื่อจัดระเบียบกำกับควบคุมรถรับจ้างผ่านแอพพลิเคชั่น เพื่อการจัดเก็บภาษีรายได้จากการประกอบอาชีพ เพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพผู้โดยสารและผู้ขับขี่ ก็ยังมีแนวทางอื่นที่รัฐสามารถกำกับควบคุมได้ ดังที่ได้ยกตัวอย่างไปแล้ว

     2. เมื่อภาครัฐดำเนินการตามข้อ 1 แล้วเสร็จ จะต้องมีมาตรการในการชดเชยให้แก่ผู้ที่ดำเนินการจด รย.17 และ รย.18 ไปก่อนหน้า ไม่ว่าจะเป็นการชดเชยค่าดำเนินการ ชดเชยหรือลดหย่อนในส่วนต่างค่าเบี้ยประกัน และอื่นๆ อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม

จึงเรียนมาเพื่อขอความเป็นธรรม ได้โปรดพิจารณาดำเนินการเพื่อให้ผู้ประกอบอาชีพขับรับจ้างผ่านแอพพลิเคชั่น ซึ่งเป็นอาชีพสุจริต และเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ สามารถมีโอกาสประกอบอาชีพนี้ได้โดยถูกกฎหมายต่อไป

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อผู้ประสานงาน
ศิริวิชช์ ทองคำ (เบลล์) 
0628918989

 

avatar of the starter
Sirivich Thongkumผู้เริ่มต้นแคมเปญรณรงค์

113

ผู้ลงชื่อสนับสนุนล่าสุด:
ไกรสร แดงปุ่ร และคนอื่นๆ อีก 19 คนได้ร่วมลงชื่อเมื่อเร็วๆ นี้

ประเด็นรณรงค์

ขอเชิญผู้ประกอบอาชีพขับรถยนต์รับจ้างและรถจักรยานยนต์รับจ้างผ่านแอพพลิเคชั่น  ผู้โดยสาร และประชาชนทั่วไป ร่วมลงชื่อร้องทุกข์ต่อรัฐบาล กรมการขนส่งทางบก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและเอกชน  กรณีการ จดทะเบียนรถรับจ้างผ่านแอพพลิเคชั่นออนไลน์ รย.17 และ รย.18


ข้อเท็จจริงและที่มาของปัญหา

ตามที่ทางภาครัฐ โดยกรมขนส่งทางบก และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ดำเนินการกวดขันให้รถยนต์รับจ้างและรถจักรยานยนต์รับจ้างผ่านแอพพลิเคชั่น ต้องนำรถไปดำเนินการจดทะเบียนรถรับจ้างผ่านแอพพลิเคชั่น หรือ รย.17 (รถจักรยานยนต์) และ รย.18 (รถยนต์) รวมทั้งให้ทำใบอนุญาตขับรถสาธารณะ ตลอดจนได้มีการตั้งด่านจับปรับอย่างเข้มงวดนับตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม 2568 ที่ผ่านมานั้น

จากการสำรวจความเห็นและข้อเท็จจริงพบว่า ทางผู้ประกอบอาชีพขับรถยนต์รับจ้างและรถจักรยานยนต์รับจ้างผ่านแอพพลิเคชั่น ส่วนใหญ่มีความประสงค์จะดำเนินการให้ถูกกฎหมาย ทั้งการทำใบอนุญาตขับรถสาธารณะ และการนำรถไปจดทะเบียน รย.17 (รถจักรยานยนต์) และ รย.18 (รถยนต์) แต่ส่วนใหญ่ยังไม่สามารถทำได้ เนื่องจากประสบปัญหาและอุปสรรคหลายประการ โดยในด้านหลักๆ ได้แก่

     1. รถไม่ใช่ชื่อของตนเอง และ/หรือติดภาระผ่อนชำระ เมื่อติดต่อขอยืมเล่มจดทะเบียนไปดำเนินการจดทะเบียน ทางบริษัทสินเชื่อ (ไฟแนนซ์) บางแห่งไม่อนุญาตหรืออนุญาตแต่มีเงื่อนไข เช่น 

          - ต้องผ่อนชำระให้ครบ 12 งวดก่อนจึงจะอนุญาตให้นำเล่มไปจดทะเบียนได้ ทำให้ผู้ประกอบอาชีพฯ หลายรายไม่สามารถนำรถไปจดทะเบียนได้ 

          - ต้องซื้อประกันชั้น 1 สำหรับรถสาธารณะ ซึ่งปัจจุบันยังคงมีราคาที่สูงมาก

          - ต้องจ่ายค่าธรรมเนียม (ไม่ใช่ค่ามัดจำยืมเล่ม และไม่ได้คืน) ในอัตราที่สูง บางบริษัทเรียกเก็บเป็นจำนวนหลายหมื่นบาท และต้องจ่ายเป็นเงินสด ไม่สามารถนำไปเฉลี่ยรวมกับค่างวดเดิมได้

          ฯลฯ

     2. ในกรณีการทำใบอนุญาตขับรถสาธารณะ มีขั้นตอนที่ใช้เวลาค่อนข้างนาน ประกอบกับที่ผ่านมาได้ผู้ประกอบอาชีพฯ ได้เข้าไปยื่นความจำนงเป็นจำนวนมาก ทำให้การดำเนินการยิ่งต้องใช้เวลารอคอยยาวนานออกไปอีก

ด้วยปัญหาและอุปสรรค 2 ข้อหลักดังกล่าว ทำให้ปัจจุบันผู้ประกอบอาชีพขับรถรับจ้างผ่านแอพพลิเคชั่นจำนวนมากที่มีเจตนาและมีความต้องการดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายหรือกฎระเบียบของกรมขนส่งทางบก ไม่สามารถดำเนินการได้ แต่การกวดขันและจับปรับโดยภาครัฐได้เกิดขึ้นแล้วอย่างต่อเนื่อง และมีการปรับสูงสุดในอัตราที่สูงมาก (ไม่จด รย.17, รย.18 ปรับ 2,000 บาท ไม่มีใบขับขี่สาธารณะ ปรับ 2,000 บาท) ซึ่งสวนทางกับสภาพเศรษฐกิจที่ฝืดเคือง และรายได้จากการรับงาน 

นอกจากนั้นยังพบว่า มีหลายฝ่ายได้แสดงความไม่เห็นด้วยกับแนวทางการบังคับให้จด รย.17 (รถจักรยานยนต์) และ รย.18 (รถยนต์) เนื่องจากหากเจตนารมณ์ที่แท้จริงของการออกกฎหมายฉบับนี้ มีขึ้นเพื่อจัดระเบียบกำกับควบคุมรถรับจ้างผ่านแอพพลิเคชั่น เพื่อการจัดเก็บภาษีรายได้จากการประกอบอาชีพ เพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพผู้โดยสารและผู้ขับขี่ ก็ยังมีแนวทางอื่นที่รัฐสามารถกำกับควบคุมได้ 

ทั้งนี้ ยังไม่นับว่า การให้บริการรถรับจ้างผ่านแอพพลิเคชั่นโดยเอกชนในปัจจุบันเอง ก็ได้มีการกำกับควบคุมอย่างค่อนข้างเข้มงวดมากอยู่แล้ว ทั้งการยืนยันอัตราค่าโดยสาร ยืนยันตัวรถ ตัวผู้ขับขี่ ที่จะต้องตรงกับที่ลงทะเบียนไว้ในระบบ และผู้ขับขี่จะต้องสแกน (scan) ใบหน้าผ่านทางระบบแอพพลิเคชั่นแบบเรียลไทม์ (real time) ก่อนเปิดรับงาน (เปิด online) ทุกครั้ง  

นอกจากนั้นยังมีระบบติดตามการเดินทางรับส่งผู้โดยสาร (GPS) จนถึงจุดหมายปลายทาง  มีระบบการให้คะแนน ระบบแจ้งเหตุ ระบบร้องเรียน ซึ่งมีความเข้มงวดอย่างมาก โดยหากผู้ขับขี่ไม่ปฏิบัติตามก็จะถูกลงโทษตั้งแต่พักงาน ไปจนถึงถูกปิดระบบไม่สามารถรับงานได้อีกต่อไป และหากมีการกระทำความผิดทางอาญาก็สามารถชี้ตัวผู้ก่อเหตุ ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่และ/หรือผู้โดยสารได้  อีกทั้งในส่วนของ “ประวัติอาชญากรรม” ในบางแอพพลิเคชั่นก็ได้วางกฎเกณฑ์สำคัญ ให้ผู้สมัครขับขี่ทุกคนจะต้อง “ตรวจประวัติอาชญากรรม” ก่อน หากไม่ผ่านก็จะไม่สามารถผ่านเกณฑ์การสมัคร โดยไม่มีข้อยกเว้น  

มาตรการและกลไกความปลอดภัยเหล่านี้เองที่เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผู้โดยสาร “เลือก” ที่จะใช้บริการรถรับจ้างผ่านแอพพลิเคชั่น  และหน่วยงานภาครัฐสามารถนำเอาแนวทางรักษาความปลอดภัยเหล่านี้มาใช้หรือร่วมปรับปรุงพัฒนาให้ดีขึ้นได้ โดยไม่ต้องบังคับจด รย.17 (รถจักรยานยนต์) และ รย.18 (รถยนต์) ซึ่งมีปัญหาและอุปสรรคค่อนข้างมาก จนทำให้ผู้ประกอบอาชีพจำนวนมากไม่สามารถดำเนินการได้

นอกจากนั้น อีกข้อเท็จจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือ ผู้ประกอบอาชีพขับรถรับจ้างผ่านแอพพลิเคชั่นจำนวนมาก หรืออาจจะเป็นส่วนใหญ่ ไม่ได้ประกอบอาชีพนี้แบบเต็มเวลา แต่ทำเป็นรายได้เสริม หลายคนขับเฉพาะเวลาหลังเลิกงานหรือวันหยุด เพื่อนำรายได้เสริมนี้ไปจุนเจือครอบครัวในภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำ การนำรถไปจดทะเบียนเป็นรถรับจ้างสาธารณะจึงเป็นการลงทุนที่สูงเกินไป เมื่อเทียบกับการใช้งานรถเพื่อทำงานนี้ และรายได้ที่แต่ละคนได้รับ

ข้อเรียกร้อง

ผู้ประกอบอาชีพขับรถยนต์รับจ้างและรถจักรยานยนต์รับจ้างผ่านแอพพลิเคชั่น  และประชาชนผู้เล็งเห็นปัญหา ตามรายชื่อด้านล่างนี้ จึงขอวิงวอนมายังรัฐบาล กรมการขนส่งทางบก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและเอกชน ได้โปรดพิจารณาดำเนินการ ดังต่อไปนี้ 

ก. ข้อเรียกร้องในระยะเร่งด่วน เฉพาะหน้า

     1. ขอให้หน่วยงานภาครัฐ แจ้งขอความร่วมมือไปยังบริษัทสินเชื่อ ให้ปรับเปลี่ยนเงื่อนไข รวมถึงค่าธรรมเนียม สำหรับการดำเนินการจด รย.17 และ รย.18 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับบริษัทสินเชื่อ เช่น ค่ามัดจำเล่ม ค่าธรรมเนียม การกำหนดดอกเบี้ย และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้ประกอบอาชีพฯ ซึ่งเป็นผู้บริโภค สามารถนำรถไปจดทะเบียน รย.17 และ รย.18 ให้ถูกต้องเป็นไปตามกฎหมายและกฎระเบียบของกรมขนส่งทางบก ได้โดยเร็ว

     2. ขอให้หน่วยงานภาครัฐ แจ้งขอความร่วมมือไปยังบริษัทประกันภัย ให้ออกผลิตภัณฑ์ประกันภัยชั้น 1 สำหรับรถยนต์รับจ้างและรถจักรยานยนต์รับจ้างผ่านแอพพลิเคชั่น โดยคิดค่าเบี้ยประกันภัยในอัตราที่เหมาะสมและเป็นธรรม เช่น สูงกว่า ประกันภัยชั้น 1 รถส่วนบุคคล ไม่เกิน 5-10% เนื่องจากรถยนต์รับจ้างและรถจักรยานยนต์รับจ้างผ่านแอพพลิเคชั่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถยนต์ ส่วนใหญ่ไม่ใช่รถสาธารณะ 100% แต่เป็นรถกึ่งส่วนบุคคล ผู้ประกอบอาชีพฯ จำนวนมากทำงานนี้แบบพาร์ทไทม์ และงานที่รับคือการรับผ่านทางแอพพลิเคชั่นเท่านั้น ผู้โดยสารไม่สามารถโบกเรียกข้างทางได้เหมือนรถแท็กซี่

     3. ขอให้หน่วยงานกรมขนส่งทางบกและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้โปรดมีคำสั่งผ่อนผันการจับปรับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านนี้ ควรใช้แนวทางว่ากล่าวตักเตือนก่อน เพราะยิ่งดำเนินการจับปรับมีมากเท่าไหร่ ยอดปรับสูงมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งรังแต่จะตัดโอกาสของผู้ที่ถูกจับปรับในการจะนำรถไปจดทะเบียนให้ยิ่งลดน้อยลงไปอีก เนื่องจากไม่มีค่าใช้จ่ายเพียงพอจะดำเนินการได้

ข. ข้อเรียกร้องในระดับนโยบาย

     1. ขอให้หน่วยงานภาครัฐ เร่งพิจารณาหาแนวทางอื่น ที่สามารถทำให้ผู้ที่ไม่สามารถ ไม่มีความพร้อมในการจด รย.17 และ รย.18 สามารถประกอบอาชีพขับรถรับจ้างผ่านแอพพลิเคชั่นได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย  เนื่องจากหากเจตนารมณ์ที่แท้จริงของภาครัฐ คือเพื่อจัดระเบียบกำกับควบคุมรถรับจ้างผ่านแอพพลิเคชั่น เพื่อการจัดเก็บภาษีรายได้จากการประกอบอาชีพ เพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพผู้โดยสารและผู้ขับขี่ ก็ยังมีแนวทางอื่นที่รัฐสามารถกำกับควบคุมได้ ดังที่ได้ยกตัวอย่างไปแล้ว

     2. เมื่อภาครัฐดำเนินการตามข้อ 1 แล้วเสร็จ จะต้องมีมาตรการในการชดเชยให้แก่ผู้ที่ดำเนินการจด รย.17 และ รย.18 ไปก่อนหน้า ไม่ว่าจะเป็นการชดเชยค่าดำเนินการ ชดเชยหรือลดหย่อนในส่วนต่างค่าเบี้ยประกัน และอื่นๆ อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม

จึงเรียนมาเพื่อขอความเป็นธรรม ได้โปรดพิจารณาดำเนินการเพื่อให้ผู้ประกอบอาชีพขับรับจ้างผ่านแอพพลิเคชั่น ซึ่งเป็นอาชีพสุจริต และเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ สามารถมีโอกาสประกอบอาชีพนี้ได้โดยถูกกฎหมายต่อไป

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อผู้ประสานงาน
ศิริวิชช์ ทองคำ (เบลล์) 
0628918989

 

avatar of the starter
Sirivich Thongkumผู้เริ่มต้นแคมเปญรณรงค์

ผู้มีอำนาจตัดสินใจ

รัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง
อัพเดทล่าสุดเกี่ยวแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 17 ตุลาคม ค.ศ. 2025 แล้ว