ให้หยุดการเผยแพร่ละครน้ำเน่า


ให้หยุดการเผยแพร่ละครน้ำเน่า
ประเด็นรณรงค์
สังคมไทยพัฒนาไปอย่างเชื่องช้ามากหรืออาจเรียกได้ว่าถอยหลังเพราะประเทศอื่นกำลังความหน้าไปได้เร็วกว่าเรา ต้นเหตุมีส่วนมาจากการมีค่านิยมแบบวัตถุนิยมและบริโภคนิยม ทำให้คนไทยไม่มุ่งคิด มุ่งสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม และการอนุรักษ์ หากแต่มุ่งเสพ มุ่งอวดซึ่งส่งผลให้ประเทศขาดบุคลการคุณภาพที่ใฝ่จะพัฒนาประเทศเพราะมัวแต่มุ่งเสพจนเบียดเบียนธรรมชาติจนเสื่อมโทรม จนกลายเป็นประเทศที่ล้าหลังเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านที่เปิดประเทศในเวลาใกล้เคียงกัน เช่น สิงคโปร์ และมาเลเซีย หรือแม้กระทั่งจีน ที่เปิดประเทศช้ากว่าเราหลายสิบปี
ประเทศไทยทุกวันนี้ตั้งอยู่ได้เพราะบุญเก่าที่ธรรมชาติและบรรพบุรุษเดิมที่ได้สร้างมา เช่นวัฒนธรรมที่นอบน้อม โอบอ้อมอารี ความเป็นผู้มีศีลมีธรรม มีจิตใจกว้าง มีการเบียดเบียนกันน้อย ผืนดินที่อุดมสมบูรณ์ ดินฟ้าอากาศที่เหมาะแก่เกษตรกรรม ทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ เช่นทะเล สัตว์น้ำ และพันธุ์พืชต่างๆ สิ่งเหล่านี้กำลังถูกทำลายด้วยมือคนไทยที่มีค่านิยมมุ่งบริโภค มุ่งเสพ มุ่งอวด และค่านิยมเหล่านี้ผมเชื่อว่าสื่อทางโทรทัศน์มีอิทธิพลต่อกลุ่มผู้เสพมากที่สุด จึงอยากจะขอความร่วมมือทุกท่านที่เห็นโทษของสื่อเหล่านี้ ช่วยกันออกเสียงไปถึง คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อให้ผู้ผลิตละครต่างๆผลิตงานละครเพื่อสร้างค่านิยมที่ดีให้กับสังคมไทย แทนละครน้ำเน่าโดยอ้างการเผยแพร่ว่าเป็นการสะท้อนสังคม ซึ่งผู้เขียนเห็นว่าละครไทยนั้นสะท้อนสังคมมากนานมากพอเป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว ก็ไม่ได้ทำให้สัมคมของเราจะมีค่านิยมที่ดีขึ้นเลย หากแต่กลับเป็นทาสของการเสพบริโภค และการอวดมั่งอวดมีจนส่งผลให้กลุ่มคนที่อ่อนแอทางจิตใจและความคิดในสังคมนั้น มุ่งหาเสพซึ่งวัตถุต่างๆ โดยการกระทำที่ไม่ชอบเช่น การปล้น การลักทรัพย์ การค้าประเวณีของเด็กนักศึกษา การทำพุทธพานิชของผู้ที่อ้างตนว่าเป็นสาวกของพระพุทธเจ้าเพื่อสนองกิเลสส่วนตัว การโกงกินของนักการเมืองจนแทบจะทำให้ประเทศชาติล้มละลาย การละเมิดกฏหมายของนายทุนจนทำให้เกิดมลพิษอย่างหนักในชุมชนต่างๆ ปัญหาเด็กตีกัน และอื่นๆอีกมากที่มาจากเสพสื่อซ้ำๆจนมีผลในทางจิตวิทยา
ผู้เขียนคิดว่าถึงเวลาแล้วที่เราน่าจะต้องหยุดและเปลี่ยนค่านิยมกันใหม่ ร่วมกันสร้างสรรค์สังคมที่น่าอยู่เพื่อลูกหลานในรุ่นต่อๆไปของเรา ให้เขายังสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข อย่าให้พวกเขาเหล่านั้นนึกถึงเราที่เขาเรียกว่าเป็นผู้ใหญ่ในรุ่นปัจจุบันนี้ว่าเป็นผู้สร้างมรดกทางมลภาวะและเป็นผู้ทำลายโลกเลย ผู้เขียนเชื่อว่าเราสามารถเปลี่ยนได้หากเราเริ่มที่จะ Change! ร่วมใจกันเรียกร้องหาสื่อที่มุ่งเน้นการสร้างสรรค์นวัตกรรม เน้นการอนุรักษ์ธรรมชาติ เชิดชูคนดีมีศีลธรรมมุ่งเน้นประโยชน์ส่วนรวม ไม่ขวนขวานเพียงเพื่อสุขส่วนตัว สนับสนุนการเป็นอยู่ที่ไม่ฟุ้มเฟ้อ ส่งเสริมการศึกษาพระธรรมคำสอนมากกว่าการครอบครองวัตถุมงคล การรักนวลสงวนตัวมีคู่ครองคนเดียว ให้สิ่งดีงามทั้งหลายที่เคยมีอยู่ในสัมคมไทยเมื่อ 50 ปีก่อนกลับมา (ส่วนการเอารัดเอาเปรียบทางเพศและค่านิยมงมงายให้ทิ้งไป) และสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ที่เรายังช้ากว่าประเทศมหาอำนาจนับ 100 ปีให้เกิดขึ้น โดยเริ่มที่การเลือกเสพสื่อเพื่อสร้างค่านิยมใหม่
https://www.facebook.com/photo.php?v=424762607638917&set=vb.194317064025702&type=2&theater

ประเด็นรณรงค์
สังคมไทยพัฒนาไปอย่างเชื่องช้ามากหรืออาจเรียกได้ว่าถอยหลังเพราะประเทศอื่นกำลังความหน้าไปได้เร็วกว่าเรา ต้นเหตุมีส่วนมาจากการมีค่านิยมแบบวัตถุนิยมและบริโภคนิยม ทำให้คนไทยไม่มุ่งคิด มุ่งสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม และการอนุรักษ์ หากแต่มุ่งเสพ มุ่งอวดซึ่งส่งผลให้ประเทศขาดบุคลการคุณภาพที่ใฝ่จะพัฒนาประเทศเพราะมัวแต่มุ่งเสพจนเบียดเบียนธรรมชาติจนเสื่อมโทรม จนกลายเป็นประเทศที่ล้าหลังเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านที่เปิดประเทศในเวลาใกล้เคียงกัน เช่น สิงคโปร์ และมาเลเซีย หรือแม้กระทั่งจีน ที่เปิดประเทศช้ากว่าเราหลายสิบปี
ประเทศไทยทุกวันนี้ตั้งอยู่ได้เพราะบุญเก่าที่ธรรมชาติและบรรพบุรุษเดิมที่ได้สร้างมา เช่นวัฒนธรรมที่นอบน้อม โอบอ้อมอารี ความเป็นผู้มีศีลมีธรรม มีจิตใจกว้าง มีการเบียดเบียนกันน้อย ผืนดินที่อุดมสมบูรณ์ ดินฟ้าอากาศที่เหมาะแก่เกษตรกรรม ทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ เช่นทะเล สัตว์น้ำ และพันธุ์พืชต่างๆ สิ่งเหล่านี้กำลังถูกทำลายด้วยมือคนไทยที่มีค่านิยมมุ่งบริโภค มุ่งเสพ มุ่งอวด และค่านิยมเหล่านี้ผมเชื่อว่าสื่อทางโทรทัศน์มีอิทธิพลต่อกลุ่มผู้เสพมากที่สุด จึงอยากจะขอความร่วมมือทุกท่านที่เห็นโทษของสื่อเหล่านี้ ช่วยกันออกเสียงไปถึง คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อให้ผู้ผลิตละครต่างๆผลิตงานละครเพื่อสร้างค่านิยมที่ดีให้กับสังคมไทย แทนละครน้ำเน่าโดยอ้างการเผยแพร่ว่าเป็นการสะท้อนสังคม ซึ่งผู้เขียนเห็นว่าละครไทยนั้นสะท้อนสังคมมากนานมากพอเป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว ก็ไม่ได้ทำให้สัมคมของเราจะมีค่านิยมที่ดีขึ้นเลย หากแต่กลับเป็นทาสของการเสพบริโภค และการอวดมั่งอวดมีจนส่งผลให้กลุ่มคนที่อ่อนแอทางจิตใจและความคิดในสังคมนั้น มุ่งหาเสพซึ่งวัตถุต่างๆ โดยการกระทำที่ไม่ชอบเช่น การปล้น การลักทรัพย์ การค้าประเวณีของเด็กนักศึกษา การทำพุทธพานิชของผู้ที่อ้างตนว่าเป็นสาวกของพระพุทธเจ้าเพื่อสนองกิเลสส่วนตัว การโกงกินของนักการเมืองจนแทบจะทำให้ประเทศชาติล้มละลาย การละเมิดกฏหมายของนายทุนจนทำให้เกิดมลพิษอย่างหนักในชุมชนต่างๆ ปัญหาเด็กตีกัน และอื่นๆอีกมากที่มาจากเสพสื่อซ้ำๆจนมีผลในทางจิตวิทยา
ผู้เขียนคิดว่าถึงเวลาแล้วที่เราน่าจะต้องหยุดและเปลี่ยนค่านิยมกันใหม่ ร่วมกันสร้างสรรค์สังคมที่น่าอยู่เพื่อลูกหลานในรุ่นต่อๆไปของเรา ให้เขายังสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข อย่าให้พวกเขาเหล่านั้นนึกถึงเราที่เขาเรียกว่าเป็นผู้ใหญ่ในรุ่นปัจจุบันนี้ว่าเป็นผู้สร้างมรดกทางมลภาวะและเป็นผู้ทำลายโลกเลย ผู้เขียนเชื่อว่าเราสามารถเปลี่ยนได้หากเราเริ่มที่จะ Change! ร่วมใจกันเรียกร้องหาสื่อที่มุ่งเน้นการสร้างสรรค์นวัตกรรม เน้นการอนุรักษ์ธรรมชาติ เชิดชูคนดีมีศีลธรรมมุ่งเน้นประโยชน์ส่วนรวม ไม่ขวนขวานเพียงเพื่อสุขส่วนตัว สนับสนุนการเป็นอยู่ที่ไม่ฟุ้มเฟ้อ ส่งเสริมการศึกษาพระธรรมคำสอนมากกว่าการครอบครองวัตถุมงคล การรักนวลสงวนตัวมีคู่ครองคนเดียว ให้สิ่งดีงามทั้งหลายที่เคยมีอยู่ในสัมคมไทยเมื่อ 50 ปีก่อนกลับมา (ส่วนการเอารัดเอาเปรียบทางเพศและค่านิยมงมงายให้ทิ้งไป) และสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ที่เรายังช้ากว่าประเทศมหาอำนาจนับ 100 ปีให้เกิดขึ้น โดยเริ่มที่การเลือกเสพสื่อเพื่อสร้างค่านิยมใหม่
https://www.facebook.com/photo.php?v=424762607638917&set=vb.194317064025702&type=2&theater

ปิดแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 19 สิงหาคม ค.ศ. 2013 แล้ว