ภวัต หิรัณย์ภณBangkok, Thailand
Dec 12, 2025

เคลื่อนไหวทำกิจกรรมที่ห้างสยามพารากอน ใส่เสื้อครอปท็อปหรือเสื้อเอวลอย เขียนข้อความบนเนื้อตัวร่างกายมีคำว่า “ยกเลิก 112” “ปฏิรูปสถาบัน” “ไอบ้ากาม” ยืนทำกิจกรรมที่หน้าร้าน SIRIVANNAVARI มีสมาชิกพูดว่า ‘ร้านของลูกเรา’

 

คดีมีปัญหาว่าจำเลยทั้งห้ากระทำผิดตามฟ้องหรือไม่

 

วิเคราะห์พยานหลักฐานของโจทก์ เห็นว่าพยานเบิกความเป็นลำดับเชื่อมโยงกันมีความน่าเชื่อถือ ผู้ร้องทุกข์ ว่าที่ ร.ต.นรินทร์ ศักดิ์เจริญชัยกุล ได้เข้าไปร้องทุกข์ไม่กี่วันหลังเกิดเหตุ พร้อมมอบคลิปเหตุการณ์ให้แก่พนักงานสอบสวน ทั้งพยานไม่มีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยจึงสามารถรับฟังได้

 

พนักงานรักษาความปลอดภัยของห้าง, นวพร และชาญชัย ประชาชนที่เข้าโต้แย้งกับกลุ่มนักกิจกรรม ซึ่งเป็นประจักษ์พยาน ต่างเบิกความทำนองเดียวกันยืนยันว่าจำเลยทั้งห้าคือกลุ่มนักเคลื่อนไหวในวันเกิดเหตุ โดยพนักงานรักษาความปลอดภัยติดตามกลุ่มจำเลยทั้งก่อนและขณะทำกิจกรรม ได้แจ้งกับจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ว่าไม่อนุญาตให้จัดกิจกรรมและได้ห้ามปราม 

 

นวพรและชาญชัยเป็นประชาชนที่เข้าไปโต้เถียงกับจำเลยหลายนาที เชื่อว่าพยานทั้งสองจำหน้าจำเลยได้ นอกจากนี้พยานปากกัญจ์บงกชและพนักงานรักษาความปลอดภัยอีกรายได้ชี้ตัวจำเลยถูก ไม่พบว่าพยานทั้งห้ามีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลย ไม่ได้เบิกความเพื่อปรักปรำจำเลย สอดคล้องกับคำให้การที่เคยให้ไว้ในชั้นสอบสวน

 

ที่จำเลยที่ 4 ต่อสู้เรื่องสถานที่ว่าไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ เห็นว่ามีพยานหลายปากเบิกความทำนองเดียวกันยืนยันว่าจำเลยอยู่กับกลุ่มนักเคลื่อนไหวและมีการพูดว่าทรงพระเจริญ อีกทั้งจำเลยที่ 4 ไม่ได้ให้การกับพนักงานสอบสวนเรื่องถิ่นที่อยู่ แม้จะสามารถกล่าวอ้างได้ในชั้นนั้น แต่มาอ้างในชั้นศาล จึงเป็นการกล่าวอ้างในภายหลัง

 

ที่จำเลยที่ 4 อ้างว่าโจทก์ฟ้องจำเลยผิดคนอ้างว่าในพยานหลักฐานระบุว่าจำเลยที่ 4 อายุ 17 ปีเศษ แต่เมื่อพิจารณาตามคำฟ้องระบุว่าจำเลยที่ 4 อายุ 36 ปี และตามเอกสารท้ายฟ้องมีเลขบัตรประชาชนทะเบียนราษฎรตรงกันกับจำเลยที่ 4 ข้อต่อสู้นี้จึงฟังไม่ขึ้น เป็นการกล่าวอ้างลอย ๆ 

 

ในความรู้สึกประชาชนทั่วไป มีความรักและเชิดชูสถาบันกษัตริย์มาอย่างยาวนาน ไม่มีใครก้าวล่วงเบื้องพระยุคบาท และมีการบัญญัติไว้ในมาตรา 6 ของรัฐธรรมนูญ “องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้”

 

จำเลยที่ 1 แสดงตน เป็นรัชกาลที่ 10 เนื่องจากพูดหน้าร้าน SIRIVANNAVARI ว่า ‘ร้านของลูกเรา’ ซึ่งร้านดังกล่าวสินค้าภายในร้านถูกออกแบบโดยเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี พระราชธิดาของรัชกาลที่ 10 จำเลยที่ 2 แสดงตนเป็นพระราชินี จำเลยที่ 3 แสดงตนเป็นข้าราชบริวาร และจำเลยที่ 4 เป็นประชาชนที่มาเข้าเฝ้าเนื่องจากมีการพูดคำว่า ทรงพระเจริญ ซึ่งเป็นคำถวายพระพร 

 

ประกอบกับคำเบิกความของพยานผู้เชี่ยวชาญ ตรีดาว อภัยวงศ์, กิตติพงศ์ กมลธรรมวงศ์ และอานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ เบิกความตรงกันว่าการกระทำของจำเลยมุ่งหมายถึงรัชกาลที่ 10 เป็นการด้อยค่าทำให้พระองค์ได้รับความเสื่อมเสีย

 

พิพากษาว่าจำเลยทั้ง 5 มีความผิด มาตรา 112 ประกอบมาตรา 83 จำคุกจำเลยทั้ง 5 คนละ 3 ปี ส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อของจำเลยที่ 1 ที่ 2 และ ที่ 5 เห็นว่ายังไม่มีคำพิพากษาในคดีของศาลอาญา จึงไม่อาจนับโทษต่อได้ ยกคำขอ

 

.

 

หลังฟังคำพิพากษาภวัตถอดวิกผมเผยให้เห็นว่าเธอเพิ่งโกนผมไม่นานนี้และฝากทรัพย์สินให้กับเพื่อนที่มาร่วมให้กำลังใจ ก่อนจะถูกนำตัวไปขังที่ห้องขังใต้ถุนศาลระหว่างรอคำสั่งประกันตัวระหว่างอุทธรณ์

 

ต่อมา เวลา 13.00 น. ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำสั่งให้ประกันตัวโดยใช้หลักทรัพย์ 300,000 บาท ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากกองทุนราษฎรประสงค์ พร้อมกำหนดเงื่อนไข ห้ามกระทำผิดซ้ำในลักษณะเดิมเดียวกับคดีนี้ และห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตจากศาล

Copy link
WhatsApp
Facebook
Nextdoor
Email
X