

JUSTICE:"คดีจะหมดอายุความแล้ว เราต้องจับมือกัน ต้องกล้า อยากรู้ว่ายังมีไหม ควายุติธรรม สำหรับชาวบ้านอย่างเรา จะสู้ได้ไหม จนวินาทีสุดท้าย เราไม่อยากให้ดูว่าเราเป็นคนผิด คนอื่นมองว่าเราผิดที่ไปชุมนุม อยากลบล้างสิ่งนี้ด้วยความยุติธรรมครั้งนี้"
ความรู้สึกของครอบผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ จากเหตุการณ์สลายการชุมนุมหน้า สภ.ตากใบ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 23 ต.ค.2547 ที่อยากเห็นความยุติธรรมที่รอคอยมา 20 ปี จึงตัดสินใจยื่นฟ้องก่อนคดีจะหมดอายุความในวันที่ 25 ต.ค.2567 นี้
"อยากเห็นหน้าเขา อยากรู้ว่าเขาจะพูดยังไง บางคนเป้นถึง สส.แล้ว เป็นผู้แทนประชาชน ควรมาแสดงสปิริต ถ้าเราสู้คดี ถ้าเราชนะ เราก็อยากเป็นตัวอย่างให้กับคนข้างหลังว่าไม่ควรทำแบบนี้กับเรา หรือลูกหลานเราด้วยวิธีการแบบนี้อีก"
นางแมะ วานิ บอกถึงความคาดหวังที่จะเห็นความยุติธรรมที่จะเกิดขึ้น เพราะการตัดสินใจยื่นฟ้อง เป็นการสู้สุดทางแล้ว
"คดีจะหมดอายุความแล้ว เราต้องจับมือกัน ต้องกล้า อยากรู้ว่ายังมีไหม คยามยุติธรรม ยังรอความหวังว่าชาวบ้านอย่างเรามีไหม สู้ได้ไหม จนวินาทีสุดท้าย เราไม่อยากให้ดูว่าเราเป็นคนผิด คนอื่นมองว่าเราผิดที่ไปชุมนุม อยากลบล้างสิ่งนี้ด้วยความยุติธรรมครั้งนี้"
นางแมะ ยังคงคิดถึงสามี ซึ่งเสียชีวิตไปเมื่อ 20 ปีก่อน และรำลึกถึงในทุกๆวัน ที่มองเห็นสามีได้จากกูโบร์หน้าบ้าน
นางแมะ ยังจำภาพของนายมะรอฮิม มากะ สามี ที่ขณะนั้นอายุ 43 ปี ในสภาพที่เสียชีวิตแล้ว มีร่องรอยของฟันหัก และถูกยิง คาดว่าจะมาจากการสลายการชุมนุม ก่อนจะพบว่าเสียชีวิตที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร หลังขาดอากาศหายใจจากการเคลื่อนย้ายในรถบรรทุกที่ถูกให้นอนซ้อนกัน เธอเสียใจมาก เพราะขณะนั้นลูกชายสองคนยังเล็ก คนที่สองอายุเพียง 7 ขวบ ไม่อยากเรียนหนังสือ เธอต้องเป็นเสาหลักของครอบครัว ทั้งกรีดยาง จนมาเปิดร้านขายของ แม้จะได้เงินค่าเยียวยา แต่ไม่เพียงพอกับการดูแลครอบครัวในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ที่ลูกชายคนโตพิการ และเวลายาวนานพอ ที่วันนี้ลูกชายคนเล็กอายุ 27 ปี และมีหลานอีก 1 คน
เหลือเวลาอีก 2 วัน ยังจับกุมใครไม่ได้
รายงาน : ฐปณีย์ เอียดศรีไชย
#TheReporters #เดอะรีพอร์ตเตอร์ #ตากใบ #คดีตากใบ