Petition updateRequesting the UN to investigate human rights violations of the Thai governmentเมื่อผลลัพธ์คือการเอาชนะประชาชน
ภวัต หิรัณย์ภณBangkok, Thailand
Aug 19, 2021

“End state”
เมื่อผลลัพธ์สุดท้ายคือการเอาชนะประชาชน?

ในวันฟ้าหม่นครึ้มฟ้าครึ้มฝนของปี ทุกๆเช้าที่ตื่นมาเลื่อนดูข่าวในมือถือนอกจากข่าวสถานการณ์โควิดที่น่าหดหู่แล้ว คงหนีไม่พ้นข่าวที่น่าวิตกยิ่งกว่าอย่าง”การชุมนุม”และ”การควบคุมฝูงชน”

ภาพเจ้าหน้าที่ในชุดสีเข้มระดมยิงกระสุนยาง แก๊สน้ำตา วิ่งไล่ตีกลุ่มผู้ชุมนุม สลับกับภาพผู้ชุมนุมตอบโต้เจ้าหน้าที่ด้วยอาวุธแสวงเครื่องที่พอจะหาได้เช่น หนังสติ๊ก หรือโล่ทำมือ ตัดมาที่ภาพชายวัยกลางคนในชุดกากีระยับไปด้วยเครื่องหมายสีเงิน ออกมายืนหน้าไมด์พูดซ้ำๆว่า “เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย” และ”เป็นไปตามหลักสากล”

ไม่ว่าคุณจะเห็นด้วยกับการชุมนุมหรือไม่ แต่ถ้ามองด้วยตาก็คงจะเห็นแล้วว่า ภาพเหตุการณ์ต่างๆช่างห่างไกลกับ”ความสงบเรียบร้อย”โดยสิ้นเชิงแน่นอน

แล้วมันเป็นไปตาม”หลักสากล”จริงๆหรือ?

ประเทศไทยได้ accession เข้าร่วมเป็นภาคีกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง(ICCPR) ตั้งแต่ 29 ตุลาคม พ.ศ.2539 อ้างอิงจากแผนการดูแลการชุมนุมสาธารณะฯ ปี 2558 ซึ่งยังบังคับใช้อยู่ถึงปัจจุบัน

นั่นหมายความว่า ถ้าปฏิบัติตาม”หลักสากล” เราจะไม่เห็นภาพการยิงกระสุนยางใส่”กลุ่ม”ผู้ชุมนุม แต่จะยิงเฉพาะผู้ก่อเหตุให้หยุดยั้งโดยยิงเฉพาะบริเวณช่วงล่างของลำตัว จะไม่มีภาพการยิงกระสุนยางจากที่สูงเช่นสะพานลอยหรือทางด่วน จะไม่มีภาพการยิงแก๊สน้ำตาใส่กลุ่มผู้ชุมนุมที่ไม่มีอาวุธ จะไม่มีภาพการวิ่งไล่ตี ผลักรถมอเตอร์ไซด์ของผู้ชุมนุมที่กำลังถอยกลับ

เมื่อพูดถึง”หลักสากล”มักจะมีคนบางกลุ่มนำสถานการณ์ชุมนุมไปเปรียบเทียบกับประเทศแม่แบบ”หลักสากล”อย่างสหรัฐอเมริกาทันที

“สหรัฐเขาปราบปรามรุนแรงกว่านี้อีก”
“ดูสิม๊อบบุกทำเนียบของเขามีคนตายตั้ง 5 คน”

ถ้าคุณเกิดความคิดแบบนี้ขึ้นมา ผมอยากให้ไปดูภาพการชุมนุมและลำดับขั้นการใช้มาตรการควบคุมผู้ชุมนุมสหรัฐ ในเคส capitol riot นี้

เช้าวันที่ 6 มกรา 2021 ผู้ชุมนุมได้รวมตัวหน้า White House ผู้ชุมนุมบางส่วนพกพาอาวุธปืนมาด้วย จนถึงเวลาประมาณบ่ายโมงครึ่งหลังจาก นาย Trump กล่าวสุนทรพจน์ว่า “We fight. We fight like hell and if you don't fight like hell, you're not going to have a country anymore. So let's walk down Pennsylvania Avenue." ผู้ชุมนุมเริ่มการบุกเข้าสู่ White House ทันทีมีการขว้างแท่งเหล็กใส่ตำรวจควบคุมฝูงชนและผลักรั้วกั้น ถ้าใครได้ติดตามภาพข่าวขณะนั้นจะเห็นว่า ตำรวจควบคุมฝูงชนทำแค่”ผลักรั้วกลับและใช้ OC spray ฉีดใส่ผู้ที่ผลักรั้ว”เท่านั้น หลังจากนั้นประมาณ 15 นาที ผู้ชุมนุมที่มีจำนวนมากกว่าผ่านแนวรั้วได้สำเร็จและมุ่งสู่ประตู White House ภาพข่าวที่ออกมา ตำรวจควบคุมฝูงชน”ใช้โล่และกระบอง”ผลักดันไม่ให้ผู้ชุมนุมผ่านประตู แต่ครึ่งชั่วโมงต่อมาผู้ชุมนุมก็อ้อมไปบุกเข้าทางหน้าต่างแทน ทำให้ผู้ชุมนุมเกือบเข้าประชิดตัว นาย Mike Pance รองประธานาธิบดีในขณะนั้นทันที ทำให้ Capitol Officer หรือตำรวจสภาต้องเข้าขวางผู้ชุมนุมติดอาวุธที่ข่มขู่ว่าจะนำตัว นาย Mike ไปแขวนคอ ต่อมาตำรวจสภาสามารถหลอกล่อผู้ชุมนุมไปทางอื่นจน นาย Mike สามารถไปถึงที่ปลอดภัย ในเวลาใกล้เคียงกัน นาย James P. McGovern ประธานกรรมาธิการสภา ถูกพบโดยกลุ่มผู้ชุมนุมที่บุกเข้ามาในสภาในขณะที่กำลังไปยังที่ปลอดภัย ทำให้นาย James ต้องหลบในห้อง house chamber ภายใต้การคุ้มครองของตำรวจสภา แต่ผู้ชุมนุมที่รู้ที่หลบภัยพยายามพังประตูเข้าไป ทำให้ตำรวจสภาต้องแจ้งเตือนว่าจะใช้อาวุธปืนหลายครั้งก่อน จนกระทั่งเหตุการณ์จบลงด้วยการเสียชีวิตของผู้บุกรุกในที่สุด

ถ้าเราถอดลำดับเหตุการณ์ด้านบนออกมาจะเห็นได้ชัดว่า เราต้องแยก”การควบคุมฝูงชน”ของชุดควบคุมฝูงชนกับ”การปกป้องชีวิตของบุคคลสำคัญ”ของตำรวจสภาออกจากกัน

“ชุดควบคุมฝูงชน”จะทำหน้าที่”ระงับเหตุ” ไม่ให้รุกลามบานปลาย ไม่ก่อความรุนแรงเกินความจำเป็น และไม่ทำให้อันตรายถึงแก่ชีวิต ในขณะที่”ตำรวจสภา”ที่มีหน้าที่”ปกป้องบุคคลสำคัญ”โดยตรงก็จะปฏิบัติตามมาตรการป้องกันบุคคลสำคัญ และจะไม่ใช้มาตรการตอบโต้จนถึงแก่ชีวิตจนกว่านอกจากเหตุสุดวิสัยต่อให้อันตรายใกล้ถึงตัวบุคคลสำคัญ แต่ยังสามารถคลี่คลายด้วยวิธีอื่นได้ ก็จะไม่ใช้อาวุธจนถึงแก่ชีวิต

คงจะพอเปรียบเทียบได้แล้วนะครับว่า“หลักสากล”หน้าตาเป็นอย่างไร

เมื่อเข้าใจตรงกันแล้ว เราต้องกลับมาเริ่มตั้งคำถามกันได้แล้วนะครับว่า การที่ภาพการควบคุมฝูงชนของประเทศเราไม่ได้นำไปสู่”การระงับเหตุ” แต่กลับเป็นการพยายาม”รบแตกหัก”ไล่ล่าจับกุมผู้ชุมนุมนั้น เป็นไปเพื่อ “end state” หรือผลลัพธ์สุดท้ายตามเจตนารมณ์ผู้สั่งการอย่างไร ท่านๆต้องการให้มันเกิดอะไรขึ้น?

ประชาชนที่สิ้นหวังกำลังส่งเสียงไปให้ถึงผู้มีอำนาจ เขาไม่ได้ต้องการมาต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ เขาไม่ได้ต้องการคู่ขัดแย้งเพิ่ม การที่ท่านเอาตำรวจหนุ่มๆที่ไม่ได้บ่มเพาะหลักการและการจัดการอารมณ์จนช่ำชอง ลงไปทำงานที่กดดันแบบนี้ ท่านๆกำลังคาดหวังอะไรอยู่?

ท่ามกลางสถานการณ์ที่เปราะบางเช่นนี้ ผู้ที่จะต้องเป็นหลักเป็นการและเป็นคนลดแรงต้านได้มากที่สุดก็คือเจ้าหน้าที่ที่ยืนอยู่ตรงกลางความขัดแย้ง การสั่งการใดๆควรจะคำนึงถึงประชาชนให้มากที่สุด ลดความรุนแรงระหว่างกันให้มากที่สุด

นอกจากว่าท่านๆทั้งหลาย จะคาดหวังผลลัพธ์อย่างอื่นที่ไม่ใช่ความสงบ...

อ้างอิง : แผนการดูแลการชุมนุมสาธารณะฯ ปี 2558 http://demonstration.police.go.th/plan.pdf
: International Covenant on Civil and Political Rights(ICCPR) https://www.ohchr.org/en/professionalinterest/pages/ccpr.aspx

Copy link
WhatsApp
Facebook
Nextdoor
Email
X