

จดหมายจาก ตี้ ราษฎรเอ้ย - The People
วันนี้เป็นวันหนึ่งที่หนูมีโอกาสได้อ่านคำฟ้อง ซึ่งในเอกสารนั้นมีคำปราศัย ที่ทำให้หนูโดนคดีที่นี่ มีประโยคหนึ่งที่ไม่เข้าข่ายเลย ก่อนหน้านั้นได้เกิดเหตุการณ์ที่แยกเกียกกาย หนูเล่าเหตุการณ์วันนั้นว่ามีเด็กอายุ 16-17-18 ถูกยิงต่อหน้าต่อตา วันนึงถ้ามีคนมาตายต่อหน้าคุณ หรือเจ็บตัว คุณจะไม่โกรธเลยเหรอ? จะไม่ช่วยเหลือเขาเลยเหรอ? ประโยคนี้เป็นการเรียกร้องความเป็นธรรมให้น้องๆ เหล่านั้น เราพร้อมเป็นพยาน และเราเห็นเหตุการณ์เหล่านั้น เราแค่ตีแผ่ความจริงสู่สังคม และแทบไม่มีสื่อไหนเลยกล้าลงว่ามี น้องๆ อายุเท่านี้ถูกยิง มีแต่ตีแผ่ว่า ม็อบเราเป็นม็อบที่รุนแรง โดยไม่ได้คำนึงว่า ที่ผ่านมาเราเป็นม็อบที่ถูกกระทำมาโดยตลอด นี่คือความรุนแรงครั้งแรก ที่เด็กอย่างหนูรับไม่ได้ ที่รับไม่ได้หนักกว่าคือการจับตัวคนยิงไม่ได้ ไม่มีการพยายามตามหาตัวคนร้าย ฝั่งเราไม่ได้รับความเป็นธรรมใดๆ นี่คือสิ่งที่ทำให้หนูโกรธและคิดว่า ถ้าไม่มีใครกล้าพูด กล้าเรียกร้อง เดี๋ยวหนูออกมาเรียกร้องให้เอง มันควรจะหมดยุคที่ปิดหูปิดตาประชาชน เอาความดีเข้าตัวได้แล้ว มันควรจะเป็นยุคที่ประชาชนรับรู้ความเป็นจริง และให้เขาตัดสินด้วยใจของเขาไม่ใช่ข้อมูลแค่ด้านเดียว
มันพิสูจน์ ให้หนูได้เห็นว่า ที่พี่ๆน้องๆทุกคนพูดมาตลอดเป็นความจริง เราถูกปิดหูปิดตามาตลอดหลายปี ขนาดในยุคนี้ ที่เข้าถึงข้อมูลได้ง่าย ยังมีความพยายามบิดเบือนขนาดนี้ แล้วในอดีตเล่า คนเหล่านี้ต้องทนกับอะไรบ้าง ยุคที่ Social ยังเข้าไม่ถึงขนาดนั้น ต้องมีคนอีกกี่ร้อยกี่พันคน ที่ต้องมาตาย และไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะการปกปิดข้อมูล บิดเบือนข่าวสาร ให้ประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรม หนูจะไม่ยอมให้เกิดสิ่งนี้อีกแล้ว หนูจึงกล้าที่จะพูด และตลกดี ที่เป็นหนึ่งในข้อความที่โดน ม.112
มันก็พิสูจน์ ในสิ่งที่หนูเข้าใจ ว่าใครกัน เป็นคนชักใยอยู่เบื้องหลังสิ่งเหล่านี้ เพราะหากไม่ใช่หนู คงไม่โดนคดี เพราะหากไม่ใช่คงมีเหตุผลที่มาโต้แย้ง เพราะหากสิ่งที่ หนูพูดมันไม่ใช่ หนูคงไม่ต้องมานั่งอยู่ในเรือนจำ และคุยกับทนายตรงหน้าหนู สิ่งที่หนูพูดเลยวันนี้ คนที่อ่าน อยากให้วิเคราะห์ด้วยตัวของท่านเอง และไม่ต้องถามว่า สิ่งที่หนูสู้อยู่ สู้กับอะไร เพื่ออะไร และพยายามจะเปลี่ยนอะไร ถ้าติดตามมาตลอด จะรู้ว่า เราต้องสู้และเปลี่ยนมันทั้งหมด ทั้งระบบอำนาจ มาเฟีย และเพื่อประเทศไทย ได้รับประชาธิปไตยเต็มใบ ไม่ใช่ครึ่งใบอย่างที่พวกเราเห็นกัน
ตี้พะเยา เรือนจำหญิงธนบุรี
05/05/64