ยืนยันการรณรงค์ได้ประสบความสำเร็จ

เรียกร้องให้สิทธิประกันตัว 'รินดา' ผู้ต้องหาในคดีโพสต์(ต่อ) 'พล.อ.ประยุทธ์' โอนเงินไปสิงคโปร์

การรณรงค์ที่เกิดได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง โดยมีผู้สนับสนุนจำนวน662คน


จากกรณีศาลทหารไม่อนุญาตให้ประกันตัว ‘รินดา’ แม่เลี้ยงเดี่ยว ที่มีลูกสาวและลูกชายวัย13 และ 7 ปี ซึ่งเธอตกเป็นผู้ต้องหาในคดีโพสต์(ต่อ)ในเฟซบุ๊ก กล่าวหา พล.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และภรรยาโอนเงินไปสิงคโปร์หมื่นล้าน แม้ตำรวจจะไม่ได้คัดค้านการประกันตัว และเธอเองก็ยืนเงินสด 100,000 บาทเป็นหลักทรัพย์ในการประกันตัวแล้วก็ตาม

โดยศาลทหารให้เหตุผลว่าหากปล่อยชั่วคราวอาจเป็นอุปสรรคหรือก่อให้เกิดความเสียหายแก่การสอบสวน จึงไม่อนุญาต

สำหรับ ‘รินดา’  เธอถูกเจ้าหน้าที่ทหารนอกเครื่องแบบบุกจับกุมที่บ้านพักจังหวัดปทุมธานีเมื่อวันที่ 8 ก.ค.ไปควบคุมตัวที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ 1 คืนก่อนนำส่งกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ในวันต่อมา ตำรวจแจ้งข้อหาว่าว่า ‘รินดา’ กระทำความผิดโพสต์ข้อความดังกล่าวในเฟซบุ๊ก วันที่ 6 ก.ค.เวลา 06.41 น. มีความผิด 3 ข้อหา คือ  มาตรา 14(2) พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ,มาตรา 116 ประมวลกฎหมายอาญา กระทำให้ปรากฎแก่ประชาชน ด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีอื่น อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญหรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริตเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบให้เกิดในราชอาณาจักร โทษจำคุกสูงสุด 7 ปี , มาตรา 348 ประมวลกฎหมายอาญา แกล้งบอกเล่าความเท็จให้เลื่องลือจนเป็นเหตุให้ประชาชนตื่นตกใจ (อ่านรายละเอียดที่ : http://prachatai.org/journal/2015/07/60289)

เราเห็นว่า

1.     การโพสต์ต่อของเธอเบา ไม่กระทบความมั่นคง : สิ่งที่เธอโพสต์ต่อดังกล่าวนอกจากจะไม่ร้ายแรงหรือกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ เนื่องจากขณะนี้(19.00 น. 10 ก.ค.58)ข้อความที่เธอโพสต์ต่อดังกล่าวมีผู้แชร์ต่อเพียง 50 แชร์และ 50 ไลค์เท่านั้นแล้ว ซึ่งถือว่ามีผู้รับรู้น้อยมาก รัฐเองก็มีเครื่องมืออื่นการแก้ปัญหา เช่น การชี้แจงต่อสื่อมวลชนเพื่อสร้างความเข้าใจต่อสาธารณะชนได้

2.     พลเรือนต้องไม่ขึ้นศาลทหาร : การนำพลเรือนขึ้นศาลทหารนั้นเป็นสิ่งที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ (ชั่วคราว) พ.ศ.2557 มาตรา 4 ที่ระบุว่า "ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพและความเสมอภาค บรรดาที่ชนชาวไทยเคยได้รับการคุ้มครองตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและตามพันธกรณีระหว่างประเทศที่ประเทศไทยมีอยู่แล้ว ย่อมได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญนี้"

เนื่องจาก  "พันธกรณีระหว่างประเทศ" ที่ระบุไว้ย่อมหมายถึงตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ข้อ 14 (5) ที่ไทยได้ให้พันธกรณีไว้ ก็ระบุว่า “บุคคลทุกคนที่ต้องคำพิพากษาลงโทษในความผิดอาญา ย่อมมีสิทธิที่จะให้คณะตุลาการระดับ เหนือขึ้นไปพิจารณาทบทวนการลงโทษและคำพิพากษาโดยเป็นไปตามกฎหมาย” หรือ สิทธิที่จะอุทธรณ์การลงโทษ นั่นเอง ซึ่งศาลทหารไม่ได้รับสิทธิดังกล่าว

3.     การไม่ให้สิทธิการปล่อยตัวชั่วคราวหรือการประกันตัว นอกจากขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนแล้ว ยังทำลายหลักประกันความยุติธรรมอีก เพราะเป็นการลงโทษผู้ต้องหาก่อนมีการพิพากษาและยังเป็นการตัดโอกาส ลดทอนความสามารถในการต่อสู้คดีของผู้ถูกกล่าวหา เราอาจไม่สามารถรู้ได้เลยว่าผู้ต้องหาที่ถูกขังอยู่หากเธอจะแพ้คดี แพ้เพราะเธอทำผิดจริงหรือแพ้เพราะเธอถูกทำให้ด้อยความสามารถในการสู้คดีเนื่องจากถูกขังอยู่

ดังนั้นเราจึงขอเรียกร้องดังนี้

1.     ยุติการดำเนินคดีกับคุณรินดา

2.     ยุติการนำพลเรือนขึ้นศาลทหาร

3.     หรือขั้นต่ำสุดคือให้คุณรินดาได้สิทธิในการประกันตัว

#เราคือเพื่อนกัน



Tewarit กำลังรอให้คุณช่วย

Tewarit Maneechay อยากให้คุณช่วยสนับสนุนแคมเปญ«ให้สิทธิประกันตัว 'รินดา' ผู้ต้องหาในคดีโพสต์(ต่อ) 'พล.อ.ประยุทธ์' โอนเงินไปสิงคโปร์» คุณสามารถร่วมกับ Tewarit และผู้สนับสนุนคนอื่นๆ อีก 661 คน ได้แล้วตอนนี้เลย