

เป็นที่ทราบกันดีว่าวัคซีนไฟเซอร์ล็อต 1.5 ล้านโดส รวมทั้งล็อตที่ปรากฎบนแผ่นป้าย “นายอนุทิน ชาญวีรกูล มอบวัคซีน Pfizer ให้กับบุคลากรทางการแพทย์” เป็นไฟเซอร์ล็อตบริจาคสหรัฐอเมริกา ไม่ใช่วัคซีนที่ได้จากการจัดหาของรัฐแต่อย่างใด จึงไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นผลงานอันน่าภูมิใจของรัฐในการบริหารจัดการวัคซีน
อีกทั้งหากในอนาคต รัฐมีความสามารถจัดหาวัคซีน mRNA เข้ามาให้ประชาชนฉีดได้ ผลงานนั้นย่อมไม่ใช่ของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หากเป็นการทำหน้าที่ตามปกติของรัฐ ข้อความในแผ่นป้ายดังกล่าวไม่ว่าจัดทำโดยบุคคลหรือหน่วยงานใด โดยความตั้งใจหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จึงไม่ควรหลงลืมความจริงอันเรียบง่ายว่ารัฐมีหน้าที่รับใช้ประชาชนและเงินที่ใช้ซื้อวัคซีนมาจากภาษีของประชาชนไทยทุกคน
นอกจากการให้ความสำคัญอย่างผิดฝาผิดตัวดังกล่าว เรายังได้รับการแจ้งข้อมูลจากบุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศ ที่ชวนให้ตั้งคำถามถึงความจริงใจและความโปร่งใสในการกระจายวัคซีนล็อตนี้ ในหลายพฤติการณ์ดังนี้
- โรงพยาบาลจัดสรรโควต้าวัคซีนไม่เพียงพอต่อจำนวนบุคลากรที่ผ่านเกณฑ์การได้รับไฟเซอร์โดยอ้างเหตุผลว่าโรงพยาบาลไม่ได้รับการจัดสรรวัคซีนอย่างเพียงพอ
- โรงพยาบาลยืนยันว่าบุคลากรจะได้รับวัคซีนไฟเซอร์เป็นเข็มกระตุ้น (booster dose) หลังได้วัคซีน Sinovac สองเข็มเท่านั้น ซึ่งเป็นการอ้างเกณฑ์ที่เป็นมติชั่วคราว โดยไม่ปรับให้เข้ากับเกณฑ์ที่เป็นทางการหรือเกณฑ์ล่าสุด
- ปรากฎผู้ได้ฉีดไฟเซอร์เป็นบุคลากรในโรงพยาบาลจริง แต่ไม่ใช่บุคลากรที่ต้องทำงานด่านหน้าหรือดูแลคนไข้โดยตรง
- โรงพยาบาลอ้างว่ามีวัคซีนไฟเซอร์จำกัด ต้องใช้วิธีจัดสรรโดยลำดับความเสี่ยงของบุคลากรฯ ด่านหน้า เช่นแพทย์และพยาบาล แต่ละคนจากมากไปน้อย ทั้งๆ ที่บุคลากรด่านหน้าฯ เหล่านี้โอกาสติดเชื้อไม่ต่างกัน และไม่มีสิ่งใดการันตีได้ว่าการจัดสรรลำดับความสำคัญนั้นเป็นไปอย่างยุติธรรม
- โรงพยาบาลไม่จัดสรรไฟเซอร์ให้บุคลากรฯ ที่เข้าเกณฑ์ ต่อเมื่อบุคลากรฯ รวมตัวกันแล้วเอาประกาศเกณฑ์การจัดสรรไปยืนยัน โรงพยาบาลจึงยินยอมให้ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ได้
ด้วยการกระจายวัคซีนไฟเซอร์ล็อตบริจาคในลักษณะดังกล่าว ส่งผลให้ บุคลากรทางการแพทย์จำนวนมากที่ต้องการวัคซีนที่มีประสิทธิภาพดีกว่าในการรับมือกับโควิด-19 สายพันธุ์เดลต้าจึงไม่อาจเข้าถึงวัคซีนได้ อีกทั้งยังกระทบต่อระบบสาธารณสุขโดยรวม นับตั้งแต่เกิดวิกฤตโควิดบุคลากรฯ ด่านหน้า ได้ติดเชื้อไปแล้วนับหลายพันรายส่งผลต่อศักยภาพในการดูแลคนไข้
หมอไม่ทนขอตั้งคำถามต่อการกระจายวัคซีนไฟเซอร์ในครั้งนี้ว่าเหตุใดบุคลากรทางการแพทย์หลายท่านจึงไม่ได้รับการจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ ทำไมพวกเราจึงต้องจับไม้สั้นไม้ยาวเพื่อเข้าถึงวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ เพื่อจะต่อเวลาในการทำงานช่วยเหลือผู้ติดเชื้อได้ต่อ? โควต้าของบุคลากรทางการแพทย์หายไปไหน? เหตุใดหลายที่จึงยังให้ไฟเซอร์เป็นเพียงเข็มกระตุ้นเท่านั้น? อีกทั้งการจัดสรรเช่นนี้จะต้องได้รับการตรวจสอบหรือแก้ไขให้ถูกต้องและยึดหลักเกณฑ์อย่างเคร่งครัดอย่างไร?
พวกเราเหนื่อยกันมามากแล้ว ในเวลานี้บุคลากรทางการแพทย์ขอเพียงความโปร่งใสและเป็นธรรม
หมอไม่ทน
หมายเหตุ: หมอไม่ทน ขอร่วมลงชื่อสนับสนุนการนำ mRNA มาเป็นวัคซีนหลักทาง change.org/vaccinewetrust และร่วมจับตามองการกระจายวัคซีนครั้งนี้ ด้วยการแจ้งเบาะแสมายัง “แบบรับรายงานความผิดปกติในการกระจายวัคซีน” ซึ่งจัดทำโดยสมาพันธ์นิสิตนักศึกษาแพทย์นานาชาติแห่งประเทศไทย” ทาง https://forms.gle/trR5fLZHXQHWEHVB9 หรือส่งอีเมลมาที่ mormaithon@protonmail.com หากท่านพบเห็นหรือทราบข้อมูลการได้วัคซีนมาอย่างไม่ถูกต้อง