1. เรื่อง แยกขยะ ชีวิตบวก+ Go Green
2. สรุปสาระสำคัญ และเป้าหมายของงาน
เป้าหมาย: เพื่อแก้ไขวิกฤติขยะที่ไม่เป็นระบบซึ่งส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสิ่งแวดล้อม แหล่งน้ำ พื้นที่ธรรมชาติ และสัตว์ป่า โดยมุ่งสรรค์สร้างสังคมที่สะอาดและสีเขียว (Go Green) เพื่ออนาคตที่ดีของลูกหลาน ควบคู่ไปกับการวางรากฐานสู่ทิศทาง "พลังงานสะอาด" ในอนาคต
สาระสำคัญ: ขับเคลื่อนผ่านการรณรงค์ให้ประชาชนร่วมลงลายมือชื่อสนับสนุน (ซึ่งปัจจุบันมีการใช้สิทธิเข้าชื่อเสนอกฎหมายผ่านแพลตฟอร์ม (Change.org) โดยนำเสนอแนวทางจัดการขยะ 2 วิธี ได้แก่
1. การใช้ถุงขยะแยกประเภทจากรัฐ พร้อมให้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีเป็นแรงจูงใจ (ซึ่งจะมอบให้กรมสรรพสามิตเป็นหน่วยงานหลักในการบริหารจัดการ)
2. รัฐพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อให้บริการรถรับซื้อขยะรีไซเคิลถึงบ้านผ่านแอปพลิเคชัน
3. ความรู้ ความสามารถที่แสดงถึงศักยภาพการบริหารจัดการ
• การบริหารจัดการเชิงนโยบายและกฎหมาย: มีความสามารถในการผลักดันนโยบายสาธารณะ โดยใช้กระบวนการประชาธิปไตยผ่าน "การเข้าชื่อเสนอกฎหมายของประชาชน" เพื่อสร้างความชอบธรรมและพลังทางสังคม
• การประยุกต์ใช้เครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ (Tax Incentive): นำกลไกการลดหย่อนภาษีมาใช้จูงใจให้ประชาชนคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งสอดคล้องกับศักยภาพและภารกิจของ กรมสรรพสามิต ที่จะเข้ามาเป็นเจ้าภาพ
• การบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ: มีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาแพลตฟอร์มหรือแอปพลิเคชันเพื่อจัดการระบบขนส่ง (รถรับซื้อขยะ) ให้เข้าถึงหน้าบ้านประชาชน
4. ประโยชน์ที่ส่วนราชการได้รับ
• ขับเคลื่อนนโยบายสิ่งแวดล้อมและพลังงาน: ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและประหยัดพลังงานที่ต้องใช้ในการผลิตวัตถุดิบใหม่ ซึ่งเป็นก้าวสำคัญที่หน่วยงานรัฐสามารถนำไปต่อยอดสู่นโยบายพลังงานสะอาดได้
• ลดภาระการจัดการขยะของท้องถิ่น: ช่วยลดปริมาณขยะที่จะถูกนำไปฝังกลบ ลดปัญหาขยะตกค้าง และลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ในชุมชน ทำให้บ้านเมืองสะอาดขึ้น
• ยกระดับบทบาทหน่วยงาน: กรมสรรพสามิตจะได้ขยายบทบาทในการบริหารจัดการภาษีเพื่อสิ่งแวดล้อม (Environmental Tax) อย่างเป็นรูปธรรม
5. ผลสำเร็จของงาน (เชิงปริมาณ/คุณภาพ)
• เชิงปริมาณ: ปัจจุบันแคมเปญรณรงค์ประสบความสำเร็จในการรวบรวมรายชื่อผู้สนับสนุนได้แล้วถึง 1,090 ท่าน ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ (ข้อมูล https://c.org/6vmGtGYG4q และในอนาคตจะสามารถวัดผลได้จากการลดจำนวนขยะที่ถูกนำไปฝังกลบ
• เชิงคุณภาพ: ประชาชนเกิด "นิสัยรักษ์โลก" และมีวินัยคัดแยกขยะอย่างจริงจังเพราะมีแรงจูงใจที่เป็นรูปธรรม สามารถเปลี่ยนขยะเป็นเงินสดหรือแต้มสะสมเพื่อเป็นรายได้เสริม ได้รับความรู้ในการคัดแยกขยะให้ได้ราคาดี และได้รับความสะดวกสบายโดยไม่ต้องขนย้ายขยะเอง
6. การนำไปใช้ประโยชน์
• ประชาชนสามารถใช้แอปพลิเคชันเรียกรถรับซื้อขยะเพื่อเปลี่ยนของเหลือใช้ (เช่น พลาสติก เศษเหล็ก กระดาษ) ให้กลายเป็นเงินสดได้ทันที
• นำขยะที่ผ่านการคัดแยกอย่างดีไปเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล ซึ่งวัสดุเหล่านี้สามารถนำไปสนับสนุนอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดหรือเศรษฐกิจหมุนเวียนต่อไป
• ผู้ที่ซื้อถุงแยกประเภทขยะจากรัฐและแยกขยะอย่างถูกต้อง สามารถนำไปใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีประจำปีได้
7. ข้อเสนอแนะ
• ควรเร่งผลักดันร่างกฎหมายที่มาจากการเข้าชื่อของประชาชน เพื่อมอบหมายให้ กรมสรรพสามิต เป็นหน่วยงานเจ้าภาพในการบริหารจัดการนโยบาย และการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี ลดหย่อนภาษีประจำปีได้ จากการซื้อถุงแยกประเภทขยะจากรัฐ
• ภาครัฐควรเข้ามาสนับสนุนให้ถุงแยกประเภทมีความทนทาน รีไซเคิลได้ และมีราคาย่อมเยา
• รัฐควรเร่งพัฒนาแพลตฟอร์มกลางสำหรับเรียกรถรับซื้อขยะถึงบ้านให้ใช้งานได้จริง
• ควรเดินหน้าแคมเปญรณรงค์และกระจายลิงก์ (https://c.org/6vmGtGYG4q ต่อไป เพื่อเพิ่มจำนวนผู้ลงชื่อสนับสนุนให้บรรลุเป้าหมายการเสนอกฎหมายและสร้างความตระหนักรู้ในสังคม

