

ขอให้ดำเนินคดีเรียกค่าสินไหมทดแทนความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวจากบุคคลในรัฐบาลก่อน
The Issue
๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๗
เรื่อง ขอให้ดำเนินคดีเรียกค่าสินไหมทดแทนความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวจากบุคคลในรัฐบาลก่อน
กราบเรียน ฯพณฯนายกรัฐมนตรี
ตามที่คณะกรรมการตรวจสอบโครงการจำนำข้าว กระทรวงการคลัง ได้สรุปความเสียหายกว่า ๖.๘๒ แสนล้านบาท ในช่วง ๒๕๔๗-๒๕๕๖ เสนอต่อรัฐบาลแล้วนั้น ข้าพเจ้าทั้งหลายเป็นประชาชนไทย ผู้มีรายนามแนบท้ายนี้ เห็นพ้องต้องกันว่าเฉพาะในส่วนโครงการของรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ขาดทุนทางบัญชีกว่า ๕.๑๙ แสนล้านบาทนั้น มีความเสียหายอันเกิดจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงที่บรรดารัฐมนตรีในรัฐบาลก่อน และข้าราชการระดับสูงต้องร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่แผ่นดินรวมอยู่ด้วยนับแสนล้านบาท และ ฯพณฯ มีอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.๒๕๓๙ ต้องเร่งรัดดำเนินคดีตามขั้นตอนและเหตุผลโดยลำดับดังนี้
๑.รายงานของคณะกรรมการได้สรุปชัดเจนแล้วว่ามีความเสียหายเป็นตัวเงินเกิดแก่ราชการอย่างมหาศาลยิ่ง และเห็นได้ชัดเจนตั้งแต่ปีแรกที่เริ่มโครงการแล้วว่า ไม่มีทางที่รัฐจะระบายข้าวในราคารับจำนำได้เลย ความข้อนี้มีผู้ท้วงติงเป็นอันมาก ทั้ง ปปช.,สตง.,และสถาบันศึกษาวิจัยระดับชาติ แต่บรรดารัฐมนตรีในรัฐบาลกลับเพิกเฉยไม่ระงับหรือปรับแก้โครงการ ตามวิสัยที่เจ้าหน้าที่ผู้รู้จักรับผิดชอบในราชการพึงกระทำ กลับฝืนผลักดันโครงการต่อไปทั้งๆที่ตระหนักดีว่าเกิดความเสียหายแก่แผ่นดินอยู่ทุกวัน ส่วนบัญชีโครงการอันเป็นปัจจุบัน พอให้รู้ขาดทุนกำไรนั้นก็ไม่ทำ แนวโน้มราคาตลาดก็ไม่ศึกษาติดตาม เอาแต่รับจำนำขนข้าวเข้าโกดังอยู่ทุกวัน พอฝ่ายบัญชีคือรองปลัดคลังเริ่มรายงานผลว่าขาดทุนมหาศาล ก็ใช้อำนาจไปปิดปากย้ายเขาออกจากคณะกรรมการตรวจสอบ จนต่อมาในปีที่ ๓ แม้จะได้สำนึกยอมลดวงเงินจำนำและตั้งเงื่อนไขกรอบรับจำนำแต่เพียงบางส่วน ก็มิอาจจะเยียวยาความเสียหายอย่างมหาศาลที่เกิดขึ้นแล้วได้
๒.การปฏิบัติราชการแผ่นดินโดยผิดมาตรฐาน ปิดบังข้อมูลและเพิกเฉยไม่ใยดีต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นตรงหน้าอยู่ทุกวันท่ามกลางเสียงท้วงติงจากหน่วยตรวจสอบเช่นนี้ เป็นพฤติการณ์ที่รับไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง แม้นักการเมืองผู้รับผิดชอบจะอ้างว่าเป็นนโยบายรัฐบาลที่ตนมีอำนาจกระทำได้ตามสัญญาที่ให้ไว้ทั้งต่อเกษตรกรและรัฐสภาก็ตาม แต่ก็อ้างให้พ้นผิดไปไม่ได้ เพราะเป็นการใช้อำนาจที่เห็นได้ชัดแล้วว่ามีแต่จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งกรณีเช่นนี้ในทางกฎหมายละเมิดถือว่าเป็นการใช้สิทธิเกินส่วนที่ไม่อาจยกฐานความชอบธรรมใดๆมากล่าวอ้างได้เลยทั้งสิ้น
จริงอยู่แม้การปฏิบัติราชการทั่วไปย่อมอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ราชการได้เป็นธรรมดาก็ตาม แต่ในส่วนของความรับผิดนั้น ถ้าเป็นเพราะเหตุสุดวิสัย หรือเป็นความพลาดพลั้งเผอเรอตามปรกติธรรมดาแล้วก็ย่อมพอรับกันได้ แต่ถ้าถึงขั้นท้วงติงแล้วก็ยังดันทุรังกระทำการไปโดยไม่แยแสต่อความเสียหายเช่นนี้ เจ้าหน้าที่ก็ย่อมมีความรับผิดทางแพ่งผิดติดตัวขึ้นมาในทันทีในฐานประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง
๓. เจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีความรับผิดติดตัวในครั้งนี้คือรัฐมนตรีทั้งคณะกับข้าราชการระดับสูงที่เกี่ยวข้องรู้เห็นร่วมสั่งราชการด้วย ซึ่งเมื่อผู้กระทำผิดหลักเป็นเจ้าหน้าที่ระดับรัฐมนตรีอย่างนี้ พระราชบัญญัติความรับผิดฯและระเบียบสำนักนายกฯข้อ ๘,๙และ๑๐ได้กำหนดให้นายกรัฐมนตรีคือตัวฯพณฯเองมีหน้าที่ต้องสั่งแต่งตั้ง“คณะกรรมการตรวจสอบความรับผิด” ขึ้นตรวจสอบและรายงานผลต่อท่านโดยมิชักช้า อย่าให้ขาดอายุความ ๒ ปี นับแต่วันที่ได้รู้ซึ่งการละเมิด มิเช่นนั้นตัวฯพณฯเองก็จะตกเป็นผู้ต้องรับผิดแทนบุคคลเหล่านี้ในที่สุด
๔. หน้าที่ดำเนินคดีให้ผู้รับผิดชอบต้องชดใช้ความเสียหายนี้ บังเกิดขึ้นแล้วตามกฎหมายนับแต่วันที่ คณะกรรมการได้รายงานความเสียหายให้ฯพณฯได้ทราบ แม้ขณะนี้จะมีการดำเนินคดีในทางอาญาหรือในทางรัฐธรรมนูญใดๆต่อรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องก็ตาม หน้าที่นี้ก็ยังคงดำรงอยู่ ยังเร่งรัด ฯพณฯอยู่ทุกวัน ตามอายุความที่ลดน้อยลงทุกขณะโดยไม่รอข้อยุติในคดีอื่นๆเลย
๕. หน้าที่นี้เป็นหน้าที่ทางกฎหมายปกครองที่ตกแก่ผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในทุกยุคทุกสมัย ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลเลือกตั้งหรือรัฐบาลของคณะรัฐประหารก็ตาม ดังนั้นเมื่อฯพณฯตัดสินใจมารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนี้ในรัฐบาลปัจจุบัน ฯพณฯก็ต้องมีหน้าที่นี้เสมอ จะบ่ายเบี่ยงยกเอาฐานะหัวหน้าคณะรัฐประหารมาปฏิเสธหน้าที่ของตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมิได้
ท้ายนี้ ข้าพเจ้าขอย้ำว่าการเรียกร้องครั้งนี้ เป็นความเห็นทางกฎหมายที่เสนอให้ฯพณฯได้ทราบและปฏิบัติตามหน้าที่รักษาผลประโยชน์ของประชาชนเช่นข้าพเจ้าเป็นสำคัญ ไม่ข้องเกี่ยวกับฝักฝ่ายทางการเมืองใดทั้งสิ้น จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ฯพณฯจะเล็งเห็นถึงความสุจริตใจ และรับพิจารณาความเห็นนี้ตามสมควรด้วย
ขอแสดงความนับถืออย่างสูง
ลงนามผู้ร่วมสนับสนุน
.......................................... ................................................
.......................................... ................................................
The Issue
๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๗
เรื่อง ขอให้ดำเนินคดีเรียกค่าสินไหมทดแทนความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวจากบุคคลในรัฐบาลก่อน
กราบเรียน ฯพณฯนายกรัฐมนตรี
ตามที่คณะกรรมการตรวจสอบโครงการจำนำข้าว กระทรวงการคลัง ได้สรุปความเสียหายกว่า ๖.๘๒ แสนล้านบาท ในช่วง ๒๕๔๗-๒๕๕๖ เสนอต่อรัฐบาลแล้วนั้น ข้าพเจ้าทั้งหลายเป็นประชาชนไทย ผู้มีรายนามแนบท้ายนี้ เห็นพ้องต้องกันว่าเฉพาะในส่วนโครงการของรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ขาดทุนทางบัญชีกว่า ๕.๑๙ แสนล้านบาทนั้น มีความเสียหายอันเกิดจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงที่บรรดารัฐมนตรีในรัฐบาลก่อน และข้าราชการระดับสูงต้องร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่แผ่นดินรวมอยู่ด้วยนับแสนล้านบาท และ ฯพณฯ มีอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.๒๕๓๙ ต้องเร่งรัดดำเนินคดีตามขั้นตอนและเหตุผลโดยลำดับดังนี้
๑.รายงานของคณะกรรมการได้สรุปชัดเจนแล้วว่ามีความเสียหายเป็นตัวเงินเกิดแก่ราชการอย่างมหาศาลยิ่ง และเห็นได้ชัดเจนตั้งแต่ปีแรกที่เริ่มโครงการแล้วว่า ไม่มีทางที่รัฐจะระบายข้าวในราคารับจำนำได้เลย ความข้อนี้มีผู้ท้วงติงเป็นอันมาก ทั้ง ปปช.,สตง.,และสถาบันศึกษาวิจัยระดับชาติ แต่บรรดารัฐมนตรีในรัฐบาลกลับเพิกเฉยไม่ระงับหรือปรับแก้โครงการ ตามวิสัยที่เจ้าหน้าที่ผู้รู้จักรับผิดชอบในราชการพึงกระทำ กลับฝืนผลักดันโครงการต่อไปทั้งๆที่ตระหนักดีว่าเกิดความเสียหายแก่แผ่นดินอยู่ทุกวัน ส่วนบัญชีโครงการอันเป็นปัจจุบัน พอให้รู้ขาดทุนกำไรนั้นก็ไม่ทำ แนวโน้มราคาตลาดก็ไม่ศึกษาติดตาม เอาแต่รับจำนำขนข้าวเข้าโกดังอยู่ทุกวัน พอฝ่ายบัญชีคือรองปลัดคลังเริ่มรายงานผลว่าขาดทุนมหาศาล ก็ใช้อำนาจไปปิดปากย้ายเขาออกจากคณะกรรมการตรวจสอบ จนต่อมาในปีที่ ๓ แม้จะได้สำนึกยอมลดวงเงินจำนำและตั้งเงื่อนไขกรอบรับจำนำแต่เพียงบางส่วน ก็มิอาจจะเยียวยาความเสียหายอย่างมหาศาลที่เกิดขึ้นแล้วได้
๒.การปฏิบัติราชการแผ่นดินโดยผิดมาตรฐาน ปิดบังข้อมูลและเพิกเฉยไม่ใยดีต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นตรงหน้าอยู่ทุกวันท่ามกลางเสียงท้วงติงจากหน่วยตรวจสอบเช่นนี้ เป็นพฤติการณ์ที่รับไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง แม้นักการเมืองผู้รับผิดชอบจะอ้างว่าเป็นนโยบายรัฐบาลที่ตนมีอำนาจกระทำได้ตามสัญญาที่ให้ไว้ทั้งต่อเกษตรกรและรัฐสภาก็ตาม แต่ก็อ้างให้พ้นผิดไปไม่ได้ เพราะเป็นการใช้อำนาจที่เห็นได้ชัดแล้วว่ามีแต่จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งกรณีเช่นนี้ในทางกฎหมายละเมิดถือว่าเป็นการใช้สิทธิเกินส่วนที่ไม่อาจยกฐานความชอบธรรมใดๆมากล่าวอ้างได้เลยทั้งสิ้น
จริงอยู่แม้การปฏิบัติราชการทั่วไปย่อมอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ราชการได้เป็นธรรมดาก็ตาม แต่ในส่วนของความรับผิดนั้น ถ้าเป็นเพราะเหตุสุดวิสัย หรือเป็นความพลาดพลั้งเผอเรอตามปรกติธรรมดาแล้วก็ย่อมพอรับกันได้ แต่ถ้าถึงขั้นท้วงติงแล้วก็ยังดันทุรังกระทำการไปโดยไม่แยแสต่อความเสียหายเช่นนี้ เจ้าหน้าที่ก็ย่อมมีความรับผิดทางแพ่งผิดติดตัวขึ้นมาในทันทีในฐานประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง
๓. เจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีความรับผิดติดตัวในครั้งนี้คือรัฐมนตรีทั้งคณะกับข้าราชการระดับสูงที่เกี่ยวข้องรู้เห็นร่วมสั่งราชการด้วย ซึ่งเมื่อผู้กระทำผิดหลักเป็นเจ้าหน้าที่ระดับรัฐมนตรีอย่างนี้ พระราชบัญญัติความรับผิดฯและระเบียบสำนักนายกฯข้อ ๘,๙และ๑๐ได้กำหนดให้นายกรัฐมนตรีคือตัวฯพณฯเองมีหน้าที่ต้องสั่งแต่งตั้ง“คณะกรรมการตรวจสอบความรับผิด” ขึ้นตรวจสอบและรายงานผลต่อท่านโดยมิชักช้า อย่าให้ขาดอายุความ ๒ ปี นับแต่วันที่ได้รู้ซึ่งการละเมิด มิเช่นนั้นตัวฯพณฯเองก็จะตกเป็นผู้ต้องรับผิดแทนบุคคลเหล่านี้ในที่สุด
๔. หน้าที่ดำเนินคดีให้ผู้รับผิดชอบต้องชดใช้ความเสียหายนี้ บังเกิดขึ้นแล้วตามกฎหมายนับแต่วันที่ คณะกรรมการได้รายงานความเสียหายให้ฯพณฯได้ทราบ แม้ขณะนี้จะมีการดำเนินคดีในทางอาญาหรือในทางรัฐธรรมนูญใดๆต่อรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องก็ตาม หน้าที่นี้ก็ยังคงดำรงอยู่ ยังเร่งรัด ฯพณฯอยู่ทุกวัน ตามอายุความที่ลดน้อยลงทุกขณะโดยไม่รอข้อยุติในคดีอื่นๆเลย
๕. หน้าที่นี้เป็นหน้าที่ทางกฎหมายปกครองที่ตกแก่ผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในทุกยุคทุกสมัย ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลเลือกตั้งหรือรัฐบาลของคณะรัฐประหารก็ตาม ดังนั้นเมื่อฯพณฯตัดสินใจมารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนี้ในรัฐบาลปัจจุบัน ฯพณฯก็ต้องมีหน้าที่นี้เสมอ จะบ่ายเบี่ยงยกเอาฐานะหัวหน้าคณะรัฐประหารมาปฏิเสธหน้าที่ของตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมิได้
ท้ายนี้ ข้าพเจ้าขอย้ำว่าการเรียกร้องครั้งนี้ เป็นความเห็นทางกฎหมายที่เสนอให้ฯพณฯได้ทราบและปฏิบัติตามหน้าที่รักษาผลประโยชน์ของประชาชนเช่นข้าพเจ้าเป็นสำคัญ ไม่ข้องเกี่ยวกับฝักฝ่ายทางการเมืองใดทั้งสิ้น จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ฯพณฯจะเล็งเห็นถึงความสุจริตใจ และรับพิจารณาความเห็นนี้ตามสมควรด้วย
ขอแสดงความนับถืออย่างสูง
ลงนามผู้ร่วมสนับสนุน
.......................................... ................................................
.......................................... ................................................
The Decision Makers
Petition Updates
Share this petition
Petition created on November 26, 2014