Mise à jour sur la pétitionสนับสนุนมติให้ยกเลิกการใช้สารฆ่าหญ้าพาราควอต สารฆ่าแมลงคลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซตมีทางเลือกมากมายในการกำจัดวัชพืช โดยไม่ง้อพาราควอต

เครือข่ายสนับสนุนการแบนสารพิษที่มีอันตรายร้ายแรง

25 sept. 2017
กลุ่มสนับสนุนการใช้พาราควอท อ้างว่าการแบนพาราควอทจะกระทบต่อเกษตรกร ต้นทุนจะเพิ่มขึ้นรวม 70,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นเรื่องเหลวไหล การแบนพาราควอทต่างหากจะทำให้ต้นภาคเกษตรลดลง สามารถแข่งขันกับตลาดโลกที่มีแนวโน้มต่อต้านการใช้สารพิษร้ายแรงเพิ่มขึ้น เกษตรกรปลอดภัยมากขึ้น
• งานวิจัยของคณะเกษตรและสถาบันวิจัยและพัฒนา ม. เกษตรฯ กำแพงแสนในปี 2555 พบว่าวิธีการควบคุมวัชพืชที่มีต้นทุนต่ำที่สุด คือ การใช้จอบหมุนติดท้ายรถแทรกเตอร์ 24 แรงม้ากำจัดวัชพืชระหว่างแถวอ้อย และใช้วิธีนี้ร่วมกับการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ทำให้อ้อยขายได้ราคาดี รวมทั้งการปลูกถั่วพุ่มแซมระหว่างแถวอ้อยช่วยควบคุมวัชพืชทดแทนการใช้สารเคมีกำจัดวัชพืชได้
(นาตยา กาฬภักดี และ อรรถสิทธิ์ บุญธรรม. 2555. การเปรียบเทียบวิธีการใช้ปุ๋ยและการกำจัดวัชพืชในการผลิตอ้อยอินทรีย์. แก่นเกษตร 40 ฉบับพิเศษ 3: 159-162.)
• งานวิจัยของกรมวิชาการเกษตรในปี 2551 พบว่าการใช้สารกำจัดวัชพืชพ่นหลังปลูกอ้อย 45 วัน ของศูนย์วิจัยพืชไร่นครราชสีมาไม่สามารถควบคุมวัชพืชได้ และการใช้พาราควอตให้ผลผลิตอ้อยต่ำกว่าการกำจัดวัชพืชโดยวิธีอื่น ส่วนการใช้จอบหมุนติดท้ายรถไถเดินตาม รวมทั้งจอบหมุนติดท้ายรถแทรคเตอร์ให้ผลผลิตอ้อยสูงกว่าการใช้สารกำจัดวัชพืช เช่นเดียวกับพื้นที่ของศูนย์วิจัยพืชไร่สุพรรณบุรี พบว่าการใช้จอบหมุนติดท้ายรถไถเดินตาม ทำให้อ้อยมีผลผลิตสูงกว่าการใช้สารกำจัดวัชพืช ทั้งแปลงที่ให้น้ำและไม่ให้น้ำ
(ตรียนัย ตุงคะเสน อรรถสิทธิ์ บุญธรรม วีรวัฒน์ นิลรัตนคุณ และเบญจมาศ คำสืบ. วิจัยหาวิธีการกำจัดวัชพืชหลังอ้อยงอกที่เหมาะสมแต่ละแหล่งปลูก. กรมวิชาการเกษตร.)
• รายงานของสื่อเดอะอีสานเรคคอร์ด หลังจากสัมภาษณ์นายน้อย หาสุข ประธานกลุ่มเกษตรกรอ้อยแปลงใหญ่ บ้านโคกล่าม จ.มหาสารคาม เพื่อเปรียบเทียบระหว่างผลผลิตในไร่ซึ่งไม่ใช้พาราควอตกับไร่เพื่อนบ้านที่ยังคงใช้อยู่ พบว่าผลผลิตไม่แตกต่างกันมากนัก คือ ได้อ้อยประมาณ 20 ตันต่อไร่ หากแต่ไร่ของเพื่อนบ้านที่ใช้สารพาราควอตกำจัดวัชพืช หลังผ่านไปหลายปีกลับประสบปัญหาสภาพดินแข็ง ส่งผลให้กล้าอ้อยที่ปักลงไปมีอัตราการเจริญเติบโตที่ช้าและแห้งตายบางส่วน ปัจจุบันคนในชุมชนจึงเริ่มหันมาปลูกอ้อยด้วยวิธีการอื่นที่ไม่ใช้สารเคมี
(ดานุชัช บุญอรัญ. (19 ส.ค. 2560). ชาวไร่อ้อยหนุนเลิกใช้สารพาราควอต. เดอะ อีสานเรคคอร์ด.)
• สำหรับเกษตรกรที่ยังจำเป็นต้องใช้สารเคมีกำจัดวัชพืชนั้น กรมวิชาการเกษตรได้แนะนำให้ใช้สารกลูโฟซิเนต-แอมโมเนียมแทน และพบว่าคำแนะนำดังกล่าวของกรมวิชาการเกษตรสอดคล้องกับงานวิจัยของ UPM (Universiti Putra Malaysia) ในมาเลเซียที่พบว่า สารเคมีชนิดอื่น เช่น กลูโฟซิเนต-แอมโมเนียม และไกลโฟเซต มีประสิทธิภาพในการกำจัดวัชพืชในสวนปาล์มดีกว่าพาราควอตมาก เมื่อวัดจากตัวชี้วัดสำคัญในการกำจัดวัชพืช เช่น อัตราการตาย น้ำหนักแห้งของวัชพืช และความหนาแน่นของวัชพืช เป็นต้น งานวิจัยของ 3 มหาวิทยาลัยในอินโดนีเซียและมาเลเซียได้ข้อสรุปว่า การใช้พาราควอตมีต้นทุนสูงสุดเมื่อเปรียบเทียบกับการใช้สารอื่น 2 ชนิด
(Wahyu Wibawa, Mohd Ghazali Mohayidin, Rosli B. Mohamad,Abdul Shukor Juraimi and Dzolkhifli Omar. 2010 Efficacy and Cost-Effectiveness of Three Broad-Spectrum Herbicides to Control Weeds in Immature Oil Palm Plantation Pertanika J. Trop. Agric. Sci. 33 (2): 233 – 241.)
• งานวิจัยของกรมวิชาการเกษตรในปี 2556 พบว่าจากการทดลองใน 7 จังหวัดในมันสำปะหลังพบว่าการ ใช้สารเอส-เมโทลาคลอร์กับฟลูมิออกซาซิน (s-metolachlor+flumioxazin) และสารอะลาคลอร์กับไดยูรอน (alachlor+diuron) มีประสิทธิภาพในการควบคุมวัชพืชได้ดีมากจนถึงระยะ 60 วัน หลังใช้สารในทุกพื้นที่ที่ทำการทดลอง มากกว่าวิธีการใช้สารเดี่ยวก่อนงอก หรือการใช้พาราควอตหลังงอก
(จรรยา มณีโชติ และคณะ. 2556. การจัดการวัชพืชแบบผสมผสานในมันสำปะหลัง. รายงานผลงานวิจัยประจำปี 2556 สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร. 90-96. http://www.doa.go.th/research/attachment.php?aid=1125)
• งานวิจัยของกรมวิชาการเกษตรเรื่องวิธีจัดการวัชพืชแบบผสมผสานในอ้อยโดยลดการใช้สารกำจัดวัชพืช พบว่าการใช้สารกำจัดวัชพืชก่อนงอก เพนดิเมทาลินกับอิมาซาพิก (pendimethalin+imazapic) ร่วมกับปลูกปอเทืองที่ 30 วันหลังพ่นสารแล้วตัดปอเทืองคลุมดินที่ 50 วันหลังปลูกสามารถควบคุมวัชพืชได้ดีและระยะเวลาในการควบคุมวัชพืชยาวนาน และมีผลผลิตสูงกว่าใช้สารก่อนงอกร่วมกับพ่นพาราควอตที่ 60 วันหลังปลูก
(ปรัชญา เอกฐิน สราวุธ รุ่งเมฆารัตน์ จรรยา มณีโชติ และวิชชุพร รักสำรวจ. วิธีจัดการวัชพืชแบบผสมผสานในอ้อยโดยลดการใช้สารกำจัดวัชพืช. http://www.lib.ku.ac.th/KUCONF/2556/KC5001007.pdf)
• กรมวิชาการเกษตรวิจัยหาวิธีการกำจัดวัชพืชหลังอ้อยงอกที่เหมาะสมแต่ละแหล่งปลูก พบว่าทางเลือกหนึ่งในการกำจัดวัชพืชหลังอ้อยงอกเมื่อมีปัญหาแรงงาน เวลา และปัญหาการใช้เครื่องทุ่นแรงในระยะดินเปียกและแฉะคือใช้สารอะมีทรีน (ametryn) ซึ่งราคาถูกกว่า
พาราควอต (http://lib.doa.go.th/multim/BB01719.pdf)
• จากการสัมภาษณ์เกษตรกรของเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกในจังหวัดวยโสธรพบว่า การใช้เครื่องจักรกลขนาดเล็ก เช่น รถไถเดินตามพรวนดินและกำจัดวัชพืชในไร่มันสำปะหลังเสียค่าใช้จ่ายที่เป็นค่าแรงและค่าน้ำมันเชื้อเพลิงเพียง 60 บาท/ไร่ เท่านั้น
ดังนั้นพาราควอตนอกจากไม่ใช่คำตอบของการกำจัดวัชพืชในแง่ประสิทธิภาพและความคุ้มค่าแล้ว สารพิษนี้ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเกษตรกรและผู้ฉีดพ่น เหตุผลเดียวที่รัฐจะอนุญาตให้ใช้พาราควอตต่อคือการเอาใจกลุ่มบริษัทสารพิษยิ่งกว่าจะคำนึงถึงเกษตรกรและประเทศอย่างแท้จริง
Soutenir maintenant
Signez cette pétition
Copier le lien
Facebook
WhatsApp
X
E-mail