เครือข่ายสนับสนุนการแบนสารพิษที่มีอันตรายร้ายแรง
Sep 25, 2017
หลังจากประกาศแบนพาราควอตในรูปแบบของเหลว (AS) ซึ่งมีผลตั้งแต่กลางปี 2016 เป็นต้นมา ล่าสุดรัฐบาลจีนได้ประกาศแบนการใช้พาราควอตทุกรูปแบบในประเทศจีนแล้ว โดยจะมีผลในเดือนสิงหาคม 2020 โดยพร้อมๆกันนั้นรัฐบาลไต้หวันซึ่งประกาศแบนพาราควอตในเดือนกรกฎาคมปี 2019 ได้เร่งรัดการแบนมาเป็นปีนี้ (2017) สาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นประเทศที่ผลิตสารเคมีรายใหญ่ของโลก โดยจากการคาดการณ์ของ CCM บริษัทวิจัยด้านการตลาด ประมาณการว่าจีนมีส่วนแบ่งตลาดพาราควอตในโลกสูงถึง 80% แต่ประเทศจีนกลับมีนโยบายปกป้องผลกระทบต่อเกษตรกรและภาคเกษตรกรรมของตนโดยจำกัดการใช้พาราควอตอย่างเข้มงวด และทยอยแบนการใช้สารพิษนี้ในรูปแบบต่างๆ จนถึงห้ามใช้ทั้งหมดในที่สุด บริษัทยักษ์ใหญ่ของจีน ChemChina ได้เข้าเทคโอเวอร์บริษัทซินเจนทา ยักษ์ใหญ่เคมีเกษตรของสวิตเซอร์แลนด์เมื่อปีที่แล้ว แต่จีนยังคงเดินหน้าปฏิรูปเกษตรกรรมและการผลิตอาหารในประเทศของตนให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น โดยชดเชยการสูญเสียรายได้บางส่วนจากยอดขายสารพิษในประเทศของตน จากการส่งออกไปยังประเทศอื่นๆที่มีกฎหมายอ่อนแอกว่า และมีรัฐบาลที่เอื้ออำนวยประโยชน์ต่อบรรษัทสารพิษยิ่งไปกว่าจะคุ้มครองผลประโยชน์และความปลอดภัยของประชาชนตัวเอง จากรายงานของ CCM ระบุว่ารัฐบาลจีนเข้มงวดการผลิตสารเคมีกำจัดศัตรูพืชในประเทศของตนมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ราคาพาราควอตที่ผลิตจากประเทศจีนมีราคาสูงขึ้นตั้งแต 5-30 เปอร์เซ็นต์ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2017 ที่ผ่านมา ดังนั้นราคาพาราควอตในประเทศไทยที่มีราคาสูงขึ้น จึงเกิดขึ้นจากพ่อค้าสารพิษที่ฉวยโอกาสขึ้นราคา และแนวโน้มต้นทุนพาราควอตที่เพิ่มขึ้นจากเหตุผลข้างต้นด้วย ส่วนไต้หวันรัฐมนตรีเกษตร (Council of Agriculture) Lin Tsung-hsien (林聰賢) ได้ประกาศเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาว่า จะเร่งการแบนพาราควอตให้เร็วกว่าที่กำหนด 2 ปี กล่าวคือให้มีผลภายในปี 2017 นี้เพื่อส่งเสริมเกษตรกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.cnchemicals.com/Press/89866-China%20about%20to%20ban%20all%20sales%20and%20use%20of%20paraquat%20by%202020%20.html และ http://www.taipeitimes.com/News/taiwan/archives/2017/05/14/2003670567
Copy link
WhatsApp
Facebook
Nextdoor
Email
X