Обновление к петицииขอให้วาฬบรูด้าเป็นสัตว์สงวนจากวาฬบูรด้า ถึงนกชนหิน "ชนโป๊ก" - ผมเห็นแววว่าเป็นไปได้
ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์กรุงเทพมหานคร, Таиланд
4 окт. 2019 г.

เรื่องถึงนกชนหิน “ชนโป๊ก”

ครั้งหนึ่งผมเคยสนับสนุนครอบครัวนกเงือกของมูลนิธินกเงือกอาจารย์พิไล

หนนั้นเขาระดมทุนเพื่อให้ชาวบ้านไปดูแลรังนกเงือก โดยให้เราเลือกได้ว่าจะดูแลนกเงือกชนิดอะไร รังไหน แถมยังให้ตั้งชื่อได้ด้วย

ผมเลือกนกชนหิน เพราะจำภาพติดตาสมัยไปฮาลาบาลา ฝนตกหนักจนถึงบ่าย สุดท้ายแดดยามเย็นสาดส่อง ป่าเต็มไปด้วยไอน้ำ เมฆไม่อยู่บนฟ้า แต่เลาะเรี่ยคลอเคลียยอดไม้

และแล้วนกคู่หนึ่งร่อนผ่านมา บินข้ามหัว เสียงคนข้างตัวร้อง “ชนหิน” เป็นครั้งเดียวในชีวิตที่ผมเห็นนกชนหิน และเห็นเป็นเวลาสั้นๆ เพียงไม่กี่วินาที...

ชนหินคู่นั้นอยู่ในใจผม และทำให้ผมเลือกสนับสนุนครอบครัวนกชนหิน ยังตั้งชื่อลูกนกว่า “ชนโป๊ก”

ผมไม่ทราบว่าชนโป๊กยังมีความสุขดีหรือไม่ ? ยังสร้างครอบครัวอยู่ในป่าใหญ่ หรือหัวชนโป๊กกลายเป็นเครื่องประดับ “งาช้างสีเลือด” อยู่บนโต๊ะทำงานของคนไร้สำนึกบางคนในโลก

แต่เมื่อมีเรื่องราวจากแดนใต้ เล่าถึงภัยคุกคามที่อาจทำให้นกชนหินสูญพันธุ์ไปจากเมืองไทย

มันทำให้ผมคิดถึง “ชนโป๊ก” และเขียนเรื่องนี้ขึ้น

ขอเริ่มด้วยความสำคัญ ในเมืองไทยมีนกเงือก 13 ชนิด นกชนหินถือเป็นนกเงือกหายากที่สุดชนิดหนึ่ง มีรายงานอยู่เพียงป่าใต้ และมีปริมาณเพียง 50-80 คู่...

สิ่งที่เราต้องดูคือพวกเขาพวกเธอถูกมนุษย์คุกคามแค่ไหน? IUCN จัดให้นกชนหินอยู่ในสถานภาพ “เสี่ยงขั้นวิกฤตต่อการสูญพันธุ์” (CR – Critically Endangered)

เลยจากลำดับนี้ก็เข้าสู่การสูญพันธุ์ ไม่ต้องอนุรักษ์อะไรกันอีกแล้ว...นกชนหินถูกล่าเพื่อนำไปเป็นเครื่องประดับ “งาช้างสีเลือด” ที่ไร้สาระสุดๆ การถูกเจาะจงล่าเช่นนี้ ทำให้เกิดออเดอร์จากหลายชาติ

ปริมาณนกชนหินจึงลดลงอย่างรวดเร็ว แม้จะมีอนุสัญญาระหว่างประเทศ แต่การลักลอบของชิ้นเล็กนิดเดียวมันทำง่าย อีกทั้งราคาก็สูงจูงใจคนโลภ

แล้วเราทำอะไรได้บ้าง?

  • อันดับแรก - จัดการแหล่งขายในโซเชียล

มูลนิธิสืบฯ รายงานว่า มีการโพสต์ขายสิ่งที่เกี่ยวกับนกเงือก 236 โพสต์ในช่วง 1 ปี

ในกรณีนี้ ผมเชื่อว่าเรามีนักสืบโซเชียลที่ติดตามอย่างเข้มงวด

แต่ถ้าเพื่อนธรณ์บังเอิญเจอ แจ้งไปที่เบอร์ 1362 (สายด่วนค้าสัตว์ป่า กรมอุทยาน สัตว์ทะเลสงวน/คุ้มครองก็แจ้งเบอร์นี้ได้ครับ)

ปัญหาสำคัญคือออเดอร์เกือบทั้งหมดมาจากต่างชาติ จัดการแค่ในไทยไม่พอแน่นอน ตะโกนด่าในเฟซเป็นภาษาไทยก็ไม่สำนึกเพราะอ่านไม่ออกและคงไม่อ่าน

  • อันดับสอง - ร่วมผลักดันให้นกชนหินเป็นสัตว์สงวนลำดับที่ 20

การผลักดันโดยลงชื่อในเว็บไซต์ change.org อาจไม่ได้ผลหากไม่มีใครคอยเดินเรื่องหรือคอยดัน ผมยืนยันเพราะสมัยทำเรื่อง 4 สัตว์ทะเลสงวน ก็ต้องตามเรื่องตลอด 3 ปี หวังแค่ลงชื่อแล้วภาครัฐจะมีคนมาทำต่อ บอกได้เลยว่ายาก

แต่ในกรณีนี้ ผมเห็นแววว่าเป็นไปได้ เพราะคนสร้างแคมเปญคือมูลนิธิสืบฯ ท่านประธานมูลนิธิก็อยู่ในคณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า สามารถนำรายชื่อพวกเราไปใช้ผลักดันต่อได้

ยังมีข่าวว่ากรมอุทยานฯ ก็เริ่มพูดกันถึงเรื่องนี้...

  • อันดับสาม - สนับสนุนโดยตรงเพื่อช่วยปกป้องนกเงือก

ผมพยายามหาเฟซ “มูลนิธิศึกษาวิจัยนกเงือก” แต่มีข้อความไม่มาก จึงต้องหันกลับมาหา “มูลนิธิสืบ” ที่แอคทีฟตลอดเวลา

ผมเชื่อว่ามีคนอีกมากที่อยากสนับสนุนโดยตรง เงินบริจาค อุปกรณ์ ฯลฯ

จึงอยากให้ลองนำไปคิดและเปิดหาช่องทางที่การสนับสนุนสามารถส่งตรงไปสู่การดูแลนกชนหินได้อย่างทันท่วงที

อยากให้เป็นมากกว่าการขายเสื้อหรือขายของได้ทีละนิดละน้อย

อยากให้ไปถึงขั้น “ครอบครัวนกเงือก” ที่ครั้งหนึ่งผมเคยมีชนโป๊กเป็นสมาชิก

สนับสนุนการดูแลอย่างเข้มงวดเป็นรังๆ ละเป็นหมื่นเป็นแสนบาท

เมื่อคนล่าหวังได้เงิน เราก็ต้องเอาเงินเข้าสู้เพื่อไม่ให้ถูกล่า ไม่ได้ชอบวิธีนี้ แต่โลกสวยไม่พอที่จะส่งจิตอธิษฐานดลใจให้คนเลิกล่า

  • อันดับสี่ – สร้างความเกรงกลัว

บทลงโทษตามพรบ.สงวนคุ้มครองเก่า เป็นที่รู้กันทั่วไป และโทษเบาจนบางคนพร้อมที่จะเสี่ยง

เคราะห์ดีที่เรามีบทลงโทษตามพรบ.ฉบับใหม่ (2562) ซึ่งกำหนดโทษในการล่า/ค้า/ครอบครองสัตว์คุ้มครอง ไว้สูงถึงขั้นติดคุก 10 ปี/ปรับ 1 ล้านบาท...

การประกาศบทลงโทษให้ทราบกันทั่วไปในพื้นที่ป่านกเงือก รวมถึงในโซเชียลสำหรับผู้ค้า/ครอบครอง ฯลฯ จะเป็นการป้องปรามที่ดี

(ที่น่าสงสัยคือทำไมมีน้อยคน/น้อยสื่อมากที่บอกเล่าเรื่องราวตรงนี้ ช่วยๆ กันหน่อยนะฮะ) และถ้านกชนหินได้เป็นสัตว์สงวน บทลงโทษจะแรงขึ้นไปอีกถึงขั้น คุก 15 ปี/ปรับ 1.5 ล้าน

  • อันดับห้า – ปลูกฝังจิตสำนึก

ปัจจุบันเรามีสัตว์สงวน 19 ชนิด และสัตว์คุ้มครองบางชนิดที่ตกอยู่ในสภาพลำบากมากๆ หากเราต้องการความเปลี่ยนแปลงในระยะยาว เราน่าจะปลูกฝังเรื่องราวของสัตว์ทั้ง 19+ ชนิดเข้าไปในการศึกษา

ไม่ใช่แค่ท่องจำชื่อสัตว์ แต่ใช้สัตว์หายากเป็นตัวชูโรง ในการกล่าวถึงระบบนิเวศป่า/ทะเล การอนุรักษ์ ฯลฯ

เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะผมเชื่อว่า ดัชนีชี้วัดความสำเร็จของการดูแลธรรมชาติของไทย ส่วนหนึ่งอยู่ที่เราสามารถดูแลสัตว์ป่า/สัตว์ทะเลหายากของเราได้แค่ไหน

และทำให้ลูกหลานของเราทราบถึงคุณค่า/การคงอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน ได้แค่ไหนและอย่างไร...

  • อันดับสุดท้าย – ไลค์และแชร์

กระแสสำคัญเสมอต่อสังคมไทย โดยเฉพาะในแวดวงอนุรักษ์ธรรมชาติ

กระแสจะทำให้ผู้บริหารตื่นตัวและหันมาสนใจ สั่งการเพิ่มความเข้มงวด ฯลฯ

ยังสามารถนำมาต่อยอดได้ในส่วนต่างๆ เช่น คณะกรรมการมากหลายที่ผมอยู่ในนั้น จะพยายามนำไปพูดบอกกล่าว เพราะฉะนั้น ง่ายที่สุดสำหรับเพื่อนธรณ์ คือช่วยกันไลค์ช่วยกันแชร์เรื่องนกชนหิน ฯลฯ

แม้อาจไม่เกิดประโยชน์ต่อนกชนหินโดยตรง แต่จะเกิดประโยชน์ต่อสำนึก หันมาช่วยกันดูแลธรรมชาติ ช่วยดูแลป่า/ต้นไม้ที่เหล่านกนี้อาศัยอยู่

การดูแลนกชนหิน ดูแลสัตว์ป่า ก็กลับไปสู่การดูแลป่า กลับไปสู่เรื่องโลกร้อนที่กำลังเป็นกระแสเกรตา ฯลฯ

ในภาพรวมแล้ว ทุกอย่างล้วนมีเป้าเดียวกัน ขึ้นกับว่าเรากำลังเดินอยู่บนเส้นทางไหน

เรื่องแสนยาวในวันเสาร์จบลงเพียงแค่นี้

ด้วยความระลึกถึง “ชนโป๊ก” ครับ

เพื่อนธรณ์ผู้สนใจอยากผลักดันให้นกชนหินเป็นสัตว์สงวนลำดับที่ 20 ลองเข้าไปที่ https://www.change.org/savehornbill

Скопировать ссылку
WhatsApp
Facebook
Nextdoor
Эл. почта
X