Petition updateผ่านการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา ให้การครอบครองสื่อลามกเด็ก ผิดกฎหมายเนื้อความจากการแถลงข่าววันนี้ ที่รัฐสภา
มูลนิธิพิทักษ์และคุ้มครองเด็ก
Feb 16, 2015
วันจันทร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558, 16.00 น.
tags : มูลนิธิฯคุ้มครองเด็ก, สื่อ, ลามก, อนาจาร, เด็ก
16 ก.พ. 58 ที่อาคารรัฐสภา น.ส.จินตนันท์ ชญาตร์ ศุภมิตร สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และกรรมการมูลนิธิพิทักษ์และคุ้มครองเด็ก ได้แถลงข่าวการเสนอแก้ไขพระราชบัญญัติประมวลกฎหมายอาญา ว่าด้วยเรื่องสื่อลามกอนาจารในเด็ก และคุ้มครองเด็กที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ ให้เพิ่มนิยามสื่อลามกอนาจารเด็ก และการครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กเป็นความผิดทางกฎหมาย มีบทลงโทษ เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการค้าสื่อลามกอนาจารเด็กในระดับโลก
น.ส.จินตนันท์ กล่าวว่า กฎหมายไทยไม่ได้มีการกำหนดแยกประเภทสื่อลามกเด็กออกจากผู้ใหญ่ ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนว่า สื่อลามกอนาจารผู้ใหญ่สามารถมีไว้ในความครอบครองได้ หากไม่ได้ทำเพื่อการค้า เผยแพร่ต่างๆ แต่ในทางกลับกันสื่อลามกอนาจารเด็กเป็นการกระทำความผิดโดยตรง และเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งกฎหมายอาญาในต่างประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา กลุ่มสหภาพยุโรป ฯลฯ ได้มีการแยกประเภทสื่อลามกอนาจารเด็กออกจากสื่อลามกอนาจารผู้ใหญ่ และมีบทลงโทษที่รุนแรงกว่า
น.ส.จินตนันท์ กล่าวต่อว่า ทางมูลนิธิได้สรุปประเด็นที่เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวไว้ 6 ประเด็น คือ 1.การมีกฎหมายที่ชัดเจนดังกล่าว จะสามารถเอาผิดกับกลุ่มผู้มีความผิดปกติทางจิตที่ชอบมีเพศสัมพันธ์กับเด็ก (Pedophile) ได้ 2.การมีสื่อลามกอนาจารเด็ก สามารถใช้เป็นเครื่องมือชักจูงหลอกลวงให้เด็กถูกล่วงละเมิดทางเพศต่อไปได้ 3.กลุ่มที่ชอบมีเพศสัมพันธ์กับเด็ก จะสามารถบ่งชี้ได้ชัดเจน เนื่องจากมีการเก็บภาพต่างๆ ไว้เป็นคอลเลกชั่น ทั้งเก็บไว้ดูเองและขายสู่ตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ 4.การจับกุมผู้กระทำผิดทำได้ยาก 5.การมีไว้ซึ่งสื่อลามกอนาจารเด็ก อาจนำมาซึ่งการก่อให้เกิดพฤติกรรมการล่วงละเมิดทางเพศในเด็กเพิ่มมากขึ้น 6.เด็กที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศจะกลายเป็นเด็กที่มีปัญหาในสังคมต่อไป จากการวิจัยพบว่าเด็กผู้ชายมีโอกาสจะไปกระทำการล่วงละเมิดทางเพศกับเด็กอื่นเมื่อตนเองโตขึ้น ส่วนเด็กผู้หญิงจะมีความเสี่ยงสูงในการจะค้าประเวณี หรือฆ่าตัวตาย
ด้านนายสุริยน ศรีอรทัยกุล กรรมการและผู้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิพิทักษ์และคุ้มครองเด็ก กล่าวว่า สำหรับประเทศไทยนั้นหลายๆ ท่านอาจจะยังไม่ทราบว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่กฎหมายยังไม่ได้บัญญัติไว้ โดยที่หลักคิดพื้นฐานในเรื่องนี้สลับขั้วกัน โดยประเทศไทยไม่ได้พิจารณาจากตัววัตถุ แต่พิจารณาจากพฤติกรรมที่กระทำต่อวัตถุนั้น หมายถึงหากมีพฤติกรรมที่เป็นการครอบครองไว้ ไม่ได้มีการเอาไปเผยแพร่ต่อไปยังบุคคลอื่น ไม่ว่าภาพนั้นจะเป็นภาพลามกอนาจารของผู้ใหญ่หรือเด็ก ก็ถือว่าเป็นการกระทำอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีความผิดแต่อย่างใด ซึ่งโดยส่วนตัว คิดว่าเป็นเรื่องที่น่ากลัว เพราะมีช่องโหว่ในเรื่องของกฎหมายให้ผู้ที่กระทำผิดสามารถลอยนวลในสังคมต่อไปได้
สำหรับผู้ที่ต้องการสนับสนุนการเสนอแก้ไขกฎหมายเรื่องสื่อลามกเด็กฉบับนี้ สามารถร่วมลงชื่อได้ที่เว็บไซต์ www.change.org/childabuse และร่วมรณรงค์เพื่อให้สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ลงมติสนับสนุนการแก้ไขกฎหมายนี้ให้สำเร็จลุล่วงไปได้
Copy link
WhatsApp
Facebook
Nextdoor
Email
X