

เกิดความไม่ชอบพามากลหลัง “เครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคม 108 องค์กร” รวมทั้งนักวิชาการ ถูก ‘ดีด’ ออกจากวงประชุมออนไลน์คณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์ ครั้งที่ 2/2564 เมื่อวันที่ 3 กันยา เพื่อพิจารณาประเด็น “การขยายเวลาการนำเข้าเศษพลาสติก” ทำให้ไม่สามารถรับฟังเนื้อหาการประชุมหรือแสดงความเห็นต่อได้ แต่ขณะเดียวกัน ที่ประชุมฯ กลับอนุญาตให้ตัวแทนภาคอุตสาหกรรมอยู่เข้าร่วมได้จนจบ โดยให้เหตุผลว่ายังไม่ถึงวาระที่จะให้ประชาชนเข้าประชุม?
เหตุการณ์นี้ ไม่ว่าตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจก็ตาม ได้แสดงให้เห็นถึงความพยายามที่จะปิดกั้นความคิดเห็นของภาคประชาสังคม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับเรื่องนี้โดยตรงอย่างเครือข่ายซาเล้ง และที่สำคัญ ไม่เห็นหัวของประชาชนกว่า 32,000 คน ที่ร่วมแสดงเจตจำนงค์คัดค้านการนำเข้าขยะพลาสติกผ่านเว็บไซต์ Change.org/PlasticWaste
เมื่อวันที่ 6 กันยา “สมาคมซาเล้ง” และ “เครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคม 108 องค์กร” จึงได้เดินหน้าเข้ายื่นหนังสือถึงเจ้ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงอุตสาหกรรม และคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อยืนยันว่ารัฐต้องยกเลิกนำเข้าเศษพลาสติกโดยเด็ดขาด
ไม่ใช่กำหนดเส้นตายว่าจะยกเลิกแล้วก็ขยายเวลาออกไปเรื่อยๆ แบบไม่มีที่สิ้นสุดเพื่อเอื้อประโยชน์นายทุนตามข้อเรียกร้องของโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งส่งผลต่อราคารับซื้อเศษพลาสติกในประเทศ กระทบรายได้ของซาเล้ง & ร้านรับซื้อของเก่า และทำให้ไทยกลายเป็น ‘ถังขยะโลก’
ทั้งๆ ที่ ความจริงแล้ว สิ่งที่รัฐควรจะทำมากที่สุดคือการไปคิดวิธีบริการจัดการขยะที่มีอยู่ในประเทศให้ดีก่อน...
ขอให้ทุกท่านร่วม #คัดค้านการนำเข้าเศษพลาสติก อย่างเด็ดขาด แชร์ข่าวและแคมเปญ Change.org/PlasticWaste ออกไป นำเรื่องนี้ไปพูดกับคนรอบตัวมากขึ้นเพื่อเป็นการสร้างความตระหนักถึงผลกระทบอันใหญ่หลวงต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อมของเราที่เกิดมาจากการตัดสินใจของรัฐ สามารถร่วมกันสอดส่องความเคลื่อนไหวของสถานการณ์อย่างใกล้ชิดได้ที่เพจมูลนิธิบูรณะนิเวศ (EARTH)