รักษาต้นไม้มักกะสัน ปอดแห่งสุดท้ายกลางกทม. ไม่ให้ถูกตัด เพราะตั้งขวางทางโครงการเมกะโปรเจก


รักษาต้นไม้มักกะสัน ปอดแห่งสุดท้ายกลางกทม. ไม่ให้ถูกตัด เพราะตั้งขวางทางโครงการเมกะโปรเจก
ประเด็นรณรงค์
ขอให้การรถไฟฯ เดินหน้าโครงการพัฒนา โดยพิจารณาอย่างรอบคอบ อย่าตัดหรือทำลายพื้นที่สีเขียว - ต้นไม้แห่งชีวิต....
เมื่อต้นปี หลายคนอาจได้ยินข่าวบริษัทยักษ์ใหญ่เดินหน้าเซ็นสัญญาเช่าพื้นที่มักกะสัน 50 ปี กับการรถไฟฯ มูลค่า 5 หมื่นล้านบาท โครงการเมกะโปรเจกต์ขนาดใหญ่ ซึ่งตามขั้นตอนแล้ว การรถไฟในฐานะเจ้าของที่ดิน ต้องเข้าเคลียร์พื้นที่ รื้อย้ายสาธารณูปโภคทั้งบนดินและใต้ดิน เช่น เสาไฟฟ้า ท่อประปา ก่อนทำการส่งมอบหลังเซ็นสัญญาแล้วเสร็จ
สิ่งที่หลายคนยังไม่รู้คือ บนพื้นที่ 150 ไร่ ที่การรถไฟต้อง ‘เข้าเคลียร์’ ก่อนส่งมอบคือ พื้นที่โรงงานมักกะสัน สถานที่ประวัติศาสตร์และต้นกำเนิดของกิจการรถไฟไทย ปัจจุบันใช้เป็นโรงซ่อมและผลิตอุปกรณ์ชิ้นส่วนต่างๆ และในบริเวณใกล้เคียงกัน คือ พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ ต้นไม้ใหญ่เก่าแก่กว่า 50 ปี ปอดแห่งสุดท้ายใจกลางเมือง ซึ่งตอนนี้ ตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะถูกตัดทิ้งแลกกับโครงการพัฒนาพื้นที่แห่งนี้
มักกะสันได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นที่ดินผืนใหญ่ผืนสำคัญที่เหลืออยู่ในเขตใจกลางกทม. เป็นทั้งปอด ฟอกอากาศสะอาด และแหล่งกักเก็บน้ำ คือพูดได้ว่า ประโยชน์ของที่ดินประเมินค่าไม่ได้
ในครั้งหนึ่ง เครือข่าย Imagine มักกะสัน เคยร่วมต่อสู้เพื่อจะให้มักกะสันยังคงไว้ซึ่งพื้นที่สีเขียวที่ทุกคนสามารถเข้าทำประโยชน์ได้ โดยไม่มีความจำเป็นเลยที่จะเข้าไปเบียดเบียนธรรมชาติ เราอยากให้การพัฒนาพื้นที่มักกะสันเกิดจากการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เหมือนที่ครั้งหนึ่ง เราฝันว่ามักกะสันจะกลายเป็น ‘สวนสาธารณะ พิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต” หรือ พื้นที่ออกแบบจากการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายรวมทั้งประชาชน
แต่เมื่อเวลาผ่านไป เพียงเพราะผลประโยชน์ทางการเงินในระยะสั้น รัฐจึงได้เดินหน้ากับกลุ่มเอกชนนายทุนยักษ์ใหญ่ เพื่อมอบที่ดินที่นี้ในลักษณะการเช้าเป็นเวลา 99 ปี และปล่อยมือให้เอกชนเอาพื้นที่สำคัญที่ไปพัฒนาในเชิงพาณิชย์ เราไม่ได้ต้องการขัดขวางการดำเนินงานนี้ แต่อยากเสนอทางออกที่ประชาชนจะอยู่ร่วมกับต้นไม้อย่างสันติ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของทุกคน
ในสภาวะของเมืองที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ กทม. มีพื้นที่สีเขียวที่ต่ำกว่าเกณฑ์โลก เมื่อเทียบกับหลายประเทศในอาเซียน เราแถบจะไม่มีอากาศบริสุทธิ์ที่จะหายใจ ปัญหา PM2.5 ที่จะรุนแรงขึ้นทุกปี การอนุรักษ์ต้นไม้เหล่านี้ คือหนึ่งในทางรอดที่ดีที่สุด
ตอนนี้ เหลือเวลาอีกไม่นานก่อนการรถไฟจะตกลงมีการเซ็นสัญญากับบริษัทเอกชน คาดการณ์ว่าจะรีบทำให้แล้วเสร็จภายในเดือนนี้ (ต.ค 62) จึงอยากขอเสียงสนับสนุนจากประชาชนในฐานะเจ้าของพื้นที่ตัวจริง ร่วมกันส่งสัญญาณบอกให้การรถไฟแห่งประเทศไทยให้เดินหน้าโครงการ แต่พิจารณาอย่างรอบคอบ อย่าตัดหรือทำลายพื้นที่สีเขียว - ต้นไม้แห่งชีวิต
(ภาพจาก Urban Creature)
ประเด็นรณรงค์
ขอให้การรถไฟฯ เดินหน้าโครงการพัฒนา โดยพิจารณาอย่างรอบคอบ อย่าตัดหรือทำลายพื้นที่สีเขียว - ต้นไม้แห่งชีวิต....
เมื่อต้นปี หลายคนอาจได้ยินข่าวบริษัทยักษ์ใหญ่เดินหน้าเซ็นสัญญาเช่าพื้นที่มักกะสัน 50 ปี กับการรถไฟฯ มูลค่า 5 หมื่นล้านบาท โครงการเมกะโปรเจกต์ขนาดใหญ่ ซึ่งตามขั้นตอนแล้ว การรถไฟในฐานะเจ้าของที่ดิน ต้องเข้าเคลียร์พื้นที่ รื้อย้ายสาธารณูปโภคทั้งบนดินและใต้ดิน เช่น เสาไฟฟ้า ท่อประปา ก่อนทำการส่งมอบหลังเซ็นสัญญาแล้วเสร็จ
สิ่งที่หลายคนยังไม่รู้คือ บนพื้นที่ 150 ไร่ ที่การรถไฟต้อง ‘เข้าเคลียร์’ ก่อนส่งมอบคือ พื้นที่โรงงานมักกะสัน สถานที่ประวัติศาสตร์และต้นกำเนิดของกิจการรถไฟไทย ปัจจุบันใช้เป็นโรงซ่อมและผลิตอุปกรณ์ชิ้นส่วนต่างๆ และในบริเวณใกล้เคียงกัน คือ พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ ต้นไม้ใหญ่เก่าแก่กว่า 50 ปี ปอดแห่งสุดท้ายใจกลางเมือง ซึ่งตอนนี้ ตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะถูกตัดทิ้งแลกกับโครงการพัฒนาพื้นที่แห่งนี้
มักกะสันได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นที่ดินผืนใหญ่ผืนสำคัญที่เหลืออยู่ในเขตใจกลางกทม. เป็นทั้งปอด ฟอกอากาศสะอาด และแหล่งกักเก็บน้ำ คือพูดได้ว่า ประโยชน์ของที่ดินประเมินค่าไม่ได้
ในครั้งหนึ่ง เครือข่าย Imagine มักกะสัน เคยร่วมต่อสู้เพื่อจะให้มักกะสันยังคงไว้ซึ่งพื้นที่สีเขียวที่ทุกคนสามารถเข้าทำประโยชน์ได้ โดยไม่มีความจำเป็นเลยที่จะเข้าไปเบียดเบียนธรรมชาติ เราอยากให้การพัฒนาพื้นที่มักกะสันเกิดจากการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เหมือนที่ครั้งหนึ่ง เราฝันว่ามักกะสันจะกลายเป็น ‘สวนสาธารณะ พิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต” หรือ พื้นที่ออกแบบจากการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายรวมทั้งประชาชน
แต่เมื่อเวลาผ่านไป เพียงเพราะผลประโยชน์ทางการเงินในระยะสั้น รัฐจึงได้เดินหน้ากับกลุ่มเอกชนนายทุนยักษ์ใหญ่ เพื่อมอบที่ดินที่นี้ในลักษณะการเช้าเป็นเวลา 99 ปี และปล่อยมือให้เอกชนเอาพื้นที่สำคัญที่ไปพัฒนาในเชิงพาณิชย์ เราไม่ได้ต้องการขัดขวางการดำเนินงานนี้ แต่อยากเสนอทางออกที่ประชาชนจะอยู่ร่วมกับต้นไม้อย่างสันติ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของทุกคน
ในสภาวะของเมืองที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ กทม. มีพื้นที่สีเขียวที่ต่ำกว่าเกณฑ์โลก เมื่อเทียบกับหลายประเทศในอาเซียน เราแถบจะไม่มีอากาศบริสุทธิ์ที่จะหายใจ ปัญหา PM2.5 ที่จะรุนแรงขึ้นทุกปี การอนุรักษ์ต้นไม้เหล่านี้ คือหนึ่งในทางรอดที่ดีที่สุด
ตอนนี้ เหลือเวลาอีกไม่นานก่อนการรถไฟจะตกลงมีการเซ็นสัญญากับบริษัทเอกชน คาดการณ์ว่าจะรีบทำให้แล้วเสร็จภายในเดือนนี้ (ต.ค 62) จึงอยากขอเสียงสนับสนุนจากประชาชนในฐานะเจ้าของพื้นที่ตัวจริง ร่วมกันส่งสัญญาณบอกให้การรถไฟแห่งประเทศไทยให้เดินหน้าโครงการ แต่พิจารณาอย่างรอบคอบ อย่าตัดหรือทำลายพื้นที่สีเขียว - ต้นไม้แห่งชีวิต
(ภาพจาก Urban Creature)
ปิดแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
ผู้มีอำนาจตัดสินใจ
อัปเดตเกี่ยวแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 22 ตุลาคม ค.ศ. 2019 แล้ว