เรียกร้องสอบสวนอธิการบดีม​.​ศิลปากรเรื่องการโพสต์รูปและข้อความละเมิดสิทธิ

ประเด็นรณรงค์

กรณีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ชัยชาญ ถาวรเวช อธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร โพสต์ภาพพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินสายการบินเวียตเจ็ต ในเฟสบุ๊ค Chaicharn Thavaravej โดยตั้งเป็นโพสต์สาธารณะพร้อมมีข้อความประกอบว่า

“ไปราชการเชียงราย ด้วย เวียตเจ็ต...กลับพรุ่งนี้ค่ำๆ

ท่านอดีตรัฐมนตรี xxx นั่งข้างๆ ถามว่า อาจารย์ทำอะไร 

อจ. ชช. : อ๋อ เวลาผมเดินทางด้วยเครื่องบิน ผมมักจะถ่ายรูปแอร์โฮสเตสไปฝากน้องๆ น่ะครับ ให้เขาน้ำลายไหลครับ” 

(ปัจจุบัน โพสต์ดังกล่าวได้ถูกลบไปแล้ว)

การกระทำที่แสดงถึงพฤติกรรมอันไม่สมควรซึ่งเกิดขึ้นระหว่างการเดินทางไปราชการนี้นำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโซเชียลมีเดีย และได้มีการเผยแพร่เป็นข่าวออนไลน์บนเพจมติชนออนไลน์ ซึ่งในท้ายที่สุดแล้ว ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ชัยชาญก็ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวมติชนในรายงาน “อธิการฯ ศิลปากร รับเป็นคนถ่ายรูปแอร์จริง ยันไม่เจตนาคุกคามทางเพศ รับเป็นบทเรียน จะระวังให้มาก” (27 เมษายน 2565) ว่า “กรณีนี้อาจเป็นการเข้าใจผิด แต่ถ้าสังคมมองว่าไม่ดี ก็จะระมัดระวังมากขึ้น” 

นอกเหนือจากโพสต์ที่ตกเป็นข่าวดังกล่าวแล้ว ยังได้มีการสืบค้นย้อนหลังจากผู้ใช้โซเชียลมีเดียทั้งทางเฟซบุคและทวิตเตอร์เพิ่มเติม จนพบว่าผู้ช่วยศาสตราจารย์ ชัยชาญได้ประพฤติเช่นนี้อย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายปี ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเป็นการกระทำที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากการขาดไตร่ตรองหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่เป็นความประพฤติปฏิบัติในลักษณะซ้ำ ๆ อย่างลุแก่อำนาจ

ประเด็นนี้ได้นำมาสู่การวิพากษ์วิจารณ์ต่อสำนึกทางจริยธรรมของผู้ช่วยศาสตราจารย์ชัยชาญในฐานะผู้บริหารขั้นสูงของสถาบันการศึกษา แต่มีความประพฤติที่เข้าข่ายการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลและการคุกคามทางเพศ ไม่ว่าจะเป็นการกระทำภายในรั้วมหาวิทยาลัย หรือในโลกภายนอกก็ตาม อันเป็นพฤติการณ์ที่ไม่สามารถยอมรับใด้ในสังคม

เหตุการณ์นี้ได้ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของสาธารณชนที่มีต่อความปลอดภัยของพื้นที่มหาวิทยาลัย และที่สำคัญคือการสร้างความวิตกกังวลต่อสวัสดิภาพของบุคลากรและนักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากรที่อยู่ภายใต้การบริหารของบุคคลที่มีความประพฤติดังกล่าว

นอกจากเสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับความไม่เหมาะสมและสุ่มเสียงต่อการทำผิดกฎหมายแล้ว พฤติกรรมดังกล่าวยังผิดจรรยาบรรณของบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาตาม “ข้อบังคับมหาวิทยาลัยศิลปากร ว่าด้วยจรรยาบรรณของบุคลากรมหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2552” ดังนี้

ส่วนที่   1 จรรยาบรรณต่อตนเอง 

              ข้อ 7 พึงเป็นผู้มีศีลธรรมอันดี และประพฤติตนให้เหมาะสมกับการเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ

ส่วนที่   2 จรรยาบรรณต่อการปฏิบัติงาน และต่อหน่วยงาน

            ข้อ 15 ต้องไม่กระทำการอันมิชอบด้วยกฎหมายให้หน่วยงานได้รับความเสื่อมเสียหรือเสียหาย ไม่ว่าในทางชื่อเสียง เกียรติภูมิ หรือด้วยประการใดๆ 

ส่วนที่   4 จรรยาบรรณต่อนักเรียน นักศึกษา ผู้รับบริการ ประชาชนและสังคม 

            ข้อ 20 พึงประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่นักเรียนและนักศึกษาและเป็นที่เชื่อถือของบุคคลทั่วไป

พวกเราคือประชาชนที่มีความเป็นกังวลต่อกรณีดังกล่าว จึงขอเรียกร้องให้สภามหาวิทยาลัยมอบหมายให้คณะกรรมการจรรยาบรรณ ดำเนินการสอบสวนโดยเร็ว เนื่องจากกรณีนี้เป็นที่ครหาของสาธารณชน กระบวนการสอบสวนและผลการสอบสวนจึงต้องเป็นที่เปิดเผยเพื่อแสดงความโปร่งใส เพื่อคืนความเชื่อมั่นในความยุติธรรมในการดำเนินการของมหาวิทยาลัยศิลปากร อันเป็นพันธกิจของมหาวิทยาลัยต่อสังคมต่อไป    

 

 

avatar of the starter
ธนาวิ โชติประดิษฐผู้เริ่มต้นแคมเปญรณรงค์
แคมเปญประสบความสำเร็จ
การรณรงค์สำเร็จตามเป้าหมาย โดยมีผู้สนับสนุนจำนวน881คน

ประเด็นรณรงค์

กรณีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ชัยชาญ ถาวรเวช อธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร โพสต์ภาพพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินสายการบินเวียตเจ็ต ในเฟสบุ๊ค Chaicharn Thavaravej โดยตั้งเป็นโพสต์สาธารณะพร้อมมีข้อความประกอบว่า

“ไปราชการเชียงราย ด้วย เวียตเจ็ต...กลับพรุ่งนี้ค่ำๆ

ท่านอดีตรัฐมนตรี xxx นั่งข้างๆ ถามว่า อาจารย์ทำอะไร 

อจ. ชช. : อ๋อ เวลาผมเดินทางด้วยเครื่องบิน ผมมักจะถ่ายรูปแอร์โฮสเตสไปฝากน้องๆ น่ะครับ ให้เขาน้ำลายไหลครับ” 

(ปัจจุบัน โพสต์ดังกล่าวได้ถูกลบไปแล้ว)

การกระทำที่แสดงถึงพฤติกรรมอันไม่สมควรซึ่งเกิดขึ้นระหว่างการเดินทางไปราชการนี้นำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโซเชียลมีเดีย และได้มีการเผยแพร่เป็นข่าวออนไลน์บนเพจมติชนออนไลน์ ซึ่งในท้ายที่สุดแล้ว ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ชัยชาญก็ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวมติชนในรายงาน “อธิการฯ ศิลปากร รับเป็นคนถ่ายรูปแอร์จริง ยันไม่เจตนาคุกคามทางเพศ รับเป็นบทเรียน จะระวังให้มาก” (27 เมษายน 2565) ว่า “กรณีนี้อาจเป็นการเข้าใจผิด แต่ถ้าสังคมมองว่าไม่ดี ก็จะระมัดระวังมากขึ้น” 

นอกเหนือจากโพสต์ที่ตกเป็นข่าวดังกล่าวแล้ว ยังได้มีการสืบค้นย้อนหลังจากผู้ใช้โซเชียลมีเดียทั้งทางเฟซบุคและทวิตเตอร์เพิ่มเติม จนพบว่าผู้ช่วยศาสตราจารย์ ชัยชาญได้ประพฤติเช่นนี้อย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายปี ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเป็นการกระทำที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากการขาดไตร่ตรองหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่เป็นความประพฤติปฏิบัติในลักษณะซ้ำ ๆ อย่างลุแก่อำนาจ

ประเด็นนี้ได้นำมาสู่การวิพากษ์วิจารณ์ต่อสำนึกทางจริยธรรมของผู้ช่วยศาสตราจารย์ชัยชาญในฐานะผู้บริหารขั้นสูงของสถาบันการศึกษา แต่มีความประพฤติที่เข้าข่ายการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลและการคุกคามทางเพศ ไม่ว่าจะเป็นการกระทำภายในรั้วมหาวิทยาลัย หรือในโลกภายนอกก็ตาม อันเป็นพฤติการณ์ที่ไม่สามารถยอมรับใด้ในสังคม

เหตุการณ์นี้ได้ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของสาธารณชนที่มีต่อความปลอดภัยของพื้นที่มหาวิทยาลัย และที่สำคัญคือการสร้างความวิตกกังวลต่อสวัสดิภาพของบุคลากรและนักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากรที่อยู่ภายใต้การบริหารของบุคคลที่มีความประพฤติดังกล่าว

นอกจากเสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับความไม่เหมาะสมและสุ่มเสียงต่อการทำผิดกฎหมายแล้ว พฤติกรรมดังกล่าวยังผิดจรรยาบรรณของบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาตาม “ข้อบังคับมหาวิทยาลัยศิลปากร ว่าด้วยจรรยาบรรณของบุคลากรมหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2552” ดังนี้

ส่วนที่   1 จรรยาบรรณต่อตนเอง 

              ข้อ 7 พึงเป็นผู้มีศีลธรรมอันดี และประพฤติตนให้เหมาะสมกับการเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ

ส่วนที่   2 จรรยาบรรณต่อการปฏิบัติงาน และต่อหน่วยงาน

            ข้อ 15 ต้องไม่กระทำการอันมิชอบด้วยกฎหมายให้หน่วยงานได้รับความเสื่อมเสียหรือเสียหาย ไม่ว่าในทางชื่อเสียง เกียรติภูมิ หรือด้วยประการใดๆ 

ส่วนที่   4 จรรยาบรรณต่อนักเรียน นักศึกษา ผู้รับบริการ ประชาชนและสังคม 

            ข้อ 20 พึงประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่นักเรียนและนักศึกษาและเป็นที่เชื่อถือของบุคคลทั่วไป

พวกเราคือประชาชนที่มีความเป็นกังวลต่อกรณีดังกล่าว จึงขอเรียกร้องให้สภามหาวิทยาลัยมอบหมายให้คณะกรรมการจรรยาบรรณ ดำเนินการสอบสวนโดยเร็ว เนื่องจากกรณีนี้เป็นที่ครหาของสาธารณชน กระบวนการสอบสวนและผลการสอบสวนจึงต้องเป็นที่เปิดเผยเพื่อแสดงความโปร่งใส เพื่อคืนความเชื่อมั่นในความยุติธรรมในการดำเนินการของมหาวิทยาลัยศิลปากร อันเป็นพันธกิจของมหาวิทยาลัยต่อสังคมต่อไป    

 

 

avatar of the starter
ธนาวิ โชติประดิษฐผู้เริ่มต้นแคมเปญรณรงค์

แคมเปญประสบความสำเร็จ

การรณรงค์สำเร็จตามเป้าหมาย โดยมีผู้สนับสนุนจำนวน881คน

แชร์แคมเปญรณรงค์นี้

อัพเดทล่าสุดเกี่ยวแคมเปญรณรงค์