รื้อถอนเนินระนาดพร้อมมุดสะท้อนแสง เพื่อความปลอดภัยขอผู้ใช้รถใช้ถนน@ พังงา


รื้อถอนเนินระนาดพร้อมมุดสะท้อนแสง เพื่อความปลอดภัยขอผู้ใช้รถใช้ถนน@ พังงา
ประเด็นรณรงค์
กราบเรียน หัวหน้าคณะ คสช., นายกรัฐมนตรี ,รมต.คมนาคม,อธิบดีกรมทางหลวง, ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา
เรื่อง การก่อสร้างเนินชะลอความเร็ว บนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 พื้นที่ จังหวัดพังงา
ตามที่ทางแขวงพังงา ได้ดำเนินการก่อสร้างเนินชะลอความเร็ว เพื่อลดอุบัติเหตุและป้องกันการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน หลายจุด บนทางหลวงแผ่นดินหมายเลย 4 ช่วงตั้งแต่ ต.ตากแดด อ.เมือง จนถึง ต.กะไหล อ.ตะกั่วทุ่ง เมื่อช่วงเดือนสิงหาคม 2558 ที่ผ่านมานั้น โดยอ้างเหตุผลว่า ผู้ใช้รถใช้ถนนทั้งหมดบนถนนเส้นนี้ใช้ความเร็วเกินกฎหมายกำหนดไว้ ทำให้เกิดอุบัติเหตุและเสียชีวิตมากมาย ทำให้มีความจำเป็นต้องก่อสร้างเนินชะลอความเร็วขึ้น เพื่อชะลอความเร็วรถทั้งหมดที่ผ่านถนนเส้นนี้เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ
แต่หลังจากการก่อสร้างยังไม่ทันจะเสร็จสิ้น ชาวบ้านผู้ใช้เส้นทางก็เริ่มเดือดร้อน และสื่อออกมาผ่านช่องทางโซเชียวมีเดีย อย่างกว้างขวาง โดยชาวบ้านและผู้ใช้เส้นทางบอกว่าอันตรายและมีความสูงมากเกินไป ทำให้เกิดอุบัติเพิ่มขึ้นแทนที่จะลดอุบัติเหตุ แต่ทางแขวงการได้ไม่ได้สนใจเสียงเหล่านี้ กลับดำเนินการก่อสร้างจนเสร็จสิ้นในที่สุด และเพิ่มหมุดเหล็กสะท้อนแสงขึ้นมาอีกด้วย
โลกโซเชียว ของพังงา ได้ลงภาพ และแชร์ภาพอย่างต่อเนื่อง รวมถึงภาพรถที่เกิดอุบัติเหตุขึ้น หลังจากสร้างเนินนี่เสร็จ จากจุดที่มีอุบัติเหตุน้อย จนมาเกิดเหตุขึ้นทุกวัน บางวันมีมากถึง 5 คัน แต่โชคดีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บมากมายถึงขั้นต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล
หลังจากนั้นได้โทรแจ้ง ร้องเรียนไปยัง ผอ.แขวงการทางพังงา เพื่อรับทราบ ทางแขวงได้ดำเนินการรื้อถอนหมุดเหล็กสะท้อนแสงออกบางส่วน และทางทีมงาน ร่วมกับชาวบ้านลงพื้นที่หาข้อมูลและกำหนดข้อเรียกร้องดังนี้
14 กันยายน 2558 ลงพื้นที่ ต.กะไหล อ.ตะกั่วทุ่ง และ ต.ตากแดด อ.เมือง จ.พังงา กับทีมงาน และเพื่อนในเฟส ตรวจสอบและหาข้อมูลเรื่องเนินชะลอความเร็ว เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ของ แขวงการทางพังงา โดยการลงพื้นที่ในครั้งนี้ เพื่อหาข้อมูล เก็บภาพ คลิปวีดีโอ รวมถึงรถที่เส้นทางผ่านจุดนี้ รวมถึงความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ
และต้องขอบคุณ ท่านนายอำเภอตะกั่วทุ่ง มีความหวงใย ได้ส่ง ท่านปลัดอำเภอ ลงพื้นที่ด้วย พร้อม กำลัง อส. ขอบคุณ ท่านผู้กำกับ สภ.ตะกั่วทุ่ง จัดส่ง จนท.ตร.มาช่วยดูแลความปลอดภัย ขอบคุณท่านผู้ใหญ่บ้าน ที่มาร่วมเสนอข้อคิดเห็น และบอกถึงความต้องการของชาวบ้านในพื้นที่ และขอบคุณ แขวงการทางพังงา จัดส่งเจ้าหน้าที่ มาสอบถามข้อมูลความต้องการของผู้ใช้เส้นทางและรับข้อเสนอไปบอกต่อแก่ท่าน ผอ.
ผลสรุปโดยคร่าวๆ
1. เนินชะลอความเร็วแต่ละลูกมีความสูงต่ำ และลาดเอียงไม่เท่ากัน ทำให้เกิดแรงกระแทก เวลารถขึ้นเนิน และกระโดดได้
2. เนินมีความสูงมากเกินไป เมื่อคันหน้ามา เห็นเกิดก็ชะลอความเร็วจนแทบจะหยุดนิ่ง ทำให้คันหลังที่ไม่ชำนาน ไม่รู้พื้นที่ คิดว่า คันหน้าแค่ชะลอ ทำให้เกิดการชนท้ายรถคันหน้า ส่วนคันไหนที่จวนตัวมาด้วยความเร็ว เบรคไม่ทัน ก็จะหลีกออกด้านซ้าย และด้านขวา บางคันเสียหลัก ลงข้างทาง หรือชนต้นไม้ขอบทาง ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ตามที่เกิดขึ้นมาแล้วหลายกรณี
3.กรณีที่กะไหล หลังจากการสร้างเนินระนาดก็ทำให้เกิดอุบัติเหตุไม่เว้นแต่ละวัน ซึ่งก่อนหน้านี้ ก็มีเกิดขึ้น แต่ไม่เยอะมากจนผิดสังเกตุ เบื้องต้นได้เสนอ จนท. ให้ทำป้ายจราจรเตือน เพิ่มเติม ก่อนเข้าโค้ง ว่ามีการบีบช่องจราจรเหลือเลนเดี่ยวซึ้งปัจจุบันไม่มีป้ายดังกล่าว และมีป้ายจำกัดความเร็ว กระชัดชัด เมื่อถึงโค้งแล้ว ทำให้ผู้ไม่ชำนานเส้นทาง เกิดอุบัติเหตุขึ้น และยิ่งบ่อยครั้งมากขึ้นเมื่อสร้างเนินระนาดขึ้นมา
4.กรณีบ้านกะไหล เมื่อ 6 ปีที่แล้วได้เกิดอุบัติเหตุ รถเสียหลักเข้าบ้านชาวบ้าน ทำให้มีคนเจ็บและเสียชีวิตมากมาย จนชาวบ้านรวมตัวปิดถนน ขอให้แขวงการทางพังงา ทำถนนใหม่เพื่อลดปัญหา โดยชาวบ้านขอให้แขวงการทางปิดช่องจราจร 1 ช่องก่อนเพื่อป้องกันอุบัติเหตุเป็นการชั่วคราว ระหว่างรองบประมาณมาทำถนนใหม่ จนปานี้ชั่วคราวมา 6 ปีกว่าแล้ว ยังชั่วคราวต่อไป หากทางแขวงหางบมาดำเนินการทำถนนใหม่ตรงนี้ได้ ชาวบ้านจะให้เปิดการจราจรตามปกติ
5.ขอแนะให้ให้ทางแขวงการทาง จัดสรรงบประมาณ เพื่อนำมาตีเส้นจราจร ใหม่ทั้งหมดตลอดสายให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น
6.ขอให้แขวงการทาง ดำเนินการจัดสรรงบประมาณ ติดตั้งไฟฟ้าส่องแสงสว่างตลอดสาย หรือ ติดตั้งตามจุดเสี่ยงในพื้นที่อันตรายต่างๆ ซึ่งจะช่วยลดอุบัติเหตุได้มากขึ้น
7.ขอให้แขวงการทางพังงา ลงพื้นที่ตรวจสอบโค้ง น้ำเค็ส ต.กระโสม อ.ตะกั่วทุ่ง ว่าเหตุใด เมื่อก่อน โค้งนี้ คือโค้งอันตราย เกิดอุบัติเหตุได้ทุกวัน ต่อมามีการก่อสร้างถนนใหม่ให้ได้มาตราฐานตามหลัก แล้วปัจจุบัน ทำไมถึงลดอุบัติเหตุ ได้เกือบทั้งหมด ถึง 99 % ทั้งที่เมื่อก่อนเกิดเหตุได้ทุกวันต่อเนื่อง นี้คือโค้งต้นแบบของการแก้ไขและป้องกันการลดอุบัติเหตุที่ถูกต้องหรือไม่
8.ขอให้แขวงการทางจัดสรรงบประมาณมาดำเนินการก่อสร้าง ถนนเส้นนี้ใหม่ตลอดสาย หรือถ้ามันเป็นการเพ้อฝันมากเกินไป ก็ขอให้ทางแขวงการทาง นำตัวอย่างของโค้งน้ำเค็ม มาเป็นกรณีศึกษา เพื่อแก้ไขโค้งอื่นๆที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซาก เป็นการถาวร ไม่ใช้แค่แก้ปัญหาชั่วคราว และชั่วคราว แบบปัจจุบันนี้
9.หมุดเหล็กสะท้อนแสง ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ดำเนินการติดตั้งเป็นตับ แต่เมื่อโดนสังคมตำหนิ ทักทวง ก็ไปเอาออกบางส่วน เพื่อลดกระแส และทำให้ผิวจราจรชำรุดเพิ่มขึ้น ขอให้เอาออกครับ เพราะแค่เนินบินก็ไม่ไหวแล้ว บางรายบางท่าน มาเจอหมุดสะท้อนแสงกลางคืน คิดว่าหลักกิโล ขอบกั้นถนน ราวสะพาน พรึบไปหมด ทำให้เบรคกระทันหัน และเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้อีก ดังภาพ มืดสนิท
10.หากการดำเนินการเรียกร้อง เสนอแนะ ยังไม่เกิดผล จะนัดรวมตัวจริงๆ พร้อมล่ารายชื่อประชาชนที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงสถิติการเกิดอุบัติเหตุที่มากขึ้นชัดเจน เพื่อเสนอต่อท่านผู้ว่าราชการคนใหม่ ในเดือนตุลาคมนี้ต่อไปครับ
ในการนี้ ทางทีมงานขอขอบคุณทุกท่านที่ให้การสนับสนุน ช่วยเหลือ ไม่ว่าจะทางใดๆก็ตาม พวกเราจะทำเพื่อบ้านเรา เพื่อทุกคนต่อไปครับ และสุดท้าย พวกเราไม่ได้ต้องการเป็นศัตรูกับท่าน ผอ.แขวงการทางพังงา แต่อย่างใด เราเข้าใจถึงวัตถุประสงค์ของท่านที่ต้องการป้องกันและลดอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น เพียงแต่ว่า ขั้นตอนการดำเนินงานของท่านนั้นผิดพลาดหรือไม่ จากจุดที่เกิดอุบัติน้อยมาก แต่กลับมาเกิดเหตุได้ทุกวัน และมาตราการชั่วคราวนี้ ตลอดชั่วคราวไปอีก กี่สิบปี หรือแค่พอท่านย้ายไปก็คือหมดภารตรงนี้ รอท่านอื่นมาดำเนินการชั่วคราวต่อไปอีก
เราร้องขอมาตราการแก้ไขที่ถาวร สามารถเข้ากันได้กับทุกฝ่าย ไม่ใช้แค่ชั่วคราวระยะสั้นแต่หลายสิบปีแบบนี้นะครับ วัตถุประสงค์เพื่อชะลอรถที่ขับเร็ว แต่แน่นอน รถทั้ง 100 คัน ไม่ได้มาเร็วทั้งหมด 100 คัน แต่ได้รับผลกระทบ ทั้ง 100 คัน มันเหมาะสมหรือไม่
วันนี้ 15 กันยายน 2558 14.00 น. ทีมงานท่าน ผอ.แขวงการทางพังงา ลงพื้นที่พร้อมสื่อมวลชน พร้อมกล้องจับความเร็ว ผมบอกเลยว่าคงไปยืนมากๆ มีรถตำรวจทางหลวงอีก เขาคลานมาตั้งแต่เห็นแล้วครับ ซึ่งปกติบางคันก็คลานอยู่แล้วพอมาเจอเนิน วันนี้ท่านจะได้ยินมลภาวะทางเสียงที่เกิดขึ้น กระทบกับชาวบ้านในพื้นที่บริเวณสร้างเนินระนาด
ผมไม่แน่ใจอะไร ที่การลงพื้นที่ การเรียกร้องต่างๆ ของภาคประชาชน และผู้ใช้เส้นทาง จะไม่ได้รับความสนใจ หรือลงพื้นที่ทำข่าว ของสื่อมวลชนเลย ซึ่งชาวบ้านหลานท่านก็สงสัย ว่าทำไม เพราะอะไร แต่อาจจะผิดพลาดที่พวกผมไม่ได้แจ้งไป เพราะพวกผมไม่ได้อยากดัง และไม่อยากจะเป็นข่าว พวกผมไม่ใช้แกนนำ แต่เป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับผลกระทบ และเสนอแนะ สะท้อนเสียงของผู้ใช้ทาง และชาวบ้านทุกท่านเท่านั้นเอง
หากเป็นไปได้ เราขอพื้นที่ ในการพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด เพราะวัตถุประสงค์ของพวกผมกับทางแขวงนั้นอันเดียวกัน สุดท้ายผมขออภัยพี่ๆ คนทำงาน ของแขวงการทางพังงา สนง.บำรุงทางพังงา ครับ หากทำให้พวกพี่ลำบากใจ แต่ผมเข้าใจคำว่าลูกน้อง ซึ่งผมก็ลูกน้อง พวกพี่คนพังงา ก็คงคิดแบบเดียวกะผม แต่น้ำท่วมปาก พวกเราเข้าใจกันนะครับ อย่าถือโทษโกรธกันนะครับ ขอบคุณครับ
ซึ่งหลังจากนั้นวันที่ 15 กันยายน 2558 ทางแขวงการทางนำโดย ท่าน ผอ.แขวงการทางพังงา ได้นำทีมลงพื้นที่ ทั้ง จนท.ตำรวจทางหลวงพังงา และ จนท.จากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพังงา พร้อมด้วย จนท.ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรเมืองพังงา และคณะสื่อนวลชน ลงพื้นที่ การก่อสร้างเนินชะลอความเร็ว บริเวณหน้า สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางพังงา ต.ตากแดด อ.เมืองพังงา และมีข้อชี้แจงออกมาว่า รถที่ใช้เส้นทางนั้น ใช้ความเร็วเกินกฎหมายกำหนด ทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น เลยสร้างเนินขึ้นมาเพื่อชะลอความเร็ว และสนับสนุนข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุ ของ ปภ.พังงา ซึ่งเป็นผลรายงานเกิดอุบัติเหตุของทั้งจังหวัด มากล่าวอ้างว่าสามารถลดได้ถึง 50 % ในปี 57 ทั้งที่ พึ่งดำเนินการสร้างแล้วเสร็จได้ประมาณ 1 เดือนเท่านั้นเอง
ดังนั้นการกล่าวอ้างว่าได้ผลนั้นเชื่อถือไม่ได้ และทาง ผอ.แขวงการทางพังงา ได้ชี้แจงว่า ได้ติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง และป้ายเตือนถนนเส้นทาง ซึ่งจากที่ลงพื้นที่ พบการติดตั้งป้ายเตือนจริง แต่ห่างจากจุดขึ้นเนินประมาณ 200 เมตร และเป็นช่วงทางโค้ง บางจุดเป็นช่วงขึ้นเนิน ส่วนเรื่องไฟฟ้าส่องสว่างนั้นแทบจะไม่มีให้เห็นในจุดก่อสร้างเนินเลย กลับมืดสนิทในยามค่ำคืน มีแค่หลอดไฟกระพริบติดริมถนน แค่จุดหน้า สนง.กองทุนการทำสวนยางพื้นที่ตากแดด เท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่ชำรุดหมดแล้ว
ส่วนที่ ต.กะไหล นั้นทาง อบต.กะไหล ได้ดำเนินการติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างเอง ตามริมทางเท่านั้น ซึ่งจุดที่สร้างเนินทั้งหมดไม่มีไฟฟ้าส่องสว่างเพียงพอเลย ซึ่งข้อมูลและภาพบางส่วนได้แนบมาให้เพื่อประกอบการพิจารณา และสั่งการให้แขวงการทางพังงา ดำเนินการรื้อถอนเนินและหมุดสะท้อนแสงออกทั้งหมด พร้อมทั้งปรับปรุงผิวจราจรช่วงที่เกิดอุบัติเหตุ และติดไฟฟ้าส่องสว่าง แทน เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาถาวร อย่างยั่งยืน คลิปวีดีโอ เนินบ้านกะไหล จุดที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง หลังจากก่อสร้างเนินเสร็จ
https://www.facebook.com/beekeawjinda/videos/942065919196809/?pnref=story https://www.facebook.com/beekeawjinda/videos/942066609196740/?pnref=story คลิปวีดีโอ เนินบ้านตากแดด จุดที่ช่วงขึ้นเนิน https://www.facebook.com/suthino.suthin/videos/159802237693356/?pnref=story https://www.facebook.com/beekeawjinda/videos/vb.100001802290801/942066262530108/?type=3&permPage=1 https://www.facebook.com/beekeawjinda/videos/vb.100001802290801/941663085903759/?type=3&permPage=1 ประชาชน ร่วมลงชื่อคัดค้าน และแสดงความเห็น ผ่านโซเชียว ถึงอธิบดีกรมทางหลวง https://www.facebook.com/media/set/?set=a.1639179573034159.1073741830.1479144902370961&type=3 ******* เพิ่มเติม เมื่อวันที่ 18 กย 58 ทางแขวงการทางพังงา ได้ดำเนินการรื้อถอนหมุดสะท้อนแสงหมดแล้วทุกจุด ********

ประเด็นรณรงค์
กราบเรียน หัวหน้าคณะ คสช., นายกรัฐมนตรี ,รมต.คมนาคม,อธิบดีกรมทางหลวง, ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา
เรื่อง การก่อสร้างเนินชะลอความเร็ว บนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 พื้นที่ จังหวัดพังงา
ตามที่ทางแขวงพังงา ได้ดำเนินการก่อสร้างเนินชะลอความเร็ว เพื่อลดอุบัติเหตุและป้องกันการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน หลายจุด บนทางหลวงแผ่นดินหมายเลย 4 ช่วงตั้งแต่ ต.ตากแดด อ.เมือง จนถึง ต.กะไหล อ.ตะกั่วทุ่ง เมื่อช่วงเดือนสิงหาคม 2558 ที่ผ่านมานั้น โดยอ้างเหตุผลว่า ผู้ใช้รถใช้ถนนทั้งหมดบนถนนเส้นนี้ใช้ความเร็วเกินกฎหมายกำหนดไว้ ทำให้เกิดอุบัติเหตุและเสียชีวิตมากมาย ทำให้มีความจำเป็นต้องก่อสร้างเนินชะลอความเร็วขึ้น เพื่อชะลอความเร็วรถทั้งหมดที่ผ่านถนนเส้นนี้เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ
แต่หลังจากการก่อสร้างยังไม่ทันจะเสร็จสิ้น ชาวบ้านผู้ใช้เส้นทางก็เริ่มเดือดร้อน และสื่อออกมาผ่านช่องทางโซเชียวมีเดีย อย่างกว้างขวาง โดยชาวบ้านและผู้ใช้เส้นทางบอกว่าอันตรายและมีความสูงมากเกินไป ทำให้เกิดอุบัติเพิ่มขึ้นแทนที่จะลดอุบัติเหตุ แต่ทางแขวงการได้ไม่ได้สนใจเสียงเหล่านี้ กลับดำเนินการก่อสร้างจนเสร็จสิ้นในที่สุด และเพิ่มหมุดเหล็กสะท้อนแสงขึ้นมาอีกด้วย
โลกโซเชียว ของพังงา ได้ลงภาพ และแชร์ภาพอย่างต่อเนื่อง รวมถึงภาพรถที่เกิดอุบัติเหตุขึ้น หลังจากสร้างเนินนี่เสร็จ จากจุดที่มีอุบัติเหตุน้อย จนมาเกิดเหตุขึ้นทุกวัน บางวันมีมากถึง 5 คัน แต่โชคดีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บมากมายถึงขั้นต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล
หลังจากนั้นได้โทรแจ้ง ร้องเรียนไปยัง ผอ.แขวงการทางพังงา เพื่อรับทราบ ทางแขวงได้ดำเนินการรื้อถอนหมุดเหล็กสะท้อนแสงออกบางส่วน และทางทีมงาน ร่วมกับชาวบ้านลงพื้นที่หาข้อมูลและกำหนดข้อเรียกร้องดังนี้
14 กันยายน 2558 ลงพื้นที่ ต.กะไหล อ.ตะกั่วทุ่ง และ ต.ตากแดด อ.เมือง จ.พังงา กับทีมงาน และเพื่อนในเฟส ตรวจสอบและหาข้อมูลเรื่องเนินชะลอความเร็ว เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ของ แขวงการทางพังงา โดยการลงพื้นที่ในครั้งนี้ เพื่อหาข้อมูล เก็บภาพ คลิปวีดีโอ รวมถึงรถที่เส้นทางผ่านจุดนี้ รวมถึงความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ
และต้องขอบคุณ ท่านนายอำเภอตะกั่วทุ่ง มีความหวงใย ได้ส่ง ท่านปลัดอำเภอ ลงพื้นที่ด้วย พร้อม กำลัง อส. ขอบคุณ ท่านผู้กำกับ สภ.ตะกั่วทุ่ง จัดส่ง จนท.ตร.มาช่วยดูแลความปลอดภัย ขอบคุณท่านผู้ใหญ่บ้าน ที่มาร่วมเสนอข้อคิดเห็น และบอกถึงความต้องการของชาวบ้านในพื้นที่ และขอบคุณ แขวงการทางพังงา จัดส่งเจ้าหน้าที่ มาสอบถามข้อมูลความต้องการของผู้ใช้เส้นทางและรับข้อเสนอไปบอกต่อแก่ท่าน ผอ.
ผลสรุปโดยคร่าวๆ
1. เนินชะลอความเร็วแต่ละลูกมีความสูงต่ำ และลาดเอียงไม่เท่ากัน ทำให้เกิดแรงกระแทก เวลารถขึ้นเนิน และกระโดดได้
2. เนินมีความสูงมากเกินไป เมื่อคันหน้ามา เห็นเกิดก็ชะลอความเร็วจนแทบจะหยุดนิ่ง ทำให้คันหลังที่ไม่ชำนาน ไม่รู้พื้นที่ คิดว่า คันหน้าแค่ชะลอ ทำให้เกิดการชนท้ายรถคันหน้า ส่วนคันไหนที่จวนตัวมาด้วยความเร็ว เบรคไม่ทัน ก็จะหลีกออกด้านซ้าย และด้านขวา บางคันเสียหลัก ลงข้างทาง หรือชนต้นไม้ขอบทาง ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ตามที่เกิดขึ้นมาแล้วหลายกรณี
3.กรณีที่กะไหล หลังจากการสร้างเนินระนาดก็ทำให้เกิดอุบัติเหตุไม่เว้นแต่ละวัน ซึ่งก่อนหน้านี้ ก็มีเกิดขึ้น แต่ไม่เยอะมากจนผิดสังเกตุ เบื้องต้นได้เสนอ จนท. ให้ทำป้ายจราจรเตือน เพิ่มเติม ก่อนเข้าโค้ง ว่ามีการบีบช่องจราจรเหลือเลนเดี่ยวซึ้งปัจจุบันไม่มีป้ายดังกล่าว และมีป้ายจำกัดความเร็ว กระชัดชัด เมื่อถึงโค้งแล้ว ทำให้ผู้ไม่ชำนานเส้นทาง เกิดอุบัติเหตุขึ้น และยิ่งบ่อยครั้งมากขึ้นเมื่อสร้างเนินระนาดขึ้นมา
4.กรณีบ้านกะไหล เมื่อ 6 ปีที่แล้วได้เกิดอุบัติเหตุ รถเสียหลักเข้าบ้านชาวบ้าน ทำให้มีคนเจ็บและเสียชีวิตมากมาย จนชาวบ้านรวมตัวปิดถนน ขอให้แขวงการทางพังงา ทำถนนใหม่เพื่อลดปัญหา โดยชาวบ้านขอให้แขวงการทางปิดช่องจราจร 1 ช่องก่อนเพื่อป้องกันอุบัติเหตุเป็นการชั่วคราว ระหว่างรองบประมาณมาทำถนนใหม่ จนปานี้ชั่วคราวมา 6 ปีกว่าแล้ว ยังชั่วคราวต่อไป หากทางแขวงหางบมาดำเนินการทำถนนใหม่ตรงนี้ได้ ชาวบ้านจะให้เปิดการจราจรตามปกติ
5.ขอแนะให้ให้ทางแขวงการทาง จัดสรรงบประมาณ เพื่อนำมาตีเส้นจราจร ใหม่ทั้งหมดตลอดสายให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น
6.ขอให้แขวงการทาง ดำเนินการจัดสรรงบประมาณ ติดตั้งไฟฟ้าส่องแสงสว่างตลอดสาย หรือ ติดตั้งตามจุดเสี่ยงในพื้นที่อันตรายต่างๆ ซึ่งจะช่วยลดอุบัติเหตุได้มากขึ้น
7.ขอให้แขวงการทางพังงา ลงพื้นที่ตรวจสอบโค้ง น้ำเค็ส ต.กระโสม อ.ตะกั่วทุ่ง ว่าเหตุใด เมื่อก่อน โค้งนี้ คือโค้งอันตราย เกิดอุบัติเหตุได้ทุกวัน ต่อมามีการก่อสร้างถนนใหม่ให้ได้มาตราฐานตามหลัก แล้วปัจจุบัน ทำไมถึงลดอุบัติเหตุ ได้เกือบทั้งหมด ถึง 99 % ทั้งที่เมื่อก่อนเกิดเหตุได้ทุกวันต่อเนื่อง นี้คือโค้งต้นแบบของการแก้ไขและป้องกันการลดอุบัติเหตุที่ถูกต้องหรือไม่
8.ขอให้แขวงการทางจัดสรรงบประมาณมาดำเนินการก่อสร้าง ถนนเส้นนี้ใหม่ตลอดสาย หรือถ้ามันเป็นการเพ้อฝันมากเกินไป ก็ขอให้ทางแขวงการทาง นำตัวอย่างของโค้งน้ำเค็ม มาเป็นกรณีศึกษา เพื่อแก้ไขโค้งอื่นๆที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซาก เป็นการถาวร ไม่ใช้แค่แก้ปัญหาชั่วคราว และชั่วคราว แบบปัจจุบันนี้
9.หมุดเหล็กสะท้อนแสง ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ดำเนินการติดตั้งเป็นตับ แต่เมื่อโดนสังคมตำหนิ ทักทวง ก็ไปเอาออกบางส่วน เพื่อลดกระแส และทำให้ผิวจราจรชำรุดเพิ่มขึ้น ขอให้เอาออกครับ เพราะแค่เนินบินก็ไม่ไหวแล้ว บางรายบางท่าน มาเจอหมุดสะท้อนแสงกลางคืน คิดว่าหลักกิโล ขอบกั้นถนน ราวสะพาน พรึบไปหมด ทำให้เบรคกระทันหัน และเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้อีก ดังภาพ มืดสนิท
10.หากการดำเนินการเรียกร้อง เสนอแนะ ยังไม่เกิดผล จะนัดรวมตัวจริงๆ พร้อมล่ารายชื่อประชาชนที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงสถิติการเกิดอุบัติเหตุที่มากขึ้นชัดเจน เพื่อเสนอต่อท่านผู้ว่าราชการคนใหม่ ในเดือนตุลาคมนี้ต่อไปครับ
ในการนี้ ทางทีมงานขอขอบคุณทุกท่านที่ให้การสนับสนุน ช่วยเหลือ ไม่ว่าจะทางใดๆก็ตาม พวกเราจะทำเพื่อบ้านเรา เพื่อทุกคนต่อไปครับ และสุดท้าย พวกเราไม่ได้ต้องการเป็นศัตรูกับท่าน ผอ.แขวงการทางพังงา แต่อย่างใด เราเข้าใจถึงวัตถุประสงค์ของท่านที่ต้องการป้องกันและลดอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น เพียงแต่ว่า ขั้นตอนการดำเนินงานของท่านนั้นผิดพลาดหรือไม่ จากจุดที่เกิดอุบัติน้อยมาก แต่กลับมาเกิดเหตุได้ทุกวัน และมาตราการชั่วคราวนี้ ตลอดชั่วคราวไปอีก กี่สิบปี หรือแค่พอท่านย้ายไปก็คือหมดภารตรงนี้ รอท่านอื่นมาดำเนินการชั่วคราวต่อไปอีก
เราร้องขอมาตราการแก้ไขที่ถาวร สามารถเข้ากันได้กับทุกฝ่าย ไม่ใช้แค่ชั่วคราวระยะสั้นแต่หลายสิบปีแบบนี้นะครับ วัตถุประสงค์เพื่อชะลอรถที่ขับเร็ว แต่แน่นอน รถทั้ง 100 คัน ไม่ได้มาเร็วทั้งหมด 100 คัน แต่ได้รับผลกระทบ ทั้ง 100 คัน มันเหมาะสมหรือไม่
วันนี้ 15 กันยายน 2558 14.00 น. ทีมงานท่าน ผอ.แขวงการทางพังงา ลงพื้นที่พร้อมสื่อมวลชน พร้อมกล้องจับความเร็ว ผมบอกเลยว่าคงไปยืนมากๆ มีรถตำรวจทางหลวงอีก เขาคลานมาตั้งแต่เห็นแล้วครับ ซึ่งปกติบางคันก็คลานอยู่แล้วพอมาเจอเนิน วันนี้ท่านจะได้ยินมลภาวะทางเสียงที่เกิดขึ้น กระทบกับชาวบ้านในพื้นที่บริเวณสร้างเนินระนาด
ผมไม่แน่ใจอะไร ที่การลงพื้นที่ การเรียกร้องต่างๆ ของภาคประชาชน และผู้ใช้เส้นทาง จะไม่ได้รับความสนใจ หรือลงพื้นที่ทำข่าว ของสื่อมวลชนเลย ซึ่งชาวบ้านหลานท่านก็สงสัย ว่าทำไม เพราะอะไร แต่อาจจะผิดพลาดที่พวกผมไม่ได้แจ้งไป เพราะพวกผมไม่ได้อยากดัง และไม่อยากจะเป็นข่าว พวกผมไม่ใช้แกนนำ แต่เป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับผลกระทบ และเสนอแนะ สะท้อนเสียงของผู้ใช้ทาง และชาวบ้านทุกท่านเท่านั้นเอง
หากเป็นไปได้ เราขอพื้นที่ ในการพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด เพราะวัตถุประสงค์ของพวกผมกับทางแขวงนั้นอันเดียวกัน สุดท้ายผมขออภัยพี่ๆ คนทำงาน ของแขวงการทางพังงา สนง.บำรุงทางพังงา ครับ หากทำให้พวกพี่ลำบากใจ แต่ผมเข้าใจคำว่าลูกน้อง ซึ่งผมก็ลูกน้อง พวกพี่คนพังงา ก็คงคิดแบบเดียวกะผม แต่น้ำท่วมปาก พวกเราเข้าใจกันนะครับ อย่าถือโทษโกรธกันนะครับ ขอบคุณครับ
ซึ่งหลังจากนั้นวันที่ 15 กันยายน 2558 ทางแขวงการทางนำโดย ท่าน ผอ.แขวงการทางพังงา ได้นำทีมลงพื้นที่ ทั้ง จนท.ตำรวจทางหลวงพังงา และ จนท.จากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพังงา พร้อมด้วย จนท.ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรเมืองพังงา และคณะสื่อนวลชน ลงพื้นที่ การก่อสร้างเนินชะลอความเร็ว บริเวณหน้า สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางพังงา ต.ตากแดด อ.เมืองพังงา และมีข้อชี้แจงออกมาว่า รถที่ใช้เส้นทางนั้น ใช้ความเร็วเกินกฎหมายกำหนด ทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น เลยสร้างเนินขึ้นมาเพื่อชะลอความเร็ว และสนับสนุนข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุ ของ ปภ.พังงา ซึ่งเป็นผลรายงานเกิดอุบัติเหตุของทั้งจังหวัด มากล่าวอ้างว่าสามารถลดได้ถึง 50 % ในปี 57 ทั้งที่ พึ่งดำเนินการสร้างแล้วเสร็จได้ประมาณ 1 เดือนเท่านั้นเอง
ดังนั้นการกล่าวอ้างว่าได้ผลนั้นเชื่อถือไม่ได้ และทาง ผอ.แขวงการทางพังงา ได้ชี้แจงว่า ได้ติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง และป้ายเตือนถนนเส้นทาง ซึ่งจากที่ลงพื้นที่ พบการติดตั้งป้ายเตือนจริง แต่ห่างจากจุดขึ้นเนินประมาณ 200 เมตร และเป็นช่วงทางโค้ง บางจุดเป็นช่วงขึ้นเนิน ส่วนเรื่องไฟฟ้าส่องสว่างนั้นแทบจะไม่มีให้เห็นในจุดก่อสร้างเนินเลย กลับมืดสนิทในยามค่ำคืน มีแค่หลอดไฟกระพริบติดริมถนน แค่จุดหน้า สนง.กองทุนการทำสวนยางพื้นที่ตากแดด เท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่ชำรุดหมดแล้ว
ส่วนที่ ต.กะไหล นั้นทาง อบต.กะไหล ได้ดำเนินการติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างเอง ตามริมทางเท่านั้น ซึ่งจุดที่สร้างเนินทั้งหมดไม่มีไฟฟ้าส่องสว่างเพียงพอเลย ซึ่งข้อมูลและภาพบางส่วนได้แนบมาให้เพื่อประกอบการพิจารณา และสั่งการให้แขวงการทางพังงา ดำเนินการรื้อถอนเนินและหมุดสะท้อนแสงออกทั้งหมด พร้อมทั้งปรับปรุงผิวจราจรช่วงที่เกิดอุบัติเหตุ และติดไฟฟ้าส่องสว่าง แทน เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาถาวร อย่างยั่งยืน คลิปวีดีโอ เนินบ้านกะไหล จุดที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง หลังจากก่อสร้างเนินเสร็จ
https://www.facebook.com/beekeawjinda/videos/942065919196809/?pnref=story https://www.facebook.com/beekeawjinda/videos/942066609196740/?pnref=story คลิปวีดีโอ เนินบ้านตากแดด จุดที่ช่วงขึ้นเนิน https://www.facebook.com/suthino.suthin/videos/159802237693356/?pnref=story https://www.facebook.com/beekeawjinda/videos/vb.100001802290801/942066262530108/?type=3&permPage=1 https://www.facebook.com/beekeawjinda/videos/vb.100001802290801/941663085903759/?type=3&permPage=1 ประชาชน ร่วมลงชื่อคัดค้าน และแสดงความเห็น ผ่านโซเชียว ถึงอธิบดีกรมทางหลวง https://www.facebook.com/media/set/?set=a.1639179573034159.1073741830.1479144902370961&type=3 ******* เพิ่มเติม เมื่อวันที่ 18 กย 58 ทางแขวงการทางพังงา ได้ดำเนินการรื้อถอนหมุดสะท้อนแสงหมดแล้วทุกจุด ********

ยืนยันการรณรงค์ได้ประสบความสำเร็จ
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
ผู้มีอำนาจตัดสินใจ
อัปเดตเกี่ยวแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 16 กันยายน ค.ศ. 2015 แล้ว