สุดทน ! ร้านบาบิก้อนใช้ช่องน้ำซุปแคบและตื้นใส่กะหล่ำลำบาก ช้อนก็ยากเหลือเกิน


สุดทน ! ร้านบาบิก้อนใช้ช่องน้ำซุปแคบและตื้นใส่กะหล่ำลำบาก ช้อนก็ยากเหลือเกิน
ประเด็นรณรงค์
บริษัท เดอะบาร์บีคิวพลาซ่า จำกัด (หรือที่คนไทยเรียกกันติดปากว่าร้านบาบิก้อน ซึ่งจะใช้ในเอกสารนี้ต่อไป) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2530 โดยคุณชูพงศ์ ชูพจน์เจริญ เป็นแบรนด์ร้านอาหารประเภทปิ้งย่างบนกระทะทองเหลือง เปิดให้บริการสาขาแรกที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าวในเดือนกรกฎาคม ปี 2530 ลักษณะอาหารเป็นรูปแบบปิ้งย่างซึ่งภายหลังจากการเปิดสาขาแรก ร้านบาร์บีคิวพลาซ่าได้รับความนิยมและการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าจำนวนมาก ทำให้บริษัทฯ ได้ขยายสาขาเพิ่มขึ้นทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีร้านบาร์บีคิวพลาซ่าในประเทศไทย จำนวนทั้งสิ้น 102 สาขา ตั้งอยู่ ณ ศูนย์การค้าชั้นนำ และห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ ทั้งในกรุงเทพฯและตามหัวเมืองหลักของจังหวัดต่าง ๆ จนถึงปัจจุบัน
(ข้อมูลจาก http://barbqplaza.com/)
อย่างไรก็ตามปัญหาหลักของร้านมิใช่เรื่องของคุณภาพของอาหารหรือรสชาติของน้ำจิ้มที่ทางร้านภาคภูมิใจ แต่เป็นช่องน้ำซุปด้านข้างของหม้อที่ไม่สัมพันธ์กับหลายสิ่งๆ ในร้าน ทั้งในเชิง UX และ UI กล่าวคือช่องน้ำซุปนั้นมีขนาดแคบและตื้นเกินกว่าที่จะใช้ในการบริโภคอาหารภายในร้าน
ในด้านมิติความกว้างนั้น ทุกคนคงจะทราบดีว่ามีความกว้างที่แคบเกินไปและไม่สัมพันธ์กับขนาดของช้อนตักภายในร้าน ทำให้เราไม่สามารถดื่มด่ำกับรสชาติน้ำซุปอันแสนอร่อยได้ นอกจากนี้ด้วยความแคบของช่องตักน้ำซุปนั้นทำให้การใส่กระหล่ำฟรีที่เราตั้งใจมารับประทานมีความยากขึ้นไปอีก สังเกตได้จากการนำกะหล่ำลงไปต้มนั้นค่อนข้างยาก รวมถึงปริมาณของกระหล่ำฝอยที่พลัดตกลงมาบนโต๊ะ คิดเป็น13% ของปริมาณกะหล่ำปลีทั้งหมดของทางร้านทำให้ประเทศไทยสูญเสีย GDP ราว 0.02% ในแต่ละปี
ส่วนในด้านมิติความลึกของช่องก็ตื้นเกินกว่าที่จะนำสิ่งใดลงไปต้ม (โดยเฉพาะกะหล่ำปลี... อีกแล้วเหรอวะ) และทำให้น้ำซุปนั้นพร่องเร็วเกินควรอีกด้วย
ปัญหาเหล่านี้นั้นเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วของทีมบริหารของร้านบาบิก้อน แต่กลับถูกปล่อยประละเลยมาจนถึงปัจจุบัน เพราะฉะนั้นในฐานะของลูกค้าของร้านบาบิก้อนต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับภูมิภาคและมหภาพ ประกอบกับปี 2559 นั้นเป็นปีแรกที่ประชาคมอาเซียนได้ถือกำเนิดขึ้น เราควรตระหนักถึงปัญหานี้และเปลี่ยนแปลงเสียเนิ่นๆ เพื่อมิให้ประเทศเพื่อนบ้านนำไปติฉินนินทาว่าประเทศไทยมีร้านปิ้งย่างที่ตระหนี่ในการให้ลูกค้าในการต้มกะหล่ำต่อไป
ปัจจุบัน จากทวิตเตอร์ของคุณ @malimali มีผู้ให้ความสนใจกว่าหมื่นคน อย่างไรก็ตาม เราต้องการกระจายเรื่องนี้ออกไปเพื่อให้ทุกคนได้ตระหนักมากขึ้น
ร่วมลงชื่อวันนี้ เพื่อความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นแก่ลูกหลานของเรา
ขอบคุุณครับ
นายกุ้ง
ลูกค้าชั้น 3 แห่งร้านบาบิก้อนพลาซ่า รองกรรมการสมาคมปิ้งย่างสาขารามอินทรา 32

ประเด็นรณรงค์
บริษัท เดอะบาร์บีคิวพลาซ่า จำกัด (หรือที่คนไทยเรียกกันติดปากว่าร้านบาบิก้อน ซึ่งจะใช้ในเอกสารนี้ต่อไป) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2530 โดยคุณชูพงศ์ ชูพจน์เจริญ เป็นแบรนด์ร้านอาหารประเภทปิ้งย่างบนกระทะทองเหลือง เปิดให้บริการสาขาแรกที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าวในเดือนกรกฎาคม ปี 2530 ลักษณะอาหารเป็นรูปแบบปิ้งย่างซึ่งภายหลังจากการเปิดสาขาแรก ร้านบาร์บีคิวพลาซ่าได้รับความนิยมและการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าจำนวนมาก ทำให้บริษัทฯ ได้ขยายสาขาเพิ่มขึ้นทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีร้านบาร์บีคิวพลาซ่าในประเทศไทย จำนวนทั้งสิ้น 102 สาขา ตั้งอยู่ ณ ศูนย์การค้าชั้นนำ และห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ ทั้งในกรุงเทพฯและตามหัวเมืองหลักของจังหวัดต่าง ๆ จนถึงปัจจุบัน
(ข้อมูลจาก http://barbqplaza.com/)
อย่างไรก็ตามปัญหาหลักของร้านมิใช่เรื่องของคุณภาพของอาหารหรือรสชาติของน้ำจิ้มที่ทางร้านภาคภูมิใจ แต่เป็นช่องน้ำซุปด้านข้างของหม้อที่ไม่สัมพันธ์กับหลายสิ่งๆ ในร้าน ทั้งในเชิง UX และ UI กล่าวคือช่องน้ำซุปนั้นมีขนาดแคบและตื้นเกินกว่าที่จะใช้ในการบริโภคอาหารภายในร้าน
ในด้านมิติความกว้างนั้น ทุกคนคงจะทราบดีว่ามีความกว้างที่แคบเกินไปและไม่สัมพันธ์กับขนาดของช้อนตักภายในร้าน ทำให้เราไม่สามารถดื่มด่ำกับรสชาติน้ำซุปอันแสนอร่อยได้ นอกจากนี้ด้วยความแคบของช่องตักน้ำซุปนั้นทำให้การใส่กระหล่ำฟรีที่เราตั้งใจมารับประทานมีความยากขึ้นไปอีก สังเกตได้จากการนำกะหล่ำลงไปต้มนั้นค่อนข้างยาก รวมถึงปริมาณของกระหล่ำฝอยที่พลัดตกลงมาบนโต๊ะ คิดเป็น13% ของปริมาณกะหล่ำปลีทั้งหมดของทางร้านทำให้ประเทศไทยสูญเสีย GDP ราว 0.02% ในแต่ละปี
ส่วนในด้านมิติความลึกของช่องก็ตื้นเกินกว่าที่จะนำสิ่งใดลงไปต้ม (โดยเฉพาะกะหล่ำปลี... อีกแล้วเหรอวะ) และทำให้น้ำซุปนั้นพร่องเร็วเกินควรอีกด้วย
ปัญหาเหล่านี้นั้นเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วของทีมบริหารของร้านบาบิก้อน แต่กลับถูกปล่อยประละเลยมาจนถึงปัจจุบัน เพราะฉะนั้นในฐานะของลูกค้าของร้านบาบิก้อนต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับภูมิภาคและมหภาพ ประกอบกับปี 2559 นั้นเป็นปีแรกที่ประชาคมอาเซียนได้ถือกำเนิดขึ้น เราควรตระหนักถึงปัญหานี้และเปลี่ยนแปลงเสียเนิ่นๆ เพื่อมิให้ประเทศเพื่อนบ้านนำไปติฉินนินทาว่าประเทศไทยมีร้านปิ้งย่างที่ตระหนี่ในการให้ลูกค้าในการต้มกะหล่ำต่อไป
ปัจจุบัน จากทวิตเตอร์ของคุณ @malimali มีผู้ให้ความสนใจกว่าหมื่นคน อย่างไรก็ตาม เราต้องการกระจายเรื่องนี้ออกไปเพื่อให้ทุกคนได้ตระหนักมากขึ้น
ร่วมลงชื่อวันนี้ เพื่อความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นแก่ลูกหลานของเรา
ขอบคุุณครับ
นายกุ้ง
ลูกค้าชั้น 3 แห่งร้านบาบิก้อนพลาซ่า รองกรรมการสมาคมปิ้งย่างสาขารามอินทรา 32

ยืนยันการรณรงค์ได้ประสบความสำเร็จ
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
ผู้มีอำนาจตัดสินใจ
สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 13 มกราคม ค.ศ. 2016 แล้ว