
ตามข้อมูลระบุว่าจากเยาวชนกลุ่มตัวอย่าง 31,965 คน โดย 81% มีแท็บเล็ตหรือสมาร์ทโฟนของตัวเอง, 64% มีอินเทอร์เน็ตที่บ้าน, 85% ใช้โซเชียลมีเดียทุกวันหรือเกือบทุกวันหรือเล่นเกมอย่างหนัก โดยเด็กกลุ่มตัวอย่าง 54% เคยพบเห็นสื่อลามกอนาจาร, 36% มีประสบการณ์ถูกจีบในโลกออนไลน์ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่มีความเสี่ยงที่คนร้ายจะหลอกให้เด็กตกหลุมรัก ขอภาพลับ นัดพบเพื่อละเมิดทางเพศแล้วถ่ายรูปข่มขู่แบล็กเมล์ อาจนำไปสู่ปัญหาซึมเศร้าและอาจฆ่าตัวตาย นอกจากนี้ ยังมีภัยอื่นๆ อาทิ การถูกรังแกหรือบูลลี่ออนไลน์ การเข้าเว็บไซต์ผิดกฎหมาย อันตราย เล่นพนันออนไลน์ เป็นต้น
“นายกรัฐมนตรีรับทราบถึงข้อมูลปัญหาดังกล่าวและมีความห่วงใยต่อเยาวชนจากภัยออนไลน์ และเห็นว่าปัญหานี้จะต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายส่วน ทั้งพ่อแม่ผู้ปกครองในฐานะผู้ใกล้ชิดมากที่สุด ต้องดูแลการใช้โซเชียลมีเดียของบุตรหลานอย่างใกล้ชิด มีการพูดคุยให้ข้อคิด คำแนะนำต่างๆ โรงเรียน สถานศึกษา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันให้ความรู้ความเข้าใจถึงการใช้งานโซเชียลมีเดียอย่างถูกต้องและปลอดภัย”
นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังขอให้หน่วยงานเกี่ยวข้องศึกษาในประเด็นที่ยังมีช่องว่างทางกฎหมาย เช่น กรณีที่ปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายที่เอาผิดกับผู้ที่เริ่มมีพฤติกรรมการล่อลวงเด็กด้วยวัตถุประสงค์ทางเพศ (Grooming) โดยยังไม่มีการพาไปหรือลงมือกระทำล่วงละเมิดทางเพศ เพื่อเป็นการป้องปรามการกระทำผิดตั้งแต่ต้นไม่รอจนเกิดการกระทำผิดและเสียหายก่อน.