ยกเลิกการแก้ไขมาตรา 69 พรก. การประมง โดยอนุญาตให้ใช้อวนตาถี่และวิธีล้อมจับในเวลากลางคืน

ประเด็นรณรงค์

     ข้าพเจ้าเป็นหนึ่งในนักตกปลา ชาวประมงดั้งเดิม และประชาชน ที่มีชีวิตอยู่ขึ้นอยู่กับทรัพยากรทางทะเล

การแก้ไขมาตรา 69 พรก. การประมง 2558 เปิดโอกาสให้มีการใช้อวนขนาดตาถี่ ขนาด 3-5 มิลลิเมตร (อวนตามุ้ง) เพื่อจับสัตว์น้ำวัยเยาว์ในพื้นที่ห่างจากชายฝั่ง 12 ไมล์ทะเล ประกอบกับการใช้แสงไฟล่อสัตว์น้ำในเวลากลางคืน ซึ่งเป็นพื้นที่ ที่มีความสำคัญในฐานะแหล่งอนุบาลลูกปลาวัยอ่อนกว่า 65 ชนิด ข้อเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่เพียงแต่สร้างผลกระทบในระดับประเทศ แต่ยังมีผลต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลในระดับนานาชาติ รวมถึงความร่วมมือในการปกป้องระบบนิเวศที่เป็นสมบัติร่วมของมนุษยชาติ

การเปลี่ยนแปลงนี้ ยังอาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อนักตกปลา ไต๋เรือนำเที่ยว และผู้ประกอบการประมงพื้นบ้าน ซึ่งเป็นกลุ่มที่พึ่งพาทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืนในการดำรงชีวิต การใช้อวนตาถี่ที่มีขนาดช่องตาเพียง 3-5 มิลลิเมตร จะจับสัตว์น้ำวัยเยาว์ในปริมาณมหาศาล รวมถึงปลาที่ไม่ใช่เป้าหมายในการจับ (bycatch) ซึ่งปลาส่วนใหญ่ยังไม่เติบโตเต็มที่และไม่สามารถเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจได้

      ข้าพเจ้าขอเสนอแนวทางดังนี้

1.      คงข้อกำหนดเดิมของมาตรา 69 ที่ห้ามทำประมงล้อมจับในเวลากลางคืนด้วยอวนตาถี่

2.      สนับสนุนการประมงเชิงอนุรักษ์ เช่น การใช้เครื่องมือประมงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาชุมชนประมงอย่างยั่งยืน

3.      บังคับใช้กฎหมายที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อยกระดับบทบาทของประเทศไทยในเวทีโลก

avatar of the starter
TUP MEESUPWATANAผู้เริ่มต้นแคมเปญรณรงค์

39,743

ประเด็นรณรงค์

     ข้าพเจ้าเป็นหนึ่งในนักตกปลา ชาวประมงดั้งเดิม และประชาชน ที่มีชีวิตอยู่ขึ้นอยู่กับทรัพยากรทางทะเล

การแก้ไขมาตรา 69 พรก. การประมง 2558 เปิดโอกาสให้มีการใช้อวนขนาดตาถี่ ขนาด 3-5 มิลลิเมตร (อวนตามุ้ง) เพื่อจับสัตว์น้ำวัยเยาว์ในพื้นที่ห่างจากชายฝั่ง 12 ไมล์ทะเล ประกอบกับการใช้แสงไฟล่อสัตว์น้ำในเวลากลางคืน ซึ่งเป็นพื้นที่ ที่มีความสำคัญในฐานะแหล่งอนุบาลลูกปลาวัยอ่อนกว่า 65 ชนิด ข้อเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่เพียงแต่สร้างผลกระทบในระดับประเทศ แต่ยังมีผลต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลในระดับนานาชาติ รวมถึงความร่วมมือในการปกป้องระบบนิเวศที่เป็นสมบัติร่วมของมนุษยชาติ

การเปลี่ยนแปลงนี้ ยังอาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อนักตกปลา ไต๋เรือนำเที่ยว และผู้ประกอบการประมงพื้นบ้าน ซึ่งเป็นกลุ่มที่พึ่งพาทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืนในการดำรงชีวิต การใช้อวนตาถี่ที่มีขนาดช่องตาเพียง 3-5 มิลลิเมตร จะจับสัตว์น้ำวัยเยาว์ในปริมาณมหาศาล รวมถึงปลาที่ไม่ใช่เป้าหมายในการจับ (bycatch) ซึ่งปลาส่วนใหญ่ยังไม่เติบโตเต็มที่และไม่สามารถเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจได้

      ข้าพเจ้าขอเสนอแนวทางดังนี้

1.      คงข้อกำหนดเดิมของมาตรา 69 ที่ห้ามทำประมงล้อมจับในเวลากลางคืนด้วยอวนตาถี่

2.      สนับสนุนการประมงเชิงอนุรักษ์ เช่น การใช้เครื่องมือประมงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาชุมชนประมงอย่างยั่งยืน

3.      บังคับใช้กฎหมายที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อยกระดับบทบาทของประเทศไทยในเวทีโลก

avatar of the starter
TUP MEESUPWATANAผู้เริ่มต้นแคมเปญรณรงค์

เสียงของผู้สนับสนุน

อัพเดทล่าสุดเกี่ยวแคมเปญรณรงค์