
“จากงานวิจัย คนที่เสพกัญชาเป็นประจำ 100 คน จะมีสามคนที่มีอาการโรคจิต (หูแว่ว หลงผิด ระแวง) และมีหนึ่งคนที่ป่วยเป็นโรคจิตเภท”
และ "ความน่ากลัวของโรคจิตเภทคือ ส่วนใหญ่เป็นแล้วทำงานแทบไม่ได้ ป่วยแล้วต้องรักษากันไปตลอดชีวิต”
.
ข้อมูลแบบละเอียดครับ
1. จากรายงานของราชวิทยาลัยฯ ที่พบเด็กเกิดอาการโรคจิต (หูแว่ว หลงผิด ระแวง) หลังเสพกัญชา ก็จะมีคนจำนวนหนึ่งพูดกันว่า ไม่จริง เกิดจากเสพสารอื่นร่วมด้วย ใช้กัญชาอย่างเดียวไม่มีอาการแบบนี้หรอก บอกเลยครับ อันนี้ไม่จริงเลยครับ เอาเฉพาะอาการโรคจิตอย่างเดียว ก็มีงานวิจัยมากมายครับว่าการเสพกัญชาอย่างเดียวทำให้เกิดอาการแบบนี้ได้
.
2. กรณีไม่เคยมีอาการทางจิตมาก่อน เสพกัญชาครั้งเดียว และไม่ได้เสพเกินขนาด ผู้เสพก็อาจเกิดอาการทางจิตหลายรูปแบบรวมถึงอาการโรคจิต (หูแว่ว หลงผิด ระแวง) ตามงานวิจัยนี้ https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC7738353/ หรืออีกงานวิจัยที่สรุปว่า วัยรุ่นที่ใช้กัญชาเพิ่มความเสี่ยงที่จะเป็นโรคจิตเภทในอนาคต https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/33617756/ (สองงานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยในระดับที่ดีมากๆ เพราะเป็นการรวมหลายๆ งานวิจัยแล้วมาวิเคราะห์) และยังมีงานวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกมากครับ นี่แค่ส่วนหนึ่ง
.
3. แล้วจะมีคนบอกว่า เคยเห็นคนรู้จักเสพตั้งนาน ไม่เห็นเป็นอะไร ก็เป็นไปได้ตามนั้นเลยครับ เพราะอาการพวกนี้ไม่ได้เจอทุกคน ก็ดูงานวิจัยนี้ได้ครับ https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC8945254/ ซึ่งพบว่า คนที่ใช้กัญชาเป็นประจำจะมีอาการโรคจิต (หูแว่ว หลงผิด ระแวง) ได้ประมาณเกือบ 3% (2.79) ดังนั้นคนส่วนใหญ่ที่ใช้แล้วไม่เป็น ก็ไม่แปลกครับ
.
4. แต่ต้องระวังนะครับ เพราะมีงานวิจัยอีกอัน https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC7147575/ ระบุว่าคนที่เป็นอาการโรคจิตจากการเสพกัญชาเหมือนแบบข้างต้น จะป่วยเป็นโรคจิตเภทได้ถึง 34% (ซึ่งพบมากกว่าการเสพยาเสพติดชนิดอื่นๆ)
.
5. ดังนั้นสุดท้าย จากข้อ 3. และ 4. อาจสรุปได้ว่า “คนที่เสพกัญชาเป็นประจำ 100 คนจะมีสามคนที่มีอาการโรคจิต (หูแว่ว หลงผิด ระแวง) และมีหนึ่งคนที่ป่วยเป็นโรคจิตเภท” แล้ว "ความน่ากลัวของโรคจิตเภทคือ ส่วนใหญ่เป็นแล้วทำงานแทบไม่ได้ ป่วยแล้วต้องรักษากันไปตลอดชีวิต”
.
6. ผมบอกแบบนี้ไม่ได้จะด้อยค่ากัญชาอะไรนะครับ เพราะกัญชาก็มีประโยชน์ทางการแพทย์จริง ถ้าใช้ตามที่กรมการแพทย์บอก แต่แค่บอกให้เห็นโทษของมัน ก็เหมือนกับเหล้า บุหรี่ครับ ถ้าใช้เยอะ ก็เป็นมะเร็งตับ และมะเร็งปอดได้ จึงต้องมีการควบคุมการใช้
.
สุดท้ายผมอยากให้ดูประกาศของแพทยสภาในรูปสุดท้ายครับ ให้ดูว่าทางแพทยสภาต้องการให้เป็นทางไหน ตัวผมเองอาจเห็นต่างส่วนเดียวในเรื่องนันทนาการครับ เพราะผมยอมรับได้กับการใช้เพื่อนันทนาการ เพราะปัจจุบันเหล้าบุหรี่ยังอนุญาตเลย แต่ไม่ใช่ให้เสรีเหมือนตอนนี้ ที่มันเกินไปครับ ไม่มีการควบคุม
ทั้งนี้ขอขอบคุณ ศ.นพ.มานิต ศรีสุรภานนท์ ประธานราชวิทยาลัยจิตแพทย์แห่งประเทศไทยที่ช่วยตรวจทานข้อความครับ
ปล. โรคจิตเภทคืออะไร อ่านได้ตามนี้ครับ https://www.rama.mahidol.ac.th/.../general/09042014-0855