

'Saveอโยธยา' สนับสนุนรถไฟความเร็วสูง แต่ไม่ควรทำลายเมืองโบราณ


'Saveอโยธยา' สนับสนุนรถไฟความเร็วสูง แต่ไม่ควรทำลายเมืองโบราณ
ประเด็นรณรงค์
ตามที่ได้มีโครงการร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงในไทย ซึ่งเริ่มต้นมาตั้งแต่ พ.ศ. 2557 อันมีตรงกับปีแรกของการก้าวขึ้นสู่อำนาจของคณะรักษาความาสงบแห่งชาติ (คสช.) และได้ใช้กฎหมาย ม. 44 ในการดำเนินการให้เกิดความร่วมมือดังกล่าวขึ้นนั้น ส่งผลให้มีเส้นทางช่วงหนึ่งของรถไฟความเร็วสูงที่จะสร้างทับเมืองโบราณที่สำคัญ ในเขต จ. พระนครศรีอยุธยา
เมืองโบราณดังกล่าวคือช่วงระยะทาง 13.3 กิโลเมตร จากสถานีบ้านโพ-สถานีพระแก้ว ได้พาดผ่านพื้นที่ด้านทิศตะวันออกเลียบด้านนอกเกาะเมืองอยุธยา (ทับทางรถไฟสายเดิม) อันเป็นพื้นที่เมืองเก่าที่มีชื่อเรียกในศิลาจารึกว่า อโยธยาศรีรามเทพนคร และกำลังจะเริ่มสร้างหากผ่านผลการประเมิน HIA (Heritage Impact Assesment) ซึ่งจะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2566 ที่กำลังจะถึงนี้
พื้นที่เมืองอโยธยา อันเป็นบริเวณที่จะก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงนั้น เป็นพื้นที่สำคัญของกรุงศรีอยุธยาในทางประวัติศาสตร์-โบราณคดี เพราะเป็นพื้นที่เก่าก่อน พ.ศ. 1893 ที่พงศาวดารระบุว่า เป็นปีที่พระเจ้ารามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) หมายความว่าพื้นที่บริเวณนี้คือ รากฐานที่จะก่อให้เกิด 'ความเป็นอยุธยา' เป็นพื้นที่ของคติกษัตริย์คือพระราม ซึ่งยังสืบทอดมาถึงปัจจุบัน เรียกได้ว่าเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมของไทยเป็นอย่างมาก
การก่อสร้างที่ย่อมมีการขุดเจาะเสาเข็ม และตอม่อขนาดใหญ่ รวมไปถึงแรงสั่นสะเทือนในการสร้าง และการสั่นสะเทือนจากการวิ่งของรถไฟทุกเมื่อเชื่อวันหลังจากที่สร้างเสร็จแล้ว ก็ย่อมจะส่งผลกระทบต่อบรรดาโบราณวัตถุสถานทั้งบนดิน และใต้ดินอย่างมากมายมหาศาล
การสร้างรถไฟความเร็วสูงไปยังอยุธยาย่อมส่งเสริมทั้งคุณภาพชีวิตของประชาชน เศรษฐกิจในพื้นที่ และการท่องเที่ยวแน่ จึงสมควรทำเป็นอย่างยิ่ง แต่ควรสร้างให้ห่างออกไปจากเขตเมืองเก่าเพราะนอกจากเพื่อเป็นการอนุรักษ์เมืองเก่า และหลักฐานทางประวัติศาสตร์-โบราณคดีต่างๆ แล้ว จุดขายสำคัญของการท่องเที่ยวอยุธยานั้น ก็คือความเป็นเมืองเก่า และประวัติศาสตร์ของไทย ดังนั้นจึงไม่ควรให้การพัฒนาเมืองต้องทำลายตัวเมืองเก่าเสียเอง
ในการนี้กลุ่มเซฟอโยธยา จึงได้รวบรวมรายชื่อประชาชนที่ต้องการเก็บรักษาประวัติศาสตร์ของชาติไว้ เพื่อเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงานทบทวนให้ย้ายเส้นทางรถไฟออกไปนอกเขตเมืองเก่าอโยธยาศรีรามเทพนคร โดยจะนำรายชื่อผู้เสนอให้ทบทวนโครงการฯ เสนอต่อที่ประชุม HIA วันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2566
เครดิตภาพประกอบ: มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
ประเด็นรณรงค์
ตามที่ได้มีโครงการร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงในไทย ซึ่งเริ่มต้นมาตั้งแต่ พ.ศ. 2557 อันมีตรงกับปีแรกของการก้าวขึ้นสู่อำนาจของคณะรักษาความาสงบแห่งชาติ (คสช.) และได้ใช้กฎหมาย ม. 44 ในการดำเนินการให้เกิดความร่วมมือดังกล่าวขึ้นนั้น ส่งผลให้มีเส้นทางช่วงหนึ่งของรถไฟความเร็วสูงที่จะสร้างทับเมืองโบราณที่สำคัญ ในเขต จ. พระนครศรีอยุธยา
เมืองโบราณดังกล่าวคือช่วงระยะทาง 13.3 กิโลเมตร จากสถานีบ้านโพ-สถานีพระแก้ว ได้พาดผ่านพื้นที่ด้านทิศตะวันออกเลียบด้านนอกเกาะเมืองอยุธยา (ทับทางรถไฟสายเดิม) อันเป็นพื้นที่เมืองเก่าที่มีชื่อเรียกในศิลาจารึกว่า อโยธยาศรีรามเทพนคร และกำลังจะเริ่มสร้างหากผ่านผลการประเมิน HIA (Heritage Impact Assesment) ซึ่งจะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2566 ที่กำลังจะถึงนี้
พื้นที่เมืองอโยธยา อันเป็นบริเวณที่จะก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงนั้น เป็นพื้นที่สำคัญของกรุงศรีอยุธยาในทางประวัติศาสตร์-โบราณคดี เพราะเป็นพื้นที่เก่าก่อน พ.ศ. 1893 ที่พงศาวดารระบุว่า เป็นปีที่พระเจ้ารามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) หมายความว่าพื้นที่บริเวณนี้คือ รากฐานที่จะก่อให้เกิด 'ความเป็นอยุธยา' เป็นพื้นที่ของคติกษัตริย์คือพระราม ซึ่งยังสืบทอดมาถึงปัจจุบัน เรียกได้ว่าเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมของไทยเป็นอย่างมาก
การก่อสร้างที่ย่อมมีการขุดเจาะเสาเข็ม และตอม่อขนาดใหญ่ รวมไปถึงแรงสั่นสะเทือนในการสร้าง และการสั่นสะเทือนจากการวิ่งของรถไฟทุกเมื่อเชื่อวันหลังจากที่สร้างเสร็จแล้ว ก็ย่อมจะส่งผลกระทบต่อบรรดาโบราณวัตถุสถานทั้งบนดิน และใต้ดินอย่างมากมายมหาศาล
การสร้างรถไฟความเร็วสูงไปยังอยุธยาย่อมส่งเสริมทั้งคุณภาพชีวิตของประชาชน เศรษฐกิจในพื้นที่ และการท่องเที่ยวแน่ จึงสมควรทำเป็นอย่างยิ่ง แต่ควรสร้างให้ห่างออกไปจากเขตเมืองเก่าเพราะนอกจากเพื่อเป็นการอนุรักษ์เมืองเก่า และหลักฐานทางประวัติศาสตร์-โบราณคดีต่างๆ แล้ว จุดขายสำคัญของการท่องเที่ยวอยุธยานั้น ก็คือความเป็นเมืองเก่า และประวัติศาสตร์ของไทย ดังนั้นจึงไม่ควรให้การพัฒนาเมืองต้องทำลายตัวเมืองเก่าเสียเอง
ในการนี้กลุ่มเซฟอโยธยา จึงได้รวบรวมรายชื่อประชาชนที่ต้องการเก็บรักษาประวัติศาสตร์ของชาติไว้ เพื่อเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงานทบทวนให้ย้ายเส้นทางรถไฟออกไปนอกเขตเมืองเก่าอโยธยาศรีรามเทพนคร โดยจะนำรายชื่อผู้เสนอให้ทบทวนโครงการฯ เสนอต่อที่ประชุม HIA วันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2566
เครดิตภาพประกอบ: มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
ปิดแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
อัปเดตเกี่ยวแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 17 เมษายน ค.ศ. 2023 แล้ว