ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้ง “ศูนย์ติดตามคนหาย”ที่ติดตามคนหายได้จริงๆ


ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้ง “ศูนย์ติดตามคนหาย”ที่ติดตามคนหายได้จริงๆ
ประเด็นรณรงค์
ปี 2556 เกิดเหตุเด็กถูกพาตัวเด็กหลายราย ต่อมาปรากฏข้อเท็จจริงว่า “เด็กหาย” เหล่านั้นถูกล่อลวงไปกระทำทางเพศและฆาตกรรมเสียชีวิตในปีนั้นถึง 3 ราย เป็นเรื่องสะเทือนขวัญสังคม จนเกิดแคมเปญ “เรียกร้องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติตั้งศูนย์ติดตามคนหายภาครัฐ”ด้วยรายชื่อสนับสนุนจากประชาชนกว่า 30,000 รายชื่อ
ผลการยื่นเรื่องในวันนั้น เป็นจุดเริ่มต้นแห่งการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง โดยเฉพาะการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติออกหนังสือเวียนถึงโรงพักทั่วประเทศ ว่าต้อง “รับแจ้งความคนหายทันที โดยไม่ต้องรอให้หายครบ 24 ชั่วโมง” และที่สำคัญ มีโครงสร้าง “ศูนย์บริหารจัดการคนหายและศพนิรนาม” (ศบคน.ตร.) ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเกิดขึ้น
ผ่านมา 4 ปี ยังมองเห็น “ศูนย์บริหารจัดการคนหายและศพนิรนาม” เป็นแค่ “ชัยชนะที่ไม่เป็นจริง” เพราะโครงสร้างนี้ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นเพียงรูปแบบของคณะกรรมการที่มีหน้าที่ประชุมรายงานความคืบหน้าเรื่องที่เกี่ยวข้องปีละไม่กี่ครั้ง (บางปีครั้งเดียวหรือไม่มีการประชุมเลย) กลายเป็น “ศูนย์บริหารจัดการ (เอกสาร) คนหายและศพนิรนาม” ขัดต่อเจตจำนงค์ของสังคมและโศกนาฎกรรมที่เกิดขึ้นในปี 2556 ที่อยากเห็นหน่วยงานตำรวจ มีศูนย์ที่สามารถติดตามคนหายได้อย่างทันท่วงที
สถิติเด็กหายในรอบ 4 ปีล่าสุดมีเด็กหายออกจากบ้านมากกว่า 400 รายต่อปี ยังไม่นับรวม “คนหาย” ในทุกช่วงวัย ซึ่งปีๆนึงมากกว่า 1,000 รายต่อปี ปัญหา “คนหาย” จึงเป็นปัญหาที่ประจักษ์ต่อสังคม และต้องการหน่วยงานโดยตรง เข้ามาบริหารจัดการปัญหา ทั้งการสืบสวนติดตามอย่างทันท่วงทีเพื่อลดความสูญเสีย และทำงานเชิงป้องกันปราบปรามได้อย่างมีประสิทธิ ลำพังอาศัยตำรวจตามโรงพัก ซึ่งมีปริมาณภารกิจมากอยู่แล้ว อาจไม่เพียงพอต่อความเร่งด่วนของปัญหาและปัญหานี้ต้องการความ “เชี่ยวชาญ” และ “เฉพาะทาง” เพื่อรักษาชีวิตของเด็กที่หายออกจากบ้านไป
ขอแรงใจทุกท่านอีกครั้ง เพื่อลูกหลานของเราทุกคนครับ และเพื่อให้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มี”ศูนย์ติดตามคนหาย”ที่ติดตามคนหายได้จริงๆ ไม่ใช่แค่ป้ายชื่อหน้าสำนักงาน

ประเด็นรณรงค์
ปี 2556 เกิดเหตุเด็กถูกพาตัวเด็กหลายราย ต่อมาปรากฏข้อเท็จจริงว่า “เด็กหาย” เหล่านั้นถูกล่อลวงไปกระทำทางเพศและฆาตกรรมเสียชีวิตในปีนั้นถึง 3 ราย เป็นเรื่องสะเทือนขวัญสังคม จนเกิดแคมเปญ “เรียกร้องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติตั้งศูนย์ติดตามคนหายภาครัฐ”ด้วยรายชื่อสนับสนุนจากประชาชนกว่า 30,000 รายชื่อ
ผลการยื่นเรื่องในวันนั้น เป็นจุดเริ่มต้นแห่งการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง โดยเฉพาะการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติออกหนังสือเวียนถึงโรงพักทั่วประเทศ ว่าต้อง “รับแจ้งความคนหายทันที โดยไม่ต้องรอให้หายครบ 24 ชั่วโมง” และที่สำคัญ มีโครงสร้าง “ศูนย์บริหารจัดการคนหายและศพนิรนาม” (ศบคน.ตร.) ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเกิดขึ้น
ผ่านมา 4 ปี ยังมองเห็น “ศูนย์บริหารจัดการคนหายและศพนิรนาม” เป็นแค่ “ชัยชนะที่ไม่เป็นจริง” เพราะโครงสร้างนี้ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นเพียงรูปแบบของคณะกรรมการที่มีหน้าที่ประชุมรายงานความคืบหน้าเรื่องที่เกี่ยวข้องปีละไม่กี่ครั้ง (บางปีครั้งเดียวหรือไม่มีการประชุมเลย) กลายเป็น “ศูนย์บริหารจัดการ (เอกสาร) คนหายและศพนิรนาม” ขัดต่อเจตจำนงค์ของสังคมและโศกนาฎกรรมที่เกิดขึ้นในปี 2556 ที่อยากเห็นหน่วยงานตำรวจ มีศูนย์ที่สามารถติดตามคนหายได้อย่างทันท่วงที
สถิติเด็กหายในรอบ 4 ปีล่าสุดมีเด็กหายออกจากบ้านมากกว่า 400 รายต่อปี ยังไม่นับรวม “คนหาย” ในทุกช่วงวัย ซึ่งปีๆนึงมากกว่า 1,000 รายต่อปี ปัญหา “คนหาย” จึงเป็นปัญหาที่ประจักษ์ต่อสังคม และต้องการหน่วยงานโดยตรง เข้ามาบริหารจัดการปัญหา ทั้งการสืบสวนติดตามอย่างทันท่วงทีเพื่อลดความสูญเสีย และทำงานเชิงป้องกันปราบปรามได้อย่างมีประสิทธิ ลำพังอาศัยตำรวจตามโรงพัก ซึ่งมีปริมาณภารกิจมากอยู่แล้ว อาจไม่เพียงพอต่อความเร่งด่วนของปัญหาและปัญหานี้ต้องการความ “เชี่ยวชาญ” และ “เฉพาะทาง” เพื่อรักษาชีวิตของเด็กที่หายออกจากบ้านไป
ขอแรงใจทุกท่านอีกครั้ง เพื่อลูกหลานของเราทุกคนครับ และเพื่อให้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มี”ศูนย์ติดตามคนหาย”ที่ติดตามคนหายได้จริงๆ ไม่ใช่แค่ป้ายชื่อหน้าสำนักงาน

ปิดแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
ผู้มีอำนาจตัดสินใจ
สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 17 ธันวาคม ค.ศ. 2013 แล้ว